พร้อมออกเดินทาง

               เสียงนาฬิกาปลุกคำรามสนั่นในช่วงเวลาที่กำลังหลับสนิท  ยังอยู่ในภวังค์แห่งนิมิต ทั้ง ๆ ที่เปลือกตาทั้งสองยังคงปิดอยู่  แต่มือขวาเอื้อมข้ามหัวเตียง หยิบโทรศัพท์เจ้ากรรมนั้นเพื่อปิดเสียงที่น่ารำคาญ ขัดอรรถรสการนอนในเวลานี้   แต่  ครั้นจะนอนต่อก็คงผิดแผนที่เตรียมไว้  นี่มันเวลา 05.00 น. แล้วได้เวลาเตรียมตัวกับภาระกิจวันหยุดพักผ่อนแสวงหากำไรชีวิตกันอีกครั้ง  รีบจัดแจงแต่งตัว พร้อมออกเดินทาง กับทริปสุดชิลนั่งรถไฟ One Day Trip กรุงเทพ - เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ พกเงิน กิน เที่ยว เบา ๆ 500 บาท  และถ้าพร้อมแล้วออกเดินทางกันเลย

หัวลำโพง

รถไฟ               การเดินทางสู่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เริ่มขึ้น  ผมออกเดินทางจากที่พักแถวเส้นเจริญกรุง  โบกรถเมล์นั่ง  สบาย ๆ จ่ายค่ารถเมล์ 10 บาทตลอดสาย  ลงป้ายแยกหัวลำโพง  ปลอดภัยไว้ก่อนไม่ข้ามถนนดีกว่า เดินเลี้ยวขวาลงบันไดเลื่อน ทางลงไปรถไฟใต้ดิน MRT หัวลำโพง แล้วเดินผ่านสถานีรถไฟใต้ดินไปขึ้นบันไดเลื่อนโผล่ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือ สถานีรถไฟหัวลำโพง

Advertisement

Advertisement

ตั๋วรถไฟ               สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเดินทาง ก็คือตั๋วโดยสารรถไฟ  ขบวนรถพิเศษนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในราคา 290 บาท เป็นตั๋วเที่ยวไปและเที่ยวกลับในราคานี้ครับ  เตรียมสัมภาระให้พร้อม เก็บภาพบริเวณสถานีรถไฟสักครู่แล้วเตรียมเดินไปยังชานชาลาที่ 5 มุ่งหน้ามองหาคันที่ 9  ขออีกสักภาพกับขบวนรถไฟสักหน่อย

พร้อม

              พร้อมมากได้ที่นั่งแล้ว  เสียงหวูดรถไฟ และนายสถานีให้สัญญาณพร้อมออกเดินทางในเวลา 07.10 น. ระหว่างที่รถไฟกำลังแล่นอยู่บนราง กว่าจะออกจากบริเวณเขตเมือง  ขอพักสายตาสักงีบแล้วค่อยลืมตาตื่นมาเก็บภาพบรรยากาศริมทางรถไฟ

Advertisement

Advertisement

ข้าวเหนียวหมูทอด

              อีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงท้องก็ร้องหิวแล้วสิ! โชคดีที่มี Delivery บริการข้าวเหนียวหมูทอด รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มบนขบวนรถไฟ  ผมจะพลาดได้ยังไงละ เมื่อท้องมันร้อง หิว หิว จัดไปสัก 1 ห่อรองท้องแล้วกัน แบบว่าได้บรรยากาศมากขอบอก  ข้าวเหนียวรักษ์โลกห่อใบตองกินคำ ชมธรรมชาติริมทางไป อรรถรสจริง ๆ เลย

              ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพถึงจุดชมวิวรถไฟลอยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เวลา 10.30 น. ใช้เวลาโดยประมาณ 4 ชั่วโมงจากกรุงเทพมหานคร บวกลบเวลาดีเลย์เล็กน้อย   

จุดชมวิวจุดชมวิว

               จุดชมวิวรถไฟลอยน้ำกลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  นับว่าเป็นไฮไลน์ ของทริปนี้เลยทีเดียว เพราะรถไฟจะมาจอดบนสะพานกลางเขื่อนกักเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อให้ทุกคนลงแชะภาพ เก็บบรรยากาศของความประทับใจ ยิงชัตเตอร์กันให้รัว ๆ เลยครับ  ว่าแล้วผมก็ขอไปแชะภาพบ้างแล้วกัน  แต่น่าเสียดายปีนี้น้ำแล้ง แต่ก็ได้ภาพบรรยากาศอีกแบบ

