ภาพประกอบของผู้เขียน

               ผีเป็นสิ่งที่น่ากลัว แม้ว่าเป็นแค่คำบอกเล่าก็ตามแล้วคนที่เจอกับผีจริง ๆ ล่ะ เขาจะกลัวแค่ไหน!

               โทนหนุ่มชาวไร่วัย 25 ปี อยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ว่างจากทำไร่เขาชอบขึ้นไปหาของป่าบนภูเขามาขาย

               แม้ว่าเหนื่อยและยากลำบากสักเพียงใด แต่โทนไม่ท้อ ขอแค่มีกินครบ 3 มื้อก็พอแล้ว เขาอยู่กับพ่อแม่ที่เริ่มชรา แต่ท่านยังแข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ทุกอย่าง

               บนภูเขามีต้นไม้ขึ้นอย่างแน่นหนา โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ความรกทึบของต้นไม้ใบหญ้าทำให้เขาหลงป่าหลายครั้ง แต่โทนคุ้นเคยกับป่าแถวนี้เป็นอย่างดี

               แม้ว่าหลง แต่เขาก็ยังหาทางกลับบ้านถูก ทว่าครั้งล่าสุดนอกจากหลงป่าแล้ว เขายังเจอดีเข้าให้

               โทนสะพายย่ามขึ้นบ่า ข้างในมีข้าวกับเนื้อเค็มย่างห่อด้วยใบตองและน้ำอีกขวดใหญ่ นอกนั้นก็มีมีดปลายแหลม 1 เล่ม

Advertisement

Advertisement

               ก่อนออกจากบ้าน เขาบอกพ่อกับแม่ว่าจะขึ้นภูเขาไปหาของป่า เย็น ๆ นั่นแหละถึงจะกลับบ้าน แม่ได้แต่อวยพรขอให้เขาโชคดี 

               โทนเดินขึ้นเขาเพียงลำพัง ระหว่างทางไม่เจอเพื่อนบ้านแม้แต่คนเดียว นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก

               ชายหนุ่มขึ้นภูเขา บุกเข้าไปในป่า หาของที่กินได้ ตั้งแต่หน่อไม้ ผัก น้ำผึ้ง แต่วันนี้ได้ของน้อย ทั้งที่เป็นฤดูฝน เขาจึงไม่ลงจากภูเขาง่าย ๆ บุกเข้าไปลึกกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าตะวันตรงหัวจึงพักกินข้าวแล้วหาของป่าต่อไปอีก

 

กระท่อม               ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Pixabay

               เวลาผ่านไป เขาเดินผ่านต้นตะเคียนใหญ่ อายุน่าจะ 100 กว่าปี ซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อน

               จู่ ๆ ท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนฝนจะตก มวลความเย็นเพิ่มขึ้นจนเขาสะท้าน เมื่อมองไปรอบ ๆ ตัวมีแต่ป่ากับต้นไม้ขึ้นหนาแน่น

Advertisement

Advertisement

โทนอยากกลับบ้าน แต่หาทางออกไม่เจอ เขารู้ว่าหลงป่า เขาพยายามตั้งสติ นึกถึงทางที่เดินเข้ามา ชายหนุ่มเดินหมุนวนเป็นวงกลมอยู่อย่างนั้น จนเวลาผ่านไป ความมืดเข้ามาเยือน เขารู้ว่าจะต้องนอนค้างคืนบนภูเขา แต่ก็ต้องปีนขึ้นไปบนต้นไม้

โทนมองหาต้นไม้ที่มีกิ่งก้านพอจะอาศัยหลับนอนในคืนนี้ ทว่ามีแต่ต้นไม้สูงและเปลือกลื่น ยากต่อการปีนป่ายขึ้นไป ความกลัวเริ่มเข้ามาเกาะกุมหัวใจ โทนจึงก่อไฟ แต่เขาลืมเอาไม้ขีดไฟมาด้วย โทนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพราะในป่ามืดเหมือนอยู่ในถ้ำ

               ทว่าเขาได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังสับอะไรบางอย่างดังโป๊ก ๆ เขาเดินตามเสียงไปเรื่อย ๆ ต้นไม้เริ่มบางและมองเห็นพื้นที่โล่ง ๆ

Advertisement

Advertisement

               โทนเห็นแสงไฟสว่างออกมาจากกระท่อมหลังหนึ่ง เขารีบก้าวเท้าไปด้วยความดีใจ รู้ว่าคืนนี้มีที่นอนแล้ว เมื่อเขามาถึงหน้ากระท่อมจึงตะโกนถามด้วยเสียงดังๆ

