วันนี้เราพามาที่จังหวัดกาญจบุรีมาร่ำลึกถึงประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโลกในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นในจังหวัดกาญจนบุรีของประเทศเราเอง เป็นสถานที่เก็บรวบรวมแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ได้ดีก็คือที่นี้ หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ได้ก่อตั้งโดยนายอรัญ จันทร์ศิริ ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งเป็นสถานที่ที่เกิดจริงๆ เป็นพิพิธภัณฑ์นี้เป็นศูนย์อำนวยการของกองทัพญี่ปุ่นที่ใช้เพื่อที่จะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความน่าสนใจมาก เป็นแหล่งความรู้เหมาะกับประชาชนทั่วๆ ไปและ เป็นสถานที่ที่น่าจะต้องลองเข้าไปชมสักครั้งหนึ่ง

 

ป้าย                                            ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

              ทางเข้าของพิพิธภัณฑ์จะมีรถไฟโบราณรถไฟเก่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และก็มีรถเก่าๆ ที่ใช้ในสงครามอีกด้วย หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งอยู่ที่เชิงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ตำบลท่ามะขาม เมืองกาญจนบุรี  ที่เปิดบริการทุกวันเวลา 8.00-18.30 น. มีค่าเข้าด้วยนะคะ ค่าเข้าผู้ใหญ่คนละ 50 บาทเด็กเล็กเข้าฟรี ชาวต่างชาติ 40 บาท ค่ะ เบอร์ติดต่อสอบถามค่ะ 034-512-596 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าไปดีค่ะ เพราะว่าทำจะได้ทราบถึงเรื่องราวต่างๆ ในประวัติศาสตร์สมัยของสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งการสร้างสะพานข้าม ผ่านภาพถ่ายและสิ่งของเครื่องใช้ต่างในสมัยสงคราม จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

Advertisement

Advertisement

 

ผู้ก่อตั้ง                                                ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

             นายอรัญ จันทร์ศิริ ที่ได้สร้างขึ้นในช่วง เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2529 สร้างขึ้นเพื่อจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่รวบรวมด้วยใจรัก สร้างให้ระลึกถึงเหตุการณ์ที่เศร้า หดหู่ ในสมัยสงครามทีไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ทางพิพิธภัณฑ์มีหลากโซน โซนด้านนอกอาคารแสดงซากรถจักรไอน้ำ เครื่องบินและ โซนด้านในจะเป็นของใช้ต่างๆ ในการทำสงครามและซากกระดูกของเชลย รูปภาพจากการทำสงคราม ชีวิตความเป็นอยู่ และมีโซนหอศิลป์มีการแสดงหุ่นปั้นต่างๆที่เป็นศิลปะ ที่มีสาระประโยชน์มากเหมาะแก่การเรียนรู้ ถ้าใครได้เข้าไปชมก็จะรู้สึกชอบ ซึ่งเหมาะกับประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ควรได้ไปสักครั้ง และจะได้เจอประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากๆ 

Advertisement

Advertisement

 

ปืนเก่า                                                   ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

             มาดูด้านในตึกพิพิธภัณฑ์สงครามกันมีการจัดแสดงประวัติศาสตร์สงครามที่มีทั้งของญี่ปุ่นและเชลย มีของต่างๆมากมาย เช่นดาบ ลูกระเบิด อาวุธปืน เงินโบราณ ยานพาหนะของชาวญี่ปุ่นที่ใช้ใน ซึ่งถูกจัดแบ่งไว้เป็นส่วนๆ เรื่องราวก็หลากหลายทั้งที่เกี่ยวโยงกับเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว และข่าวสารเรื่องราวสำคัญในแต่ละช่วงเวลา ส่วนแรกที่เราได้เข้าชมก็คือ อาคารพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2  มีปืนที่ใช้รบกันในสงครามจริงๆ มีหลากหลากมาก เป็นของจริงๆ ต้องมาชมเองถึงได้รู้ค่ะ

Advertisement

Advertisement

 

เสื้อทหาร                                                  ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

            และเป็นการเก็บรวมรวบห้องที่รวบรวมภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสงครามในกาญจบุรี มีทั้งระเบิดมากมาย อุปรกณ์เครื่องมีสื่อสาร โทรศัพท์ ตะเกียง ชิ้นส่วนอาวุธหุมระเบิด  มีดดาบที่ผ่านการใช้ในสงคราม ของทั้งหมดนี้คือของจริงที่ผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่นี้ทำให้ข้นลุกมาก ไปจริงๆ ข้นลุกตลอดเวลาเดินไปเยี่ยมข้นลุกไปตลอดเวลา และรอบๆยังมีรูปภาพถ่ายเกี่ยวกับการสร้างสะพานและรูปภาพเชลยศึกที่มีความผอมแห้งทำงานหนักมองดูแลน่าสลดที่สุด

 

กระดูก                                                ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

           นี้คือโครงกระดูกเป็นสุสานของกรรมกรเชลยที่มีความโหดร้าย ที่ตายกองรวมกัน มีจัดสร้างไว้ในตู้กระจก และมีเรื่องเล่ากันว่า ที่สามารถหากระดูกเชลยได้ยังไงนั้น (มาฟังกันค่ะ) คือมีวิญานมาเข้าฝันชาวบ้านในแถวนั้นว่าให้ช่วยหน่อยมาช่วยปลดปล่อยหน่อยเถอะเพราะอยู่มานานแล้วอยากออกไปแล้ว จากนั้นชาวบ้านก็พากันไปดูตรงที่ตัวเองฝัน แล้วก็ค้นพบ เจอหลายศพ 100 กว่าศพ แล้วก็ขอมาไว้ที่พิพิธภัณฑ์นี้ (ถึงว่าเดินมาข้นลุกตลอดเป็นแบบนี้เอง) 

 

รูปปั้น                                                ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

           ที่นี้เกิดมาแล้วหลายช่วงอายุคน และที่นี้ยังมีสะพานไม้เก่าแห่งแรกที่ญี่ปุ่นสร้างเพื่อลำเลียงอาหารด้วยอยู่โซนใต้ตึกด้านหลัง และมีการจัดแสดงหุ่นงานปั้นที่จำจองสถานการณ์ต่างๆ ในการทำงานของเชลยศึก ข้าวของเครื่องใช้ของเชลยศึก มีรถราง รถ ม้า จักรยานสามล้อ ในช่วงสงคราม และในพิพิธภัณฑ์ยังมีอีกหลายโซน เพราะใหญ่มากมีของมากมายเยอะแยะไปหมด อยากให้มาชมเพราะการเกิดทำสงคราม อยากให้เห็นว่าสงครามมันหน้ากลัวขนาดไหน ต้องสูญเสียผู้คนมากมาย ไม่อยากให้เกิดสงครามแบบนี้อีก อยากให้รักใคร่ป้องดองกันและกัน คนที่ชอบประวัติศาสตร์ก็ไม่ควรพลาดสถานที่แห่งนี้นะคะ

 

ขอบคุณภาพหน้าปกจาก Canva.com