รูปปกแจกฟรีใช้ได้

ยุคสมัยเปลี่ยนไป ความทันสมัยเข้ามาในโลกเรามากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความเชื่อในเรื่องของการเห็นผี ความเชื่อในเรื่องของวิญญาณ จางหายไปจากโลกนี้เลย เช่นเดียวกับในประเทศยังมีคนที่มักจะชอบไปลองของตามสถานที่ที่น่ากลัวเช่น วัด สุสาน โรงแรมร้าง และอื่นๆอีกมากมาย วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 วิธี ตามความเชื่อว่าจะมองเห็นผีได้ ให้ได้ลองไปทำกันดูเผื่อใครใจถึง


♠ก้มลงไปมองลอดใต้หว่างขาของตัวเอง

ก่อนจะทำให้เราตั้งจิตอธิษฐาน และเดินรอบเมรุตามเข็มนาฬิกาจนครบ 3 รอบ หลังจากนั้นให้เรามาหยุดที่ตรงประตูหน้าเมรุ และค่อยๆก้มลงมองใต้หว่างขา ตามความเชื่อโบราณบอกว่า จะมีผีมายืนปรากฏตัวให้เราได้เห็น แต่วิธีนี้ แนะนำให้ทำช่วงเวลาก่อนหรือตอนเที่ยงคืนเท่านั้น


♥นำขี้เถ้าคนตายมาป้ายตา

แค่เราเดินทางไปในที่ที่เราอยากเห็นผี จากนั้นเอาขี้เทากระดูกมาทาที่ตา จากนั้นเราจะได้พบดวงวิญญาณผี ที่เราต้องการพบ

Advertisement

Advertisement

 

🔍นอนคาบธูปดำ 3 ดอก

ขั้นตอนการทำ เพียงแค่คุณนอนหัวหันทิศตะวันตก ปากคาบธูปดำ 3 ดอก พนมมือ ท่องนะโมย้อนหลัง 16 จบ และลืมตาขึ้น ก็จะเจอผี และขั้นตอนนี้ควรทำในวันพระเท่านั้น

 

♣ ปอกแอปเปิ้ลหน้ากระจก


เริ่มจากจุดเทียนและทำพิธีกรรมนี้บริเวณหน้ากระจก และเลือกเวลาทำคือเที่ยงคืนพอดี โดยหลงจากจุดเทียนและเข้าสู่เที่ยงคืนแล้ว ให้ท่องคาถา นะมะทะพา ทุทโธทายะ ครบ 3 รอบ จากนั้นให้ทำการเริ่ม


ปอกเปลือกแอบเปิ้ล แต่ห้ามปอกให้เปลือกขาดจากกันและค่อยๆมองไปรอบตัว จากนั้นหน้ากระจกที่เรานั่งทำพิธีอยู่จะมีดวงวิญญาณเริ่มผ่านไปมา ให้เราได้เห็น


  เหตุการณ์แรก 🏠 เกิดช่วงสองทุ่มของเดือน พ.ย.55 พวกผมได้เห็นสิงบ้างอย่าง 🔆

รูปวิวกลางคืน

เหตุการณ์แรก เกิดช่วงสองทุ่มของเดือน พ.ย.55🏯
ผมไปอาบน้ำด้านหลังตึกโดยไม่ลืมที่จะล๊อคประตู ผมออกประตูหลังสุดของตึก โดยมีพลทหาร ยืนเวรอยู่หน้าตึก พอกลับมาแฟนผมโทรมา ถามผมว่าไปอาบน้ำมาหรอ ผมถามว่าเธอรู้ได้อย่างไร เธอบอกว่าคนรับบอกว่า โจ้ (ชื่อผม) ไปอาบน้ำ ผมตกใจ แต่ก็บอกเธอไปว่า ผมไปอาบน้ำมา แต่ในความเป็นจริง คือ ผมทิ้งโทรศัพท์ไว้ในห้องที่ล็อคจากข้างนอกและกุญแจอยู่ที่ผม ซึ่งผมพกไปด้วย

Advertisement

Advertisement


รูปวิว
หลังจากวางสายผมกดเช็คปรากฏว่ามีรายการรับสายจริงครับ เป็นเวลา 10 วินาทีกว่าๆ คืนนั้นผมไม่ได้นอนออกไปอยู่กับพลทหารจนเช้า
บางคนก็บอกว่า นั่งรถไฟไป  บางคนก็บอกว่าเดินไป บางคนขึ้นลิฟต์ไป รอบนี้จขกท.นั่งเรือไป แสดงว่า
การคมนาคมไปสู่ประตูแห่งสวรรค์และนรกนี่สามารถไปได้หลายช่องทาง

แต่ส่วนตัว เชื่อว่าโลกหลังความตายมีจริง มียมทูตจริง (คนที่ทำหน้าที่ควบคุมวิญญานไปในที่ๆกำหนด
เรื่องนี้ที่เชื่อ ไม่ใช่เพราะฟังๆคนอื่นมา แต่เชื่อเพราะ เห็นจะๆ ด้วยตาตัวเอง และผมก็มั่นใจว่าสิ่งที่ผมเห็นนั้น

