คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

มนต์สเน่ห์ของสะพานมอญ สังขละบุรี

Patty_Sunshine
Patty_Sunshine
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก Patty_Sunshine
แจ้งตรวจสอบ
มนต์สเน่ห์ของสะพานมอญ  สังขละบุรี

                                                                                           สะพานมอญ

                        ในเมืองไทยมีหลายจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยว ให้ท่องเที่ยวมากมาย  และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพเท่าไหร่หนัก  จังหวัดนั้นก็คือ จังหวัดกาญจนบุรี  ซึ่งกาญจนบุรี  เป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ  เช่น  น้ำตกไทรโยค  หรือวัดที่มีชื่อเสียง  เช่น  วัดถ้ำเสือ และมีสถานที่ให้ไปล่องแพมากมาย  มีถ้ำกระแซซึ่งอยู้ในเส้นทางรถไฟสายมรณะ  เขื่อนศรีนครินทร์  สะพานข้ามแม่น้ำแคว  อีต๋องปิล็อก และยังมีสถานที่อีกหนึ่งสถานที่  ที่คนนิยมไปและเป็นแหล่งรวมของหลากหลายวัฒนธรรม  ทั้ง  ไทย มอญ และพม่า สถานที่แห่งนี้ก็ คือ สะพานมอญ สังขละบุรี 

                        หลายคนคงเคยได้ยิน สถานที่แห่งนี้  แต่อาจจะยังไม่เคยไป  ขอบอกไว้ตรงนี้เลย  ถ้าคุณได้ไป แล้วคุณจะหลงรัก และคุ้มค่าที่ได้ไป เรามาเริ่มจากการเดินทางก่อนดีกว่า  ถ้าเริ่มจากกรุงเทพ  คุณสามารถไปเริ่มต้น  ขึ้นรถจากสถานีขนส่งหมอชิต  เพื่อไปลงสถานีขนส่งกาญจนบุรี  หลังจากนั้นจะมีรถต่อไปลงสังขละบุรี  ซึ่งการเดินทางใช้เวลาจากกรุงเทพ จนถึงสังขละบุรี  จะใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง  ซึ่งระยะทางที่ไป ค่อนข้างคดเขี้ยว  และไกลมากๆ แต่ถึงแม้จะไกล ก็ไม่เป็นอุปสรรค  เพื่อเมื่อไปถึง  คุณจะหายเหนื่อย เพราะความตื่นตา  ตื่นใจกับแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้แน่นอน

Advertisement

Advertisement

ด่านเจดีย์สามองค์                     ทันทีที่มาถึง  ก็เข้าไปเก็บของในที่พัก  ซึ่งเป็น Guest House ซึ่ง หาได้ไม่ยาก  ในสังขละ ซึ่ง Guest House ที่ไปพักนี้อยู่           ตรงข้ามกับสถานีตำรวจสังขละบุรี  ราคาเป็นกันเอง  และการดูแลดีมาก  ซึ่งเป็นบ้านไม้  ซึ่งเจ้าของ Guest House เป็นคุณตำรวจที่เกษียณอายุแล้ว  เมื่อเก็บกระเป๋าเสร็จแล้ว  เจ้าของ  Guest House ก็พาไปทานอาหารอร่อยๆ ก่อนที่จะข้ามไปเที่ยวฝั่งพม่า  โดยจะผ่านด่านที่ด่านเจดีย์      สามองค์  โดยคุณลุงเจ้าของ  Guest  House  ก็ขอแค่บัตรประชาชนไป  และเขาก็ดำเนินการทุกอย่างให้  ความรู้สึกตอนนั้นคือ  ตื่นเต้นมาก  ว่าจะได้ข้ามไปเที่ยวฝั่งพม่า  เพราะเกิดมายังไม่เคยไปเที่ยวพม่าเลย ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก  

Advertisement

Advertisement

                    ด่านเจดีย์สามองค์

 

                          เมื่อข้ามไปฝั่งพม่า  สิ่งแรกที่เราได้เห็น  คือ บ้านเรือน  และวัฒนธรรมที่ดูแตกต่างจากเรา  รวมทั้งภาษาที่ใช้  คนพม่าจะทาแป้งทานาคากันทุกคนทั้งหญิงและชาย  อันนี้ก็เป็นภาพที่เราจะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน  เมือข้ามไปฝั่งพม่า  ตัวหนังสือที่ใช้  ในการเขียนป้ายต่างๆ  ก็จะเป็นภาษาพม่า  ในช่วงที่ไปนั้นจะเป็นเวลาเย็นแล้ว  ซึ่งเป็นเวลาเลิกงานของคนพม่า  ภาพที่เห็นคือ  คนพม่า  จะถือปิ่นโตกลับบ้าน  เพราะคนพม่านั้นนำข้าวไปกินเองที่ทำงานทุกคน  ผู้ชายพม่าสวมโสร่ง เป็นภาพแปลกตา  ที่ไม่เหมือนตอนที่คนพม่า  มาอยู่ในประเทศไทย