               “มีใครอยู่ในกระท่อมบ้างไหมครับ ผมหลงป่า หาทางกลับบ้านไม่ถูก”

               หลังจากโทนส่งเสียงถามคนในกระท่อม ครู่หนึ่งมีเสียงกุกกักและประตูเปิดออก ชายชราอายุน่าจะ 80 ปี เดินออกมา ใบหน้าสี่เหลี่ยมล้อมกรอบด้วยผมเป็นกระเซิง แกสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ กลิ่นเหม็นสาบคละคลุ้ง โทนถอยหลังกรูด ยกมือปิดจมูก

               “ขึ้นมาสิ ที่นี่ยินดีต้อนรับ”

               เสียงเย็น ๆ จากชายชราดังขึ้น โทนลังเลว่าจะขึ้นกระท่อมดีไหม จู่ ๆ เสียงหมาหอนดังขึ้น เสียงเย็นยะเยือกและน่ากลัว เขากระโจนขึ้นกระท่อมอย่างรวดเร็ว ชายชราเดินนำหน้าพาเข้าไปข้างในซึ่งเป็นแค่เพียงห้องโล่ง ๆ เท่านั้น ส่วนของครัวมีเตาอั้งโล่เก่า ๆ โดยใช้ฟืนในการหุงต้ม

               แกตักข้าวใส่จานแล้วเอาอะไรบางอย่างราดลงไป ก่อนจะยื่นให้โทน

               “กินซะ นี่น้ำ ตรงนั้นที่นอนของเจ้า”

               “ขอบคุณครับตา”

               “เรียกข้าว่าพ่อใหญ่ เหอ เหอ เหอ”

               เสียงหัวเราะของพ่อใหญ่น่ากลัวมากจนจานข้าวแทบจะพลัดตกจากมือ โทนตักข้าวด้วยกินด้วยความหิวโหย แต่เขาก็คายทิ้งเพราะความแหยะและกลิ่นเหม็นคาวเหมือนเลือด จากแสงสว่างของตะเกียงน้ำมันก๊าด เขาเห็นในจานเต็มไปด้วยชิ้นเนื้อและเลือดแดง ๆ

               “พ่อใหญ่ นี่มันอะไร”

               “ลาบเลือดไง กินให้หมดจานนั่นแหละ”

               แม้ว่าถูกบังคับให้กินแต่โทนไม่ยอมกิน เขาวางจานลง พ่อใหญ่หน้าบึ้งไม่พอใจ แกจับขันน้ำแล้วสาดใส่หน้าโทน

               ชายหนุ่มสะดุ้งและร้องด้วยความตกใจ อีกทั้งกลิ่นคาวกับน้ำสีแดงข้น ๆ เขารู้ว่ามันคือเลือด

               “พ่อใหญ่ เอาเลือดสาดผมทำไม”

               “เอ็งไม่กินอาหารของข้า เท่ากับว่าเป็นศัตรูของข้า เอ็งสมควรถูกลงโทษ ฮึ่ม”

               ใบหน้าพ่อใหญ่เปลี่ยนไปทันที จากหน้าเหี่ยวย่นกลายเป็นเน่าเฟะ ดวงตาทั้งสองข้างหลุดร่วงออกมาจากเบ้าแล้วห้อยร่องแร่งอยู่ข้างจมูก

                โทนรู้ว่าพ่อใหญ่เป็นผีจึงร้องด้วยความกลัว

                “ช่วยด้วย ผีหลอก ผีหลอก”

                เขาหันหลังทำท่าจะวิ่งลงกระท่อม แต่ผีร้ายโผล่ไปดักหน้า มันยื่นมือเข้าหา ทำท่าจะบีบคอ โทนกลัวสุดขีดยกมือขึ้นบังไว้

                พลัน! เกิดแสงสว่างวาบ เป็นจังหวะที่ผีร้ายพุ่งเขาใส่ มันผงะแล้วร้องลั่น ร่างสลายหายไป เช่นเดียวกันโทนที่สติดับวูบไปทันที

                เขารู้สึกตัวอีกครั้งก็สว่างแล้ว มองไปรอบ ๆ ตัวก็เห็นกระท่อมที่ผุพัง

                เขาสะดุ้งเมื่อเห็นโครงกระดูกกองอยู่ที่พื้นบนฟากไม้ไผ่

                โทนเผ่นออกจากกระท่อมแล้วหาทางกลับบ้าน โชคดีที่หาทางเจอ เขายกมือไหว้ท่วมหัวเมื่อรู้ว่าด้ายสายสิญจน์บนข้อมือจากหลวงพ่อที่วัดให้มา ช่วยเขาให้รอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อเจ้าผีร้าย

                จรรยา เลิศพงษ์ไทย