สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน วันนี้ผู้เขียนจะพาไปเที่ยวสถานที่ที่หนึ่ง ถึงจะเป็นจังหวัดเดิมที่เคยเขียนแต่ก็ไม่ใช่ที่เดิมค่ะ ซึ่งผู้เขียนจะบอกไว้ก่อนเลยว่าที่นี่ค่อนข้างน่าสนใจ ยิ่งโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวของสงครามด้วยแล้ว น่าจะถูกใจนะคะ และผู้เขียนก็เชื่อว่าน่าจะมีหลายคนที่ยังไม่เคยไปเยี่ยมชม หรือแม้แต่บางคนก็อาจจะไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้ด้วยซ้ำ วันนี้ผู้เขียนเลยจะพาไปย้อนภาพประวัติศาสตร์กันค่ะ

ขึ้นชื่อว่า " กาญจนบุรี " หลาย ๆ คนที่สนใจประวัติศาสตร์ย่อมรู้ว่าที่นี่คือเมืองหน้าด่านในการทำสงครามกับพม่า และเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกและแรงงานจำนวนมากมาเพื่อสร้างทางรถไฟ ( ปัจจุบัน เรียกว่า ทางรถไฟสายมรณะ เนื่องจากเชลยศึกต้องเร่งสร้างทางรถไฟโดยไม่มีการพักผ่อน จนทำให้มีการล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งจากความเป็นอยู่ และโรคภัยไข้เจ็บที่ไม่มีการรักษา )

Advertisement

Advertisement


เราจะไปดูภาพประวัติศาสตร์กันว่าข้างในพิพิธภัณฑ์นี้มีอะไรบ้าง ตามมาค่ะ1หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนก่อตั้งโดยนายอรัญ จันทร์ศิริ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2529 สร้างขึ้นในพื้นที่เกิดเหตุการณ์จริงที่กองทัพญี่ปุ่นใช้สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์อำนวยการในการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว ลักษณะพิพิธภัณฑ์เป็นกลุ่มอาคารจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควและประวัติศาสตร์เรื่องราวต่างๆ1เมื่อจ่ายค่าเข้าชมแล้วสิ่งที่เราจะได้เห็น ก็คือ...

  • อนุเสาวรีย์บุคคลสำคัญ เช่น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, พ่อขุนรามคำแหงมหาราช, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

มหาราช

  • แผ่นจารึกของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ( รัชกาลที่ 5 ) เมื่อครั้งเสด็จประพาสไทรโยคเมื่อปี พ.ศ. 2440

Advertisement

Advertisement

2440

  • ศาลวีรชน ตั้งขึ้นเพื่อทหารไทยที่สละชีวิตเพื่อชาติ

ศาล

  • อาวุธสงครามต่าง ๆ มีทั้งมีด ปืน และชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่สามารถประกอบเป็นอาวุธได้

อาวุธ

  • ที่บรรจุกระดูก มีกระดูกเชลยศึกจำนวน 106 ศพ ถูกบรรจุอยู่ภายในโลงแก้ว และมีหีบใส่ศพทหารจริง ๆ จัดแสดงด้วย โลง
  • อุปกรณ์สร้างทางรถไฟ มีทั้งตัวเชลยศึก อุปกรณ์การสร้างทางรถไฟ รวมไปถึงคุกที่ใช้สำหรับขังเชลยศึก

เชลย

  • บริเวณรอบ ๆ พิพิธภัณฑ์ ซึ่งกว้างพอควรเลยค่ะ ต้องมีเวลาถึงจะเดินครบ

รอบ ๆขณะที่เดินผ่านแต่ละเรื่องราวก็นึกสลดใจกับชีวิตที่ต้องเสียไป ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นชนชาติใด ก็ไม่ควรต้องเอาชีวิตมาทิ้ง หากโลกนี้ไม่มีสงคราม ชีวิตของพวกเขาอาจจะยืนยาวมากกว่านั้น ความจริงแล้ว พิพิธภัณฑ์นี้ยังมีสิ่งที่น่าดูอีกมากเลยนะคะ แต่ด้วยเวลาจำกัด เลยทำให้ผู้เขียนก็ดูไม่ทั่วถึงเช่นกัน ถ้าหากใครต้องการศึกษาให้มากกว่านี้ ก็ต้องลองออกท่องโลกประวัติศาสตร์ เป็นยังไงก็มาเล่าให้กันฟังบ้างนะคะ

Advertisement

Advertisement


วัน / เวลาทำการ

  • ทุกวันระหว่างเวลา 08.00 - 18.30 น.

​​​อัตราค่าเข้าชม

  • ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 10, 20 บาท


ขอบคุณข้อมูลพิพิธภัณฑ์จาก : http://www.kanchanaburi.go.th/au/tourkan2015/artgallery.php
ภาพถ่ายโดย : ผู้เขียน