ตอนเด็กๆนั้นคุณชอบเล่นอะไร ดีดลูกแก้ว? กระโดดยาง หรือ เล่นหมากเก็บ แต่ตัวผมและเพื่อนๆสมัยเด็กนั้น! ชอบเล่นปิดแอบกันเป็นชีวิตจิตใจ โดยหลังจากเลิกเรียนแล้วพวกเราจะมาเล่นปิดแอบที่โรงเรียนแห่งนี้กันเป็นประจำ

แต่แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!

เมื่อผมและเพื่อนๆเล่นปิดแอบกันในวันนั้น พวกเราเล่นปิดแอบกันห้าคน โดยมี ผม เติ้ล บูม แจ็ค และเจ้าเต้ย การเล่นปิดแอบของพวกผมอาจไม่เหมือนทั่วๆไป เพราะผมและเพื่อนจะนำของเล่น เช่น อุลตร้าแมน หรือ ลูกแก้วมาเป็นของรางวัล หากคนปิดตาชนะก็จะได้ของรางวัลตามจำนวนที่โป้งหรือเจอคนคนนั้น! ถ้าคนโป้งหาเจอทั้งสี่คนก็จะได้ของเล่นทั้งสี่ชิ้น กลับกันหากแพ้ก็เสียให้กับคนที่แปะตัวถูกแค่ชิ้นเดียว นั้นจึงทำให้ผมและเพื่อนๆชอบเล่นปิดแอบกันมาก

ทุกๆอย่างก็เป็นเหมือนปกติในทุกๆวัน!

Advertisement

Advertisement

รอบนี้เจ้าเติ้ลเพื่อนผมเป็นคนหา ผมกับเพื่อนต่างหาที่ซ่อนกันคนละมุม แต่เราเล่นกันมาหลายรอบจึงเหลือที่แอบไม่มากนัก เจ้าเต้ยเพื่อนผมคิดไอเดียสุดเจ๋ง บอกมีที่ซ่อนลับยังไงไอเติ้ลก็หาไม่เจอแน่นอน ผมจึงเดินตามมันไป มันพาผมไปหลังโรงเรียนซึ่งมีล็อคเกอร์เก่าๆอยู่สองตู้ มันบอกผมว่าให้แอบในนี้ ผมก็คิดในใจว่าถ้าเป็นตัวเองก็คงหาไม่เจอแน่ ผมจึงได้แอบในนั้น ส่วนเจ้าเต้ยเพื่อนผมแอบอยู่อีกล็อคเกอร์หนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไปสิบถึงยี่สิบนาที ผมก็คุยกับมันว่าเออไอเติ้ลมันคงหาไม่เจอแล้วแหละไปกันเถอะนี่ก็ใกล้จะมืดแล้ว

เจ้าเต้ยก็ตอบตกลงโอเคร!

ผมก็เปิดตู้ล็อคเกอร์เพื่อที่จะออกไปแต่มันเหมือนกับติดอะไรบางอย่างเปิดเท่าไหร่ก็เปิดไม่ออก จนไอเต้ยเพื่อนผมที่อยู่ข้างนอกอีกล็อกเกอร์หนึ่งต้องมาช่วย พอเปิดตู้ล็อคเกอร์ได้ ไอเต้ยเพื่อนผมมันก็ทำหน้าตกใจร้องตะโกนโวยวายฟังไม่รู้เรื่อง ผมก็เดินเข้าไปหามันถามว่าเป็นไรเป็นไร มันก็วิ่งหนีเข้าไปในป่าหลังโรงเรียน ผมก็ตะโกนบอกมันจะไปไหนมันจะมืดแล้ว มันก็ไม่ฟัง ผมก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นต้องทำยังไง ถ้าไปตามคนอื่นมาช่วย ก็กลัวว่าจะหาไอเต้ยเพื่อนผมไม่เจอเพราะกว่าจะตามคนมาช่วยมันก็คงวิ่งหนีหายเข้าไปในป่าแล้ว ผมจึงวิ่งตามมันไป พร้อมกับตะโกนบอกให้มันหยุดวิ่งก่อน ตอนนั้นผมเริ่มโมโหบอกให้หยุดมันก็ไม่หยุด

Advertisement

Advertisement

ผมจึงหยิบกิ่งไม้ขนาดพอมือปาไปโดนหัวไอเจ้าเต้ยเพื่อนผม!

