หลายคนคงกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวชิคๆชิวๆ ในช่วงฤดูฝนที่เหมาะแก่การชมสายหมอกสวยๆของฟ้าหลังฝน กับสถานที่อันแสนสงบที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ และอากาศสดชื่นบริสุทธิ์ ซึ่งคงพลาดไม่ได้กับสถานที่สวยๆแห่งนี้ "สังขละบุรี เมืองแห่งสามหมอก" สถานที่ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์และความหลากหลายของวัฒนธรรม ที่เปรียบเสมือนเป็นสวรรค์บนดินของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเลยก็ว่าได้ สายเที่ยวเชิงอนุรักษณ์ ต้องไม่พลาดที่จะมาสัมผัสกับความสวยงามของที่นี่ โดยเฉพาะในช่วงของหน้าฝน ที่จะทำให้คุณได้เห็นถึงความสวยงามของหมอกยามเช้า ความเย็นของอากาศและความสวยงามของวัดกลางน้ำ ที่โผล่อยู่กลางแม่น้ำอย่างน่าเหลือเชื่อ วันนี้เราจะมาแนะนำ7 จุดแลนด์มาร์คเจ๋งๆ ของสังขละบุรี ที่ไปแล้วต้องได้รูปสวยๆกลับมาแน่ ใครมีกล้องดีดี เตรียมหมุนเลนส์รอเลยจ้า

Advertisement

Advertisement

 

1. สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือเรียกสั้นๆ ว่า สะพานมอญ

ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ราว 850 เมตร เป็นสะพานไม้ที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างชาวไทยกะเหรี่ยง ชาวมอญ และชาวพม่า เรียกได้ว่าเป็นจุดไฮไลท์จุดแรกที่ใครมาก็ต้องมาถ่ายรูปคู่กับสะพานมอญแห่งนี้

นี่คือสะพานมอญ เป็นสะพานไม้ที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างชาวไทยกะเหรี่ยง ชาวมอญ และชาวพม่า                             

2. วิวแม่น้ำซองกาเลีย

เป็นวิวด้านล่างสะพาน ซึ่งแม่น้ำสายนี้เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธไมตรีของชาวไทยกะเหรี่ยง มอญ และพม่า ที่ได้ถ่ายทอดถึงวิถีชีวิตของคนที่นี่ได้เป็นอย่างมาก

แม่น้ำซองกาเลีย จุดเริ่มต้นความสัมพันธไมตรีของชาวไทยกะเหรี่ยง มอญ และพม่า 😁 ข้างล่างมีบ้านพักและร้านอาหารด้วยนะคะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบวิวฟินๆท่ามกลางแม่น้ำเลย :))

 

3. วัดวังวิเวการาม(เก่า) หรือเรียกว่า

วัดใต้น้ำเมืองบาดาล เป็นวัดเก่าแก่ที่ชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญได้ร่วมกันสร้างไว้ ซึ่งการจะไปเที่ยวชมวัดใต้น้ำเมืองบาดาลนั้น จะต้องนั่งเรือไปอย่างเดียวเท่านั้น เพราะวัดนั้นได้ถูกสร้างอยู่กลางน้ำนั้นเอง

เราเดินจากสะพานมอญเพื่อสำรวจวัดและที่แปลกใหม่บริเวณสังขละบุรี และพยายามหาเส้นทางเท้าที่จะเดินไปดูเมืองบาดาล แต่แล้วก็ได้คำตอบจากชาวบ้านละแวกนั้นว่า ต้องนั่งเรือไปเท่านั้น! วินาทีนั้นเราเลยตัดสินใจนั่งเรือไปดู Unseen Thailand สวยๆที่เมืองบาดาล ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่ชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญได้ร่วมกันสร้างไว้ บอกไว้เลยว่าห้ามพลาด เพราะที่นี่สวยกว่าที่คิดมากกก ใครที่ชอบการท่องเที่ยวแบบเรียลๆอริจินัลแบบนี้ แนะนำว่าต้องมาสักครั้งนะคะ :)) 💚💚✨🌱

 

