ตอนที่สอง มาละค่า เที่ยวเก่งจริงจังกันเลย อย่างที่บอกหลังจากย้ายมาทำงานที่กรุงเทพฯเรียกได้ว่า หากเพื่อนคนไหนแวะเวียนมาเที่ยวจะต้องเป็นเราที่เป็นฝ่ายต้อนรับ เมื่อเพื่อนกลุ่มเดิมกลับไป กลุ่มใหม่ก็มา ครั้งนี้ใช้เวลาค้นหาที่เที่ยวตัดสินใจกัน 3 เดือน ตัวเลือกมากมาย ตั้งแต่เชียงใหม่ บลาๆๆ สุดท้าย ผลมาออกที่ กาญจนบุรีอีกแล้วค่า แต่เวลาในการคิดทริปนานหน่อย ผลเลยออกมาค่อนข้างดี การวางแผนทำเวลาดีเยี่ยมมาก โดยเราใช้วันลาพักร้อน 1 วัน ล่วงหน้าก่อวันหยุดยาวสงกรานต์ เพื่อไม่ให้เดินทางติดขัด  เช้าวันเดินทางเราและเพื่อนสาวอีกสองคน คนหนึ่งขับรถ อีกคนหาร้านอาหารและที่เที่ยวเพิ่ม ส่วนเรา คนดูแผนที่นำทาง เราใช้ GPS จาก App google map ตลอด เพื่อดูเส้นทางและระยะทางต่างๆ แทบทุกทริป

บรรยากาศทุ่งนาช่วงดอกราชพฤกษ์เต็มต้น

          เราเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ตอนประมาณ ตีห้ากว่าๆ เพื่อเลี่ยงรถติด เดินทางโดยใข้เส้นทาง ผ่านจังหวัดนครปฐม ตามแผนที่ใน app ขับไปสักระยะประมาณเกือบ 2 ชม แบบรถแล่น สบายๆ  แวะถ่ายรูปตามรายทาง อะไรสวย ก็แวะถ่าย ในที่สุดก็ถึงที่เที่ยวที่แรก เพื่อนสาวอยากถ่ายรูปกับต้นจามจุรียักษ์  เมื่อแวะที่แรกเสร็จสรรพ เราก็ไปยังที่ต่อไป นั่นคือ ถ้ำกระแซ แวะถ่ายรูปนิดหน่อย จึงเดินทางต่อกันไป  เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม อยากไปเที่ยวตลาดน้ำกองถ่าย อันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมา เราไปในช่วงที่ตลาดไม่มีงาน ไม่ได้เปิด เลยไม่เจออะไร จากนั้น ก็แวะทานข้าวกันที่ร้านอาหารที่พอหาเจอตรงทางเดินทางไปที่พัก ร้านครัวผักหวานบ้าน ไร่นฤบดินทร์ เราหาข้อมูลใน google ซึ่งอาหารที่สั่งก็จะเป็นผัดผักหวาน อาหารรสชาติดีเลยทีเดียว หลังจากออกจากร้านอาหาร เราก็เดินทางต่อไปยังที่พัก  The For Rest Resort ที่อำเภอไทรโยค เพื่อเช็คอินให้ทันเวลา และทันกิจกรรมของทางที่พักนั้นคือการล่องแพ แม่น้ำแควนั่นเอง  ที่พักที่เราได้เป็นแพริมน้ำ เรือนไม้ติดๆกัน หันหน้าไปทางแม่น้ำ ห้องสบาย บรรยากาศดี และคนพักค่อนข้างเยอะ เพราะติดเทศกาล พอถึงเวลาแดดร่ม ชมตกก็ถึงเวลาล่องแพ หากใครว่ายน้ำเก่งคงสบายๆ แต่เราเป็นคนว่าน้ำไม่แข็ง มีทักษะการลอยตัวนิดหน่อย แต่ด้วยแรงยุ จึงใส่เสื้อชูชีพ และกระโดดน้ำตามเพื่อนไป บนแพมีพนักงานคอยดูแล จัดแจงเรื่องเสื้อชูชีพพร้อมทั้ง เมื่อปล่อยลงน้ำ มีพนักงานคอยดูแลตลอด จนถึงที่พัก

Advertisement

Advertisement

ต้นจามจุรียักษ์วิวทางรถไฟ ถ้ำกระแซแพที่พักล่องแพกัน

        หลังจากขึ้นจากแพ เราก็ต่างมาดื่มด่ำบรรยากาศหน้าห้องพักซึ่งคือจุดชมวิว นั่งเล่นรับลมกันทั้งที่ตัวยังเปียก จนได้ที่ จึงแยกย้ายกันไปอาบน้ำ เพื่อไปทานอาหารเย็น แต่ทุกคนคะการเดินทางทริปนี้ยังไม่จบเพราะเราเดินทางกันถึง 3วัน ไปกันหลายที่มาก 