มันหยุดวิ่งแล้วหันหน้ามาร้องไห้มีแต่น้ำตา ผมจึงไม่อยากถามว่าเป็นอะไร ผมเลยบอกมันว่ากลับกันเหอะจะมืดแล้ว มันตัวสั่นพร้อมกับตอบผมว่า ไม่กลับ..กลัว กลัว ไม่..ไม่ ผมก็คิดในใจมันเป็นอะไร หรือว่ากลัวโดนพ่อมันตีกลับบ้านตอนมืด ผมก็บอกงั้นนอนนี้ในป่าคนเดียวนะ มันก็กลัวๆและเดินตามผมมา ผมเดินอยู่พักใหญ่เริ่มใจไม่ค่อยดีเพราะหาทางออกไม่เจอ ทั้งๆที่ตอนวิ่งตามไอเจ้าเต้ยเพื่อนผมก็วิ่งตามมันมาเป็นทางตรง พอกลับก็กลับเป็นเส้นตรงทางตรงตลอดแต่กลับแต่ภูเขาและลำธาร

Advertisement

Advertisement

เวลาผ่านร่วงโรยไปดวงอาทิตย์เริ่มตกดิน!

ผมก็ยังหาทางออกไม่ได้ ไอเจ้าเต้ยก็ดูเหมือนคนไม่มีสติ ตัวสั่น มองซ้ายมองขวาตลอดเวลา ผมก็หาทางออกไม่เจอไม่รู้จะทำยังไงเลยนั่งพักกันที่ใต้ต้นไม้ เวลาผ่านไปซักยี่สิบถึงสามสิบนาทีตอนนั้นท้องฟ้าก็มืดไปหมด มีแต่เสียงนกร้อง ใบไม้บนต้นไม้ก็ร่วงลงมา ผมและเพื่อนจึงเงยหน้าขึ้นไปมองคิดในใจว่าคงเป็นนก แต่ภาพที่เห็นมันเป็นผู้หญิงคนหนึ่งใบหน้าผอมซีด ผิดหนังติดกระดูก ดวงตาสีแดงก่ำนั่งยิ้มจ้องมาที่พวกผมอยู่บนต้นไม้ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ค่อยๆ แลบลิ้นออกมาจนถึงคอ ผมและเจ้าเต้ยตกใจร้องวิ่งกระเจิงกันไปคนละทาง ตอนนั้นผมกลัวจนคิดอะไรไม่ออก พอตั้งสติได้ก็เดินตามหาเจ้าเต้ย ผมเดินไปสักพักก็ได้ยินเสียงเจ้าเต้ย บอกทางนี้ๆ พอเดินตามเสียงไปก็เจอมัน ผมก็ถามมันว่าเมื่อกี้บนต้นไม้เห็นเหมือนกันไหม มันก็พยักหน้า แล้วมันก็บอกว่าเมื่อตอนเย็นที่มันวิ่งหนีมา เพราะตอนนั้นตอนที่กำลังเปิดล็อกเกอร์มันเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ซ้อนทับกับใบหน้าผมอยู่ แล้วผู้หญิงคนนี้ก็จ้องมาที่มันแล้วยิ้มจนมุมปากค่อยๆฉีกออก มันตกใจเลยวิ่งหนีมาและตอนนั้นที่มันไม่หยุดวิ่งเพราะมันเห็นผู้หญิงคนนี้วิ่งตามมันมา มันมาได้สติตอนที่ผมปากิ่งไม้ไปโดนหัวมัน

ตอนนั้นบรรยากาศเริ่มหนาว เต้มไปด้วยป่าไม้ !