Advertisement

Advertisement

ไม่ได้ตาฝาดแน่นอน เกริ่นมาขนาดนี้ ถ้าไม่เล่าให้ฟัง ก็คงจะดูใจร้ายไปหน่อย
เรื่องเกิดขึ้นประมาณปี 2530 ครับ ตอนนั้นผมอายุ 17 ปี อยู่ ม.5 กำลังเรียนที่ร.ร.มัธยมแห่งหนึ่งในตัวเมือง
เชียงใหม่ จำได้แม่นว่า วันนั้นเป็นคืนวันศุกร์ เป็นวันเกิดของเพื่อน พวกเพื่อนๆประมาณ 6-7 คนหลังจากกินข้าวกัน


รูปตัวเองและเพื่อน


ในเมืองเสร็จ เพื่อนๆก็ชวนกันไปกินต่อที่บ้านสวนของเพื่อน อยู่ที่ อ.แม่ริม ใกล้ๆกับแถวปางช้างแม่สา พวกเราขึ้นไปบนดอยกันตอนประมาณห้าทุ่มกว่า ไปโดยรถกระบะตอนเดียว (ไม่มี Cap) มีคนขับกับเพื่อนอีกคนนั่งหน้า  ที่เหลือนั่งกระบะหลัง ส่วนผมก็นั่งกระบะหลัง

 

แต่ด้วยความที่เป็นคนที่มักจะเมารถ ผมเลยหันหน้าออกไปทางหน้ารถ มองทางไปด้วย โดยมองทางทะลุผ่านกระจกหน้ารถ ตรงช่องว่าง ระหว่างคนขับและคนนั่งข้างคนขับ ตอนนั้นก็นั่งมองทางไปเพลินๆ ไม่ได้คิดอะไร และก็ไม่ได้เมาด้วย (เพราะยังไม่ได้
กินเหล้า และปกติก็ไม่ชอบกินเหล้า) แล้วเมื่อรถมาถึงโค้งๆหนึ่ง ใกล้ๆกับปางช้าง เป็นโค้งเลี้ยวขวา 

 

ผมก็เห็นชายสองคนยืนอยู่ตรงหัวโค้ง (เห็นชัดเจน เพราะไฟหน้ารถส่อง) คนนึง เป็นชายวัยรุ่น อายุประมาณยี่สิบต้นๆใส่กางเกงยีนส์และเสื้อลายสก็อตสีฟ้าแขนยาว  แต่ชายอีกคนนี่สิ รูปร่างกำยำค่อนข้างท้วมนิดหน่อย ผิวดำแดง แต่แปลกที่ใส่แต่ผ้าเตี่ยวสีแดง ผืนเดียว ไม่ใส่เสื้อและรองเท้า

 

ชายที่ใส่ผ้าเตี่ยวสีแดงกำลังยืนจับข้อมือของชายวัยรุ่นเอาไว้ เหมือนยืนรออะไรสักอย่าง
แต่เค้าทั้งสองคนไม่ได้มองมาที่ผม ตอนแรกที่เห็นก็คิดเพียงแค่ว่า เอ๊ะ หรือเค้าสองคนจะรถเสีย เลยมายืนตรงนั้น
ผมเห็นภาพเค้าสองคนอยู่ประมาณ 3-4 วินาที เห็นนานพอที่จะจดจำรายละเอียดตามข้างบนได้ เพราะรถวิ่งไปทาง
พวกเค้า ไฟรถเลยส่องไปตรงนั้น แต่พอรถกำลังจะวิ่งผ่านโค้งที่พวกเค้ายืนอยู่ ผมก็หันมองตามพวกเค้า ปรากฏว่า
ช่วงเวลาแค่ไม่ถึงวินาที เค้าสองคนไม่ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว  ทั้งๆที่บริเวณที่เค้าสองคนยืนอยู่ ก็เป็นไหล่ถนน มีหญ้าขึ้นเตี้ยๆ


รูปถ่าย
ไม่ได้มีอะไรบดบังสายตาได้ แถมยังเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งสว่างมากพอ ที่จะมองเห็นในระยะใกล้ๆได้
ตอนนั้นก็ได้แต่เฮ้ย...ในใจ  พอไปถึงที่บ้านสวนของเพื่อน ก็ลองถามเพื่อนๆดู ว่ามีใครเห็นชายสองคนนั้นบ้าง
ก็ไม่มีใครเห็นสักคน แถมยังหาว่าผมตาฝาดอีก หรือไม่ก็กลัวผีจนคิดไปเอง  แต่ผมก็รู้ตัวเองดี ว่าเห็นนานพอที่จะเลย ไม่สนใจ จบแล้ว

 


เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการอดหลับอดนอนทำให้ตาฝาดได้

ชื่อ วุฒิภัทร นามสกุล คงสุข

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน เรื่องราวของผมนะครับ ชอบแล้วกดไลค์ได้แชร์ได้