Advertisement

Advertisement

วันที่2

         ตื่นเช้ามาอากาศค่อนข้างเย็นๆ เพราะเรานอนแพริมน้ำ ตื่นมาชมแม่น้ำชมหมอกนิดหน่อย ก็เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวทานอาหารเช้า ตามด้วย check out ออกเช้าวันนั้นเลย เพราะเรามีที่ๆต้องไปต่อหลายที่ เราพักที่ไทรโยค ซึ่งกับรถไปสักระยะจะถึง อ.ทองผาภูมิ ซึ่งเราเองกำลังจะมุ่งหน้าไป ปิล็อค ระยะทางไปทองผาภูมิไม่นาน แต่ระยะทางขึ้นไปปิล็อค นานเลยทีเดียวเพราะเส้นทางเป็นเส้นทางขึ้นภูเขา มีจุดหักศอกมากมาย และถนนค่อนข้างมีหลุมบ่อ ดังนั้นถ้าจะขึ้นไป รถต้องพร้อม น้ำมันเต็มถัง และ คนขับต้องมีสติมาก เมื่อเราขึ้นไปก็สายมากแล้ว จึงไม่เจอหมอก และไม่ได้นอนพักที่นั้น ที่ขึ้นไปเจอเป็นลักษณะของหมู่บ้านเล็กๆ อากาศดีเลย ถ้าเป็นเช้ากว่านี้คงเจอหมอกแบบในรีวิว ใช้เวลาไปปิล๊อค 2 ชม. ตอนขึ้นจะช้า ตอนลงเร็วหน่อย หลังจากที่ลงจากปิล็อคเราก็มุ่งหน้าสู่ สังขละบุรี ซึ่งเป็นไฮไลท์ของทริปนี้เลย บอกเลยเรารอคอยมาก เพราะอยากจะไปมานานแล้ว ไปไม่ถึงสักทีเพราะไกลมาก เราและเพื่อนเดินทางจากทองผาภูมิ ตั้ง GPS สังขละบุรี ขับรถไปเรื่อยๆ ถนนดีเลย แต่ไกล และไม่ค่อยมีปั้ม ถ้าใครจะไป แวะเติมต้ำมันก่อนนะคะ เส้นทางมีจุดชมวิว และน้ำตก มากมายตามรายทาง เราไม่ได้แวะน้ำตกเลย เพราะคนค่อนข้างเยอะ เลยมุ่งหน้าสู่ที่พัก ก็ถึงที่พักเป็นตอนบ่ายสอง ก็แวะหาอะไรทาน และ check in เข้าที่พักเพื่อพักผ่อน ให้แดดร่ม จึงออกไปหาที่ทานอาหารเย็น และเดินเล่นที่สะพานไม้ที่เราเรียก สะพานมอญ หรือ สะพานอุตตมานุสรณ์ อากาศดีมากเลย คนก็เยอะ แวะเดินเล่นข้ามสะพานมอญ มีตลาดเล็กๆ ซึ่งขายของพื้นเมืองมากมาย และต่อด้วยตลาดคนเดินและกลับเข้าที่พักเตรียมตัวไปตักบาตรที่สะพานในตอนเช้า สังขละบุรี เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีความเป็นธรรมชาติ มีความน่ารัก และ มีความสงบมาก 

ปิล็อคสะพานมอญวิวสะพานจากที่สูง

         วันที่3

         เราและเพื่อนตื่น ประมาณตี5 เตรียมตัวเรียบร้อยและขับรถไปตรงฝั่งมอญเพื่อตัดบาตรซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ แต่ตัวแบบพื้นเมืองดูสวยงามของที่ใช้ใส่บาตรจะมีเป็นชุดๆ หลายร้านเลยแล้วแต่เราจะเลือก ใส่บาตรเรียบร้อย แวะทานข้าวเช้าในตลาดและกลับที่พักเพื่อ check out ออกไปที่ต่อไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น เราต้องตีรถกลับเส้นทางเดิมซึ่งและมีทางแยกให้ไปน้ำตก อันนี้ Gps พาเราไปทางลัดมาก เส้นทางเป็นป่าทึบจนเราตกใจ แทบไม่มีรถผ่าน และถนนไม่ค่อยดี เราและเพื่อนภาวนาให้ผ่านตรงนี้ไปเร็วๆ แต่ระหว่างทางก็พบหมู่บ้านนิดหน่อย ก็พอใจชื้น ขับรถจนในที่สุดก็ถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น เลยถามพนักงานเก็บตั๋วเข้าว่ามีทางที่ดีกว่าน้ำไหม จึงได้คำตอบว่า มีค่ะ แต่ทางที่เรามามันเป็นทางป่า ที่ลำบาก ถึงน้ำตกคนค่อนข้างเยอะ ไม่ได้เล่นน้ำได้แต่ถ่ายรูปมานิดหน่อย และวันนั้นก็ขับรถกลับกรุเทพฯ

ใส่บาตรน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

        จากการเดินทางครั้งนี้เราได้อะไรมากมายมากกว่าคำว่าพักผ่อน ได้รู้ว่าเราควรวางแผนการเดินทางอย่างไร เราต้องศึกษาเส้นทางที่จะไป สถานที่ๆจะไปว่าเปิดทำการวันไหนบ้างจะได้ไม่ผิดหวัง ได้เรียนรู้ว่าการผจญภัยจากการหลงทางมันตื่นเต้นยังไง และได้เรียนรู้ว่าการหลงทางก็ถือเป็นการเรียนรู้เส้นทางใหม่ ยังไงเพื่อนๆก็ลองไปเที่ยวดูนะค่ะ 

Cr.ภาพทั้งหมดผู้เขียนเอง