ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วผมได้มีโอกาศได้ไปบวชเรียนเป็นพระภิกษุสงฆ์อยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ในช่วงก่อนที่จะเข้าพรรษาที่จังหวัดกาญจนบุรี ชื่อว่า วัดปากลำขาแข้ง ตั่งอยู่ในเขื่อนศรีนครินทร์ เจ้าอาวาสท่านชื่อว่า พระครูพิพัฒน์กาญจนคม ( พระอาจารย์น้อง )

วัดปากลำขาแข้งรูปภาพโดย:Facebook/Hongnoi Tidvat

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำในตัวเขื่อนศรีนครินทร์ สามารถเดินทางเข้ามาได้แค่ทางเรือเท่านั้น ด้วยบรรยากาศที่สงบเงียบและร่มเย็น ปราศจากผู้คนพลุกพล่าน ผมจึงได้ตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์อยู่ที่วัดปากลำขาแข้งแห่งนี้

นั่งเรือเข้าวัดรูปภาพโดย:Facebook/Hongnoi Tidvat

วัดปากลำขาแข้งเป็นวัดที่สงบร่มเย็นมาก ๆ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต และไฟฟ้า ต้องใช้แผงโซล่าเซลล์เพื่อเป็นแสงไฟในยามจำเป็น มีพระจำพรรษาอยู่แค่ 6 รูป แม่ชี 2 รูป กับเด็กวัดอีก 1 คน ความรู้สึกแรกที่ผมได้บวชเข้ามาในวัดแห่งนี้ รู้สึกเหงามาก ๆ เลยครับ

Advertisement

Advertisement

ความเงียบรูปภาพโดย:sasint  จาก:Pixabay

เพราะที่วัดแห่งนี้มีแต่ความเงียบมองออกไปก็เจอแต่ผืนน้ำผืนป่าเละภูเขา พอตกดึกก็เงียบสงัดได้ยินแต่เสียงสัตว์ป่า กุฏิของผมก็อยู่ตามเนินเขา ยังโชคดีที่ผมยัังมีเด็กวัดอาศัยที่วัดเป็นเพื่อนอยู่คนนึง จึงทำให้ผมไม่รู้สึกกลัวมาก

ความเงียบรูปภาพโดย:flo222 จาก:Pixabay

พอถึงเวลาตี 4 ก็ต้องตื่นมาทำวัดแล้วครับ เพราะพระอาจารย์ท่านเคร่งในเรื่องนี้มาก ในทุก ๆ วันก่อนจะทำวัดพระทุกองค์จะต้องมานั่งกรรมฐานก่อนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งในขณะที่นั่งกรรมฐานอยู่นั้น พระอาจารย์ท่านจะสอนให้เรารู้จักวิธีที่ทำให้เราเข้าถึงการนั่งกรรมฐานอย่างแท้จริง ซึ่งทำให้จิตใจของผมรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก 

นั่งกรรมฐาน

รูปภาพโดย:truthseeker08 จาก:Pixabay

Advertisement

Advertisement

ชีวิตตอนที่อยู่ในผ้าเหลืองนั้น แตกต่างกับตอนที่ผมเป็นฆราวาสโดยสิ้นเชิง เพราะชีวิตตอนที่ผมอยู่ในผ้าเหลือง มีแต่ความสงบร่มเย็น ไม่ต้องไปสู้รบปรบมือกับความวุ่นวาย ไม่ต้องไปแก่งแย่งชิงดีกับใคร และยังทำให้ผมเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ได้ด้วยครับ ไม่เหมือนกับตอนที่เป็นฆราวาส ที่ต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะเอาชีวิตรอดจากความเห็นแก่ตัวของคนในยุคสมัยนี้ หนำซ้ำยังกินเหล้าเมายาแทบจะทุกวัน

นั่งเรือรูปภาพโดย:Facebook/Hongnoi Tidvat

พอสวดมนต์ทำวัดเช้าเสร็จก็ต้องเตรียมตัวออกบิณฑบาตทางเรือ ซึ่งในชีวิตนี้ผมก็ไม่เคยเจอมาก่อนอีกเหมือนกัน ในระหว่างทางที่ผมนั่งเรือบิณฑบาตนั้นได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านบนแพ เป็นอะไรที่เรียบง่าย แตกต่างกับคุณในเมืองอย่างสิ้นเชิงเลยครับ

วิถีชีวิตคนในแพ

รูปภาพโดย:Viewfoto_Studio จาก:Pixabay

พอผมอยู่ไปได้สักประมาณหนึ่งอาทิตย์ ผมก็รู้สึกว่าเริ่มจะปรับตัวได้และก็ได้เห็นอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปในตัวผม นั่นคือความสงบในจิตใจ ยอมรับที่จะอยู่กับสิ่งที่เป็นในปัจจุบัน เลิกคิดที่จะหาแสงสีความบันเทิง

Advertisement

Advertisement

พอหลังช่วงฉันเพลไปแล้วก็จะช่วยกันทำงานในวัดพระที่วัดนี้ทำเองทุกอย่างนะครับ กระทั่งเทปูน แบกหินแบกทรายเพื่อทำให้วัดได้เจริญยิ่งขึ้น


ความสงบรูปภาพโดย:skeeze จาก:Pixabay

พอใกล้ถึงวันออกพรรษาผมก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไมถูก เพราะว่ามันก็ไกลก็จะถึงวันที่ผมต้องลาสิกขากลับไปอยู่ในเมืองที่ ๆ มันมีแต่ความวุ่นวาย แต่ให้ทำไงได้ครับคนเราทุกคนยอมต้องมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ แต่ที่ผมรู้ผมไม่ได้เสียเวลาไปฟรี ๆ กับการมาอยู่ที่วัดแห่งนี้แน่ ๆ ครับเพราะผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างได้นำกลับไปใช้ในชีวิตประจำวัน แถมยังได้สติและความคิดที่รอบคอบกลับมาอีกด้วยครับ

รูปภาพหน้าปกโดย: Inactive

จาก: Pixabay