Advertisement

Advertisement

                         คุณลุงพาเราแวะที่ร้านสินค้าปลอดภาษี  เพื่อให้ซื้อสินค้าราคาถูก  ซึ่งก็มีสินค้า  หลายอย่างที่น่าซืื้อไปฝาก  คนที่ฝั่งไทยได้      จึงได้ทำการซื้อ  และจ่ายเงินเพื่อรีบกลับฝั่งไทย  เพราะชายแดนจะปิด ในอีกไม่กี่นาที  

                         เมื่อกลับมาที่พัก  เราก็อาบน้ำ  เพื่อให้คลายร้อน  และก็เริ่มออกไปเดินเล่นชิว ๆ  รอบ ๆ สังขละ ยามราตรี  ร้านที่เราพบเห็นมากที่สุด  ต้องหนีไม่พ้น ร้านหมูจุ่ม  ซึ่งขายเพียงราคา ไม้ละ  1 บาทเท่านั้นเอง  ใครที่ไปถ้าไม่ลองกินหมูจิ่ม  ก็เหมือนไปไม่ถึงสังขละ  

                         เมื่อถึงที่พัก  ก็รีบนอน  เพราะวันรุ่งขึ้น จะมีการใส่บาตรพระสงฆ์  ที่บริเวณสะพานมอญ ในตอนเช้าตรู่  แต่ที่เด็ดมากไปกว่านั้น  คือ  เขาจะมีบริการ  มีชุดสาวมอญให้ใส่  เพื่อไปใส่บาตร  นับเป็น highlight ของการไปสะพานมอญเลยก็ว่าได้ 

                         และแล้ว  เช้าวันใหม่ก็มาถึง  ซึ่งหลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย  ก็ไปรับชุดใส่บาตร  หลังจากนั้นก็ไปรอบริเวณสะพานมอญ  เพื่อรอพระสงฆ์ 

สะพานมอญ7

                         ระหว่างรอใส่บาตร  ก็ถ่ายภาพสวยๆ  รอไปก่อน พร้อมกับชุดสวยๆ  สไตล์สาวมอญ  พร้อมด้วยสะพานไม้ที่ทอดยาวไปถึงอีกฝั่ง เมื่อใส่บาตรเรียบร้อย  ก็เริ่มรู้สึกหิว  จึงเดินหาของกินช่วงเช้า  ที่ฝั่งมอญ  ซึ่งไปเจอร้านโจ๊ก  ที่น่าตาน่ากินมาก ๆ  เมื่อนั่งลงก็เริ่มสั่งโจ๊กร้อนๆ  มากินพร้อมกับปาต๋องโก๋  ที่อันใหญ่มาก ๆ  ในยามเช้า  

ปาต๋องโก้                          เมื่อเดินกลับมาฝั่งไทยก็จะพบกับน้องๆ  น่ารัก ๆ มารอปะแป้งทานาคา  ให้ระหว่างทาง  โดยเรากฌให้ค่าขนมน้องๆ  ไปคนละ  10  บาท ถึง 20 บาท  เป็นการช่วยให้ทุนการศึกษาน้อง  ๆ

                          เมื่อถึงห้องก็กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า  เพื่อจะนั่งเรือ ไปชมโบสถ์จมน้ำในช่วงสาย ๆ ซึ่งไกด์ประจำเรือก็เป็นเด็กน้อย  ที่เรียนอยู่โรงเรียนแถวนี้  ซึ่งน้องพูดและแนะนำเราในฐานะไกด์ได้คล่องแคล่วมาก  อดอมยิ้มไม่ได้  ในความน่ารักของน้อง ๆ

โบสถ์กลางน้ำ                          หลังจากนั้น  เราก็ไปชมเจดีย์พุทธคยา  ที่จำลองมาจากเจดีย์พุทธคยา จากประเทศอินเดีย  ซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก  

เจดีย์พุทธคยา

                                    หลังจากนั้นก่อนกลับกรุงเทพ  ก็มาถ่ายภาพความประทับใจที่สะพานมอญอีกครั้ง  กับภาพสะพานไม้ที่ทอดยาว  จากฝั่งไทยไปฝั่งมอญ  ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุด  ที่มีชื่อว่าสะพานไม้อุตตมานุสรณ์  ซึ่งชาวบ้านชาวมอญช่วยกันสร้างขึ้น  เพราะศรัทธาในหลวงพ่อ    อุตตะมะ โดยความยาวของสะพานประมาณ  900 เมตร โดยมีแม่น้ำซองกาเลียไหลผ่าน 

สะพานมอญ8                             ถึงเวลาต้องโบกมือลาแล้ว  สังขละบุรี  พร้อมกับกลับไปด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม

 

             Credit :  ภาพถ่ายเป็นของผู้เขียนทั้งหมด

             สามารถติดตามการท่องเที่ยวในสถานที่อื่น ๆ ของผู้เขียนได้ที่  : https://cities.trueid.net/218459


 วันลาเหลือใช่ไหม อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด