แกไปลพบุรี ไปดูลิงเหรอ ... ไม่นะ เราไปปีนเขา … ห้ะไปปีนเขาที่ลพบุรี!

          เพื่อน ๆ หลายคนอาจดูตกใจ ถ้าหากบอกว่าเราจะไปปีนเขาที่ลพบุรี แต่ใช่แล้วครับ ลพบุรีไม่ได้มีแค่น้องลิงเท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย หนึ่งในนั้น คือ ‘เขาวงพระจันทร์’ ยอดเขาสูงที่มีบันไดกว่า 3,790 ขั้น ที่เพื่อน ๆ หลายคนอาจไปลองท้าพิสูจห์มาแล้ว

แต่วันนี้ผมจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวเขาวงพระจันทร์ ในมุมมองใหม่ ผ่านตำนานและเรื่องราวของผมเอง ที่จะพาทุกท่านไปรู้จักเขาวงพระจันทร์ให้ลึกซึ่งขึ้น เผื่อการไปเยือนเขาวงพระจันทร์ของเพื่อน ๆ ครั้งหน้า (หลังหมด COVID-19) จะยิ่งทำให้ความสวยงามของธรรมชาติบนภูเขาลูกนี้ ผนวกกับเรื่องราวของผม จะทำให้เพื่อน ๆ ได้บรรยากาศที่แตกต่างจากการไปเที่ยวเขาวงพระจันทร์ครั้งก่อนครับ

เป็นภาพองค์พระใหญ่สีทองบนภูเขา ถ่ายโดยผู้เขียน                                                                                  ภาพถ่ายโดย : ผู้เขียน

Advertisement

Advertisement

       ก่อนเราจะเร่งฝีเท้าไต่บันไดกว่า 3,790 ขั้น บนเขาลูกนี้ เรามาพักฟังตำนานที่คนลพบุรีกล่าวขานกันมานาน เกี่ยวกับเขาวงพระจันทร์ก่อน นั้นคือ

 

ตำนาน ‘น้ำส้มสายชู’ กับ ‘ยักษ์บนเขาวงพระจันทร์’

          ผู้เขียนเป็นคนลพบุรีโดยกำเนิด เติบโตและใช้ชีวิตใกล้ภูเขาลูกนี้มาตั้งแต่เล็ก ๆ   เรียกได้ว่า จำความได้ เปิดประตูบ้าน ก็เห็นภูเขาลูกนี้แล้ว และตอนเด็ก ๆ  มักจะได้ยินเรื่องราวตำนานเขาวงพระจันทร์มา นั้นคือ ชาวลพบุรีเชื่อว่า เขาวงพระจันทร์ มียักษ์อยู่!  ยักษ์ที่ว่าก็คือ ท้าวกกขนาก  จากตำนานเรื่องรามเกียรติ์

ว่ากันว่า ตำนานการสร้างเมืองลิง(ลพบุรี) แห่งนี้   มาจากการที่พระรามปูนบำเหน็จให้หนุมาน โดยแผลงศร และมาตกที่เมืองแห่งนี้ ซึ่งศรที่มาตกทำให้เกิดเพลิงไหม้ จนดินเป็นสีขาวจากเถา และกลายเป็น ‘ดินสอพอง’ ของขึ้นชื่อของเมืองลพบุรี ( หากเพื่อน ๆ สนใจ แนะนำแหล่งเที่ยว ‘หมู่บ้านหินสองก้อน’ แหล่งผลิตดินสอพองที่ใหญ่ที่สุดของลพบุรี อยู่ที่ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จ.ลพบุรี )   

Advertisement

Advertisement

และนอกจากที่พระรามต้องการให้เมืองแห่งนี้แก่หนุมานแล้ว หนึ่งเหตุผล คือ พระรามต้องการให้หนุมานเป็นผู้ดูแลยักษ์ตนหนึ่งที่พระรามได้ปักษ์ศรไว้ เพื่อไม่ให้ยักษ์ตนนี้มีฤทธิ์เดชออกมาทำร้ายผู้คน โดยตำนานกล่าวว่า พระรามได้ใช้ศรที่ทำจากต้นกก(ขนาก) ปักษ์ที่หัวใจของยักษ์ตนนี้ไว้ในภูเขาลูกนี้ ซึ่งศรจะขยับเขยื้อนทุกปี ดังนั้นหนุมานต้องมาตอกศรอยู่ตลอด แต่ศรจากต้นกกนี้ มีจุดอ่อนที่พ่ายแพ้ นั้นคือ ‘น้ำส้มสายชู’ (ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมศรที่ทรงพลังขนาดปักษ์ยักษ์ไว้ได้ ถึงมาแพ้ ‘น้ำส้มสายชู’ )

Advertisement

Advertisement

แต่พูดไปหาว่าคุย ตอนผมเด็ก ๆ มีคนเล่าว่าสมัยก่อน คนลพบุรีเชื่อกันอย่างมากเลยนะครับ ถึงขนาดร้านก๋วยเตี๋ยวบางร้านไม่มีน้ำส้มสายชูขาย  เพราะกลัวว่านางประจันต์ (ลูกของท้าวกกขนาก) จะแปลงกายมาซื้อ เพื่อเอาไปรดศรบนยอดเขาเพื่อช่วยผู้เป็นพ่อ  แต่นั้นก็ตำนานครับปัจจุบันคนลพบุรีก็ไม่ได้เชื่อกันเหมือนอดีตแล้ว สบายใจได้ครับว่าไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ลพบุรี มีน้ำส้มสายชูให้ปรุงแน่นอน (  ว่าไปแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวที่ชื่อดังแห่งเมืองลพบุรี ซึ่งเปิดมานานมากครับ ผมทานตั้งแต่เด็ก ๆ ชื่อ 'ร้านก๋วยเตี๋ยวชิ้นล้วน' ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนสระแก้ว หากท่านที่เดินทางมาเขาวงพระจันทร์ แวะพักทานก๋วยเตี๋ยวเติมพลังก่อนก็ได้ครับ หมูหมักอร่อยมากๆครับ เป็นของขึ้นชื่อของร้าน เวลาไปทานผมต้องสั่งหมูหมักมาทานเปล่า ๆ เพราะมันอร่อยมาก )

ภาพราวบันไดทางขึ้นภูเขา ถ่ายโดยผู้เขียน                                                                                     ภาพถ่ายโดย : ผู้เขียน

เอาละครับ เรามาเริ่มไต่ภูเขากันเลย

ก่อนอื่นการจะไปปีนเขาวง เราต้องพกอุปกรณ์ที่จำเป็นไปด้วย อย่างผมไปขึ้นช่วงบ่าย กว่าจะถึงมันก็เย็นพอดี ดังนั้น ไฟฉาย ห้ามลืมเด็ดขาดนะครับ แม้จะมีไฟตามทางขึ้นแต่เราก็ควรพกกรณีฉุกเฉิน  ต่อมาคือ น้ำดื่ม ครับ แนะนำให้ผสมเกลือแร่ไปเลย ดื่มระหว่างทาง จริง ๆ ตามเส้นทางมีร้านค้าบริการตลอดทางตามจุดศาลาแวะพักครับ   แต่ตอนที่พวกผมไป ยังไม่ได้เข้าช่วงเทศกาลเต็มรูปแบบ ร้านก็จะน้อยหน่อย

ทางขึ้นเขาวงพระจันทร์เป็นบันได เล็กๆ ที่มีขั้นกว่า 3,790 ขั้น วันที่ผมไปเป็นช่วงบ่าย ๆ ก่อนเทศกาลประมาณ 1 อาทิตย์ ( สำหรับท่านที่สนใจ ติดตามวันและเวลา ที่จัดเทศกาล รวมถึงอัพเดทข่าวสารได้ที่เพจ ชมรมเรารักเขาวงพระจันทร์ ครับ)

สาเหตุที่ผมเลือกไปก่อนเทศกาล นั้นคือ เพื่อหลีกเลี่ยงคนครับ เพราะตั้งแต่เด็ก ๆ ช่วงเทศกาลคนจะมาขึ้นกันเยอะมาก บางปีถึงขนาดต้องปิดภูเขาชั่วคราว เพื่อถยอยให้คนบนเขาลงมาก่อน อันนี้แนะนำเพื่อน ๆ เลยก็ได้ครับ ถ้าอยากมาสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติกับวิวสวย ๆ บนยอดเขา แบบไม่มีคนเยอะเท่าไหร่ให้มาก่อนเทศกาลสัก 1 อาทิตย์

ภาพป่าระหว่างทางขึ้นเขา ถ่ายโดยผู้เขียน                                                                                     ภาพถ่ายโดย : ผู้เขียน

ขึ้นกันมาได้สักพัก เรามาแวะแวะพักที่ศาลาหนึ่ง เจอคุณป้าที่รู้จักเพื่อนพวกเราพอดี เลยพูดคุย ซื้อน้ำ ขนมกันสักพัก  คุณป้าถามว่าทำไมมาขึ้นเขาตอนบ่าย มันร้อนนะ  ใช่แล้วครับ อันนี้ก็เตือนใจอีกข้อ ว่าการมาขึ้นเขาตอนบ่าย ราวบ่ายโมง แดดร้อน ๆ อากาศร้อน ๆ เป็นอะไรที่ทรกรรมตัวเองมากครับ ดังนั้น อย่าหาทำ! ครับ แล้วก็ ยาดม ก็สำคัญเอาติดไปด้วยนะครับ แข็งแรงแค่ไหน พอถึงขั้นที่ 2000 กว่า มีหอบทุกรายครับ

ภาพวิวบนภูเขา ถ่ายโดยผู้เขียน                                                                                    ภาพถ่ายโดย : ผู้เขียน

