เข้าสู่เดือนเมษายนครั้งใด ก็จะเป็นที่รู้กันดีว่าเดือนนี้เองที่จะได้กลับสู่ภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์วันที่ 13-15 เมษายน โดยผู้เขียนเองที่เติบโตมาจากหมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ก็ได้ซึมซับประเพณีท้องถิ่นช่วงสงกรานต์ที่เห็นมาทุกปี และยังมีจัดประจำต่อเนื่องมาทุกปี นั่นคือ ประเพณี "รดน้ำดำหัวป้ออุ๊ยแม่อุ๊ย" หรือ "การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่" ซึ่งนอกจากเป็นวันที่แสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่แล้ว ยังนับเป็นวันรวมญาติของพี่น้องที่ไปเรียนไปทำงานต่างถิ่น ให้กลับมาพบเจอและทำความรู้จักกันอีกครั้งหนึ่ง

โดยคนท้องถิ่นที่นี่ยังคงเรียกช่วงเทศกาลสงกรานต์กันว่า "วันปี๋ใหม่" ตามบรรพบุรุษส่วนใหญ่ที่อพยพมาจากทางภาคเหนือ โดยอ้างอิงจากแต่เดิมที่ประเทศไทยเคยมีวันปีใหม่ในวันที่ 13 เมษายน และในช่วงเทศกาลนี้ ลูกหลานที่ไปทำงานต่างถิ่นฐานก็จะกลับมาบ้าน มาจัดงานเลี้ยงรื่นเริงฉลองการได้กลับมาพบปะกันอีกครั้ง เด็ก ๆ ก็จะออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ ผู้ใหญ่ก็เตรียมทำความสะอาดบ้านเรือน ซักเสื้อซักผ้า จัดทำขนมประจำท้องถิ่น ส่วนผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะมีการเดินทางไปวัด ทำบุญ โดยแต่ละวันก็จะมีชื่อเรียกและมีกิจกรรมประจำวันตามคำบอกเล่าของบรรพบุรุษ ดังนี้

Advertisement

Advertisement

วันที่ 13 เมษายน เรียกว่าวันสังขารล่อง วันนี้จะเป็นวันนี้มีการขนทรายเข้าวัดเพื่อก่อเจดีย์ทราย 

วันที่ 14 เมษายน เรียกว่าวันเน่า ซึ่งจะห้ามพูดคำหยาบ ห้ามเด็ดดอกไม้ ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต 

วันที่ 15 เมษายน เรียกว่าวันพญาวัน มีกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ดำหัว" หรือก็คือการรดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่นั่นเอง

พานข้าวตอกดอกไม้ส่วน "วันดำหัว" ของที่นี่ก็จะคล้าย ๆ กับหลายหมู่บ้านทางเหนือ โดยในแต่ละบ้านจะมี "ป้ออุ๊