Advertisement

Advertisement

เรือ
ชมวิว            ได้ภาพสวยงามมาพอสมควรแล้ว  ตรงนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที สัญญาณให้ขึ้นรถกลับไปยังที่นั่งของเราเองเพื่อออกเดินทางต่อไปยังโคกสลุง เพื่อแวะช้อปปิ้งอาหารและผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน  มีของกินและะของฝากให้เลือกซื้อมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นของพื้นบ้าน ใส่ภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังได้รับบรรยากาศ ของความเป็นธรรมชาติ

โคกสลุง

กินแตงโม              จุดแวะช้อป สถานีรถไฟโคกสลุง ประมาณ 30 นาที ออกเดินต่อด้วยขบวนรถไฟนำเที่ยวฯ  กลับมายังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  ซึ่งเรามีเวลาเต็มที่และเลือกการเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ตามต้องการ ซึ่งรายการโปรแกรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจตามภาพประกอบนี้ครับ

กำหนดเที่ยว               ลงจากรถไฟแล้วผม มาซื้อตั๋วรถตู้นำเที่ยวจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ค่ารถตู้ไปกลับ บริการรับ-ส่ง ตลอดการเดินทางในราคา 60 บาทต่อคน  รถตู้นำไปไหว้พระสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดเขาดินเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ในการเดินทางมาสักการะในครั้งนี้ และแชะภาพเก็บความประทับใจตามอัธยาศัย เสร็จแล้วเดินทางกันต่อ ด้วยรถตู้เช่นเดิม เรียกคันไหนก็ได้ จ่ายตังค์ครั้งเดียว เที่ยวได้หลายที่

รถตู้ ไหว้พระไหว้พระ             เดินทางต่อไปชมภาพวิวสวยไป ณ ไร่ทานตะวัน ยิ่งช่วงนี้กำลังบานสะพรั่งแย้มรับแสงของตะวันอย่างสดใส ด้วยเนื้อที่กว่า 75 ไร่เพื่อสร้างทัศนียภาพให้กับนักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพแชะรัว ๆ ชัตเตอร์กดติดทานตะวันกันให้หนำใจ  ไร่ทานตะวันมีค่าเข้าชมด้วย 20 บาท เรียกได้ว่าเลือกมุมถ่ายรูปได้ทั้งไร่เลยทีเดียว  นักท่องเที่ยวเลือกมุมที่สวยที่สุด หามุมของเลนส์ที่ได้ภาพออกมาสวยงาม  นอกจากนี้ยังมีบริการขี่ม้าชมทุ่ง อีกด้วย ก็จะมีค่าบริการ 100  บาทต่อคน แต่ถ้าใครอยากขี่ม้าถ่ายรูปเฉย ๆ ค่าบริการเป็นค่าอาหารน้องม้า 20 บาทต่อคนครับ

ทุ่งทานตะวันทุ่งทานตะวันทุ่งทานตะวันสุภาพบุรุษขี่ม้าขาว                หลงอยู่ในไร่ทานตะวัน ตั้งนาน ได้เวลากลับแล้วสิ  ไปไม่ทันมีตกรถแน่ นัดหมายรถไฟออกจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เวลา 15.30  น. เพื่อเดินทางกลับไปยังกรุงเทพมหานคร

               สำหรับใครที่กำลังมองหาแหล่งท่องเที่ยวช่วงวันหยุด หรือช่วงฤดูหนาวนี้ ลองเลือกทริปไป-กลับ กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่จัดขึ้นโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งปีนี้เริ่มจำหน่ายตั๋วและนำเที่ยวตลอดฤดูกาล ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 ถึง มกราคม 2563 ให้บริการในทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์


สำหรับทริปนี้ค่าใช้จ่ายที่ผมใช้ไปค่ารถเมล์ไปหัวลำโพง 20 บาท (ไป-กลับ)

💰ค่าโดยสารรถไฟ 290 บาท (ไป-กลับ)

💰ค่ารถตู้โดยสารไหว้พระและชมไร่ทานตะวัน  60 บาท (ไป-กลับ)

💰ค่าเข้าชมไร่ทานตะวัน 20 บาท

💰ค่าบริการขี่ม้า ถ่ายรูป 20 บาท

รวมทั้งสิ้น 410 บาท

หมายเหตุ *** จิปาถะ ขนม นม น้ำ ข้าว ไม่เกิน 100 บาท  เที่ยวแบบประหยัด  !!!

ใครไปเที่ยวแล้วเอาภาพสาย ๆ ที่ไปแชะรัว ๆ มาแบ่งปันกันชมนะครับ...