Advertisement

Advertisement

มุมนี้บอกได้เลยว่าไม่ซ้ำใครแน่ๆ เป็นมุมข้างกำแพง เมื่อคุณเดินชมรอบๆวัดก็จะเจอทุ่งหญ้าเขียวขจีสวยๆแบบนี้ หมุนเลนส์รัวๆกดชัตเตอร์กับภาพทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทยกันไปเลย

Here is Thailand ! ถ่ายรูปอยู่เมืองไทยยังไงให้ดูเหมือนอยู่ทุ่งหญ้าสะวันนา 😂 บอกเลยมุมนี้สวยจริงๆ ความกำแพงเก่า ความหญ้าเขียวบวกวิวภูเขา ไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศก็อินได้ เมืองไทยมีของสวยๆเยอะกว่าที่คิดดเลยยย 😝😝😁

 

4. วัดสมเด็จ(เก่า)

นั่งเรือข้ามมาอีกฟาก ก็จะเจอกับวัดสมเด็จเก่า จุดนี้มีปล่อยปลา ปล่อยเต่าด้วยนะคะ ความคลาสสิกของเราชอบความโบราณของวัดเก่าที่นี่อย่างหนึ่ง คือ การมีรากต้นไม้ต้นไทรเลื้อยเข้าบริเวณวัด มันแสดงถึงความขลังและมนต์เสน่ห์ของที่นี่มาก

วัดสมเด็จเก่า

เราชอบความโบราณของวัดเก่าที่นี่อย่างหนึ่ง คือ การมีรากต้นไม้ต้นไทรเลื้อยมา มันแสดงถึงความขลังและออริจินัลโดยแท้ทรู 😌😌

 

5. โบสถ์จมน้ำ

เป็นโบถส์ที่สร้างอยู่กลางน้ำ จุดนี้ลงไม่ได้นะคะเป็นจุดที่เรือจอดให้เรานั่งชมบนเรือค่ะ ไกด์ท้องถิ่นที่นี่บอกว่า การมาเที่ยวชมเมืองบาดาลที่นี่จะมีเสน่ห์ที่ต่างกันในแต่ละช่วงฤดู หากมาในช่วงหน้าร้อนโบสถ์ก็จะโผล่ให้เห็นบนเนินดิน หากมาช่วงหน้าฝนแบบนี้ก็จะเห็นโบสถ์อยู่กลางน้ำแบบนี้ค่ะ

Advertisement

Advertisement

โบสถ์จมน้ำ ถ้ามาช่วงที่ฝนตกหนักๆเค้าบอกว่า จะเห็นโบสถ์แค่ช่วงท่อนบน แต่ถ้ามาช่วงนี้ถือว่าน้ำกำลังพอดีค่ะ เห็นโบสถ์ครึ่งๆกลางๆ มันดูมีเสน่ห์มากก 😆😆โบสถ์จมน้ำ

 

6. เจดีย์พุทธคยา

เรียกว่าเป็นวัดที่ไว้กราบไหว้ บูชาสักการะของคนที่นี่เลยก็ว่าได้ วัดเจดีย์พุทธคยา สามารถเดินไปได้โดยไม่ต้องนั่งเรือไป เสน่ห์ของวัดที่นี่ คือความสวยงามของเจดีย์สีทองเหลืองอันสูงตระหง่าน

เจดีย์พุทธคยา 🙏

 

7. จุดชมวิววัดเจดีย์พุทธคยา เป็นจุดสวยๆ อีกจุดหนึ่งที่ห้ามพลาดเช่นกัน เพราะเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวัดกลางน้ำ และวิวแม่น้ำซองกาเลียได้อย่างกว้างขวาง

จุดชมวิว สังขละบุรี หน้าฝน ใครว่าเที่ยวไม่สนุก หากคุณบ้าถ่ายภาพ หากคุณชอบความเชิงอนุรักษ์ หยิบกระเป๋าแล้วแบกเป้มาชมความสวยงามของเมืองไทยเราสักครั้งเถอะ แล้วคุณจะไม่ผิดหวังที่ครั้งหนึ่งได้มาที่นี่ เหมือนกับที่เรากำลังตกหลุมรักที่นี่อยู่เช่นกัน