ตัวผมสั่นไม่หยุดเพราะพึ่งเคยเจอผีครั้งแรกในชีวิต บวกกับที่เจ้าเต้ยเล่าเมื่อกี้อีก พอเดินกันมาสักพักเพื่อนผมมันก็หยุดเดินแล้วบอกว่าข้างหน้าเนี่ยถึงละไปสิ ผมก็งง อ่าวแล้วไม่มาด้วยกันเหลอวะ มันก็บอกไปไม่ได้! ไปเหอะหมดเวลาแล้ว จากนั้นข้างหลังเพื่อนผมก็มีแสงไฟ เต็มไปหมด แสงไฟนั้นส่องผ่านทะลุตัวเพือนผม แล้วร่างของเพื่อนผมก็ค่อยๆเลือนหายไป ผมตกใจอย่างมากจนก้าวขาไม่ออกแล้วก็มีเสียงคนพูดว่าเจอแล้วๆ อยู่นี่ ซึ่งเสียงนั้นก็คือเสียงของชาวบ้านที่ออกมาตามหาผมกับเจ้าเต้ย สักพักพ่อแม่ของเจ้าเต้ยก็เดินมาถามหาลูกของเขา ผมก็ไม่รู้จะตอบยังไงเพราะเมื่อกี้ยังคุยกับมันอยู่เลย พอผมตั้งสติได้ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง ชาวบ้านจึงช่วยกันตามหาเจ้าเต้ย หากันเกือบเช้าก็หาไม่เจอ จึงไปหาหลวงพ่อที่วัดให้มาช่วยหา พอหลวงพ่อมาถึงเดินหาไม่ถึงสิบนาที หลวงพ่อก็ชี้ไปที่พื้นข้างหน้าแล้วบอกตรงนี้ ระวังอย่าพึ่งเดินไป พอเอาไฟฉายมาส่องแสงจากไฟฉายค่อยๆส่องลงไป ภาพที่เห็นคือหลุมลึกขนาดใหญ่ แล้วก็มีเจ้าเต้ยเพื่อนผมนอนอยู่ตรงนั้น ศีรษะมีเลือดออก

เมื่อผมเห็นก็รู้ทันทีว่ามันไม่รอดแล้ว!

พ่อแม่เจ้าเต้ยมาเห็นก็ร้องไห้เสียใจ และตอนนั้นผมก็สังเกตเห็นในมือเจ้าเต้ยมันกำอะไรไว้สักอย่าง ผมจึงบอกให้พ่อของเจ้าเต้ยรู้และแกะออกมาดู ซึ่งในนั้นมันคือนาฬิกาธรรมดาๆ แต่ถ้าแกะด้านหลังของนาฬิกาออกจะมีรูปผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ชาวบ้านและพ่อของเจ้าเต้นก็ต่างสงสัย ว่าไปเอานาฬิกาเรือนนี้มาจากไหน หรือว่าไอเจ้าเต้ยจะไปเอามาจากในตู้ล็อกเกอร์ ด้วยความสงสัยพ่อแม่ของเจ้าเต้ยและชาวบ้านจึงได้พากันไปดูที่ล็อกเกอร์หลังโรงเรียน เมื่อเปิดตู้ล็อคเกอร์ออกมาก็ทำให้เรื่องทุกอย่างกระจ่างขึ้น โดยในตู้ล็อคเกอร์นั้น มีรูปภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ซึ่งทำให้ผมกลัวและตกใจเป็นอย่างมาก เพราะในรูปผู้หญิงคนนั้นเป็นคนคนเดียวกันกับที่ผมเห็นบนต้นไม้ในป่า และยังมีรูปภาพถ่ายคู่ของผู้หญิงคนนี้กับผู้ชายในรูปที่อยู่ด้านหลังของนาฬิกา หลวงพ่อจึงได้นำนาฬิกาไปไว้ในตู้ล็อคเกอร์ หลวงพ่อบอกว่านาฬิกาเรื่อนนี้เขาหวงมากเพราะเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายก่อนที่ผู้หญิงคนนี้จะเสียชีวิต โดยภายหลังจากการสอบถามญาติพี่น้องของผู้หญิงคนนี้จึงพบว่าเมื่อก่อนเธอเคยเป็นนักศึกษาฝึกสอนที่โรงเรียนแห่งนี้ และสาเหตุการเสียชีวิตนั้น มาจากการที่ผู้ชายคนนี้ไปมีคนใหม่ทำให้เธอเสียใจและผูกคอตายเสียชีวิตในป่าหลังโรงเรียน ทางโรงเรียนก็ไม่กล้าเอาตู้ล็อคเกอร์ไปทิ้งเพราะกลัวมีอันเป็นไปจึงได้นำไปไว้หลังโรงเรียน จนเวลาผ่านมาถึงปัจจุบันล็อคเกอร์ตู้นั้นก็ยังตั้งอยู่หลังโรงเรียนที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง...