สวัสดีครับ ช่วงที่ผมเรียนอยู่ประถมปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี ช่วงนั้นผมอาศัยอยู่กับพ่อ 2 คน พ่อจะเป็นคนไปส่งผมตอนเช้าและรับกลับตอนเย็น วันไหนที่พ่อทำ OT ผมก็จะนั่งเล่นกับยาม ให้ยามสอนการบ้านให้ ลุงยามก็ใจดีนะครับ ก็ช่วยดูผมตลอด โดยโรงเรียนผมเป็นโรงเรียนวัดครับ คือเปิดหน้าต่างห้องเรียนมาก็เจอกับเมรุเผาศพเลย ส่วนคนจีนก็จะไปฝังที่หลังโรงเรียน จะมีฮวงซุ้ยพื้นที่ใหญ่มากครับ ซึ่งผมเองก็ต้องกลับบ้านโดยผ่านเส้นทางนี้เหมือนกันครับ โดยฮวงซุ้ยนี้ก็มีคนล่ำรือกันว่าผีดุ กลางคืนจะไม่มีใครผ่านเส้นนี้เลย เพราะมีเส้นคู่ขนานอยู่ด้านนอก

 

ลุงยามเล่าให้ฟังว่า มีหลายครั้งที่มีวัยรุ่นชอบมาลองของกัน หรือพาเพื่อนมาแกล้งที่นี่บ่อย แล้วก็โดนดีกันทุกราย

 

ลุงยาม : นี่นะ มันมีคนนึงวิ่งมาทางนี้ มอซงมอไซต์มันไม่สนใจเลย วิ่งตัวสั่นบอกผีหลอกๆ แล้วก็มาอยู่ในป้อมลุงเนี่ย นั่งสั่นอยู่เนี่ย (ชี้ไปที่มุมป้อมข้างตู้เก็บของ) มันบอกลุงว่าปวดเยี่ยว เลยจอดมอไซต์เยี่ยวแถวนั้น แล้วก็รู้สึกมีคนมายืนอยู่ข้างหลัง แบบแนบชิดหายใจรดต้นคอเลย หันไปก็ไม่เจอใคร เริ่มกลัว ก็เลยขึ้นรถ แต่รถสตาร์ทเท่าไหร่ก็ไม่ติด ยิ่งสตาร์ทรถยิ่งหนักขึ้นๆ พอมีคนมากอดเอว ผมก็ไม่สนรถแล้ว วิ่งมาหาลุงเลย บางคนที่โดนก็จะเห็นคนยืนเต็มฮวงซุ้ยเลยแต่ไม่มีใครเปิดไฟสักคน ยืนมันมืดๆแบบนั้น แล้วคิดว่าเป็นคนไหมหล่ะ (พูดไปหัวเราะไป)

Advertisement

Advertisement

 

มีช่วงหนึ่งที่พ่อผมมารับหลังทำ OT แล้วจำเป็นต้องกลับทางนี้เพราะต้องไปบ้านเพื่อนพ่อที่ถัดไปจากทางที่ผ่านฮวงซุ้ย ระหว่างทางก็มีหมาที่อยู่บริเวณนั้นนอนอยู่ แค่ไฟรถมอเตอร์ไซต์ส่องไปโดนตาหมาก็น่ากลัวจะแย่อยู่แล้ว ห่างตาผมก็ไปเห็นคนนั่งอยู่บนฮวงซุ้ย ใช่ครับผมเห็นจริงๆ ผมก็กอดพ่อแน่มากแล้วก็หันไปอีกทาง หลับตาสนิทเลย หลังจากนั้นก็เล่าให้พ่อฟัง พ่อก็ไม่พาผมผ่านทางนี้อีกเลยถ้าค่ำแล้ว ปัจจุบันทุกอย่างยังอยู่ในสภาพเดิมครับ แต่เทศบาลนำไปมาติดให้สว่างมากขึ้น

Advertisement

Advertisement