ปกติคนจะนิยมกันมาขึ้นช่วงเย็น ถึง ค่ำ ๆ หรือไม่ก็ช่วงดึก ๆ ประมาณเที่ยงคืน เพราะกว่าจะถึง มันก็จะเช้าพอดี ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้น บางครั้งเทศกาลเป็นช่วงอากาศหนาว มีหมอกจาง ๆ บนภูเขาเป็นทะเลหมองลพบุรีด้วยครับ

เราขึ้นกันมาราว 3 ชั่วโมง ก็ถึงยอดเขาครับ มีป้ายบอก 3,790 ขั้นแล้ว ถือเป็นการสิ้นสุดการขึ้นเขาที่แสนทรกรรมครั้งนี้  เป็นอันว่าไปดูวิวสวยกันเลยครับ  แต่ก่อนนั้น! ถ้าเป็นช่วงเทศกาล บนยอดเขาจะมีข้าวต้มฟรีไว้บริการแก่นักท่องเที่ยวครับแนะนำเลยครับอร่อย ๆ มาก ทานตอนกำลังเหนื่อย ๆ ทานเสร็จเราก็เดินกันไปที่ผานางฟ้า จุดที่จะมองวิวสวย ๆ กันเลยครับ

 

ภาพป้าย 3790 ขั้น ถ่ายโดยผู้เขียนเราถึงกันช่วงค่ำพอดี ได้ทันดูพระอาทิตย์กำลังตกดิน สวยมาก ๆ ครับ หายเหนื่อยเลย ที่ผานางฟ้าจะมีบันไดขึ้นไปบนศาลาอีก คนชอบมาเที่ยงทายด้วยการยกช้างครับ ผมไปยกหนักมาก ๆ ครับ ว่ากันว่า ถ้าใครอฐิฐานอะไรแล้วยกช้างขึ้นจะสมปราถนาครับ (แต่ผมยกไม่ขึ้น มันหนักมาก หลวงพ่อบอกว่า ขึ้นสัก 1 มิล ก็เก่งแล้ว)

 

ภาพพระอาทิตย์กำลังตกดินบนภูเขา ถ่ายโดยผู้เขียน

ภาพพระอาทิตย์กำลังตกดินถ่ายดดยผู้เขียน

ภาพผู้เขียน ถ่ายกับพระอาทิตย์กำลังตกดิน                                                                                      ภาพถ่ายโดย : ผู้เขียน

 

นี้และครับ เขาวงพระจันทร์ตอนเย็น ๆ สวยมากนะครับ บางทีขนาดผมอยู่กับภูเขาลูกนี้ตั้งแต่เด็ก ๆ เห็นจนชินตา ขึ้นเขาไม่รู้กี่รอบ แต่บรรยากาศทุกครั้งมันไม่เหมือนเดิมเลยนะครับ การมาขึ้นเขาตอนเด็ก ๆ กับคุณพ่อคุณแม่ มันก็ได้บรรยากาศอีกแบบ พอมาขึ้นกับเพื่อน ๆ ที่โตมาด้วยกัน ก็ได้ความรู้สึกอีกแบบ

รู้ไหมครับผมว่า ระหว่างเส้นทางขึ้นเขา สำหรับผมมันเหมือนชีวิตเรา ตอนที่ผมกับเพื่อน ๆ มาขึ้นเขา เราคุยกันว่าจะใช้เวลากี่ชั่วโมงในการขึ้นเขา  ใครจะเหนื่อยก่อนกัน  จะพักกันกี่ศาลา ใครจะถึงก่อน  เราสนใจแต่จุดหมาย คือ บนยอดเขา  แต่ที่น่าตลกคือ พอเราถึงยอดเขาตามที่เราหวังไว้ สิ่งที่ทำให้การขึ้นเขาครั้งมันสนุก กลับไม่ใช่การที่เราไปถึงยอด แต่เป็นเรื่องราวระหว่างทาง  'เห้ย!เหนื่อยแล้วเหรอ เพิ่ง 1000 ขั้นเอง' , มีลิง ๆ ระวังลิงแย่งขนม

 สิ่งเล็กๆเหล่านี้กลับสร้าง 'ความทรงจำ' ให้กับการท่องเที่ยว ... ดังนั้น ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะไปเที่ยวที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นเขาวงพระจันทร์ หรือที่อื่น ๆ อย่าลืมเก็บเรื่องราวระหว่างทาง   เรื่องราวที่เราอาจมองข้ามไป แต่มันคือสิ่งที่ทำให้การเที่ยวครั้งนั้น มันมีความหมายมากเลยนะครับ

ยังไงหลังหมด COVID-19 เมื่อไหร่ กุมภาพันธ์ ปีหน้า อย่าลืมพาเพื่อน พาคนรัก คุณพ่อคุณแม่ มาท้าพิสูจห์พลังกาย บนเขาลูกนี้นะครับ

เขาวงพระจันทร์ รอคุณมาเติมเรื่องราวบนภูเขาลูกนี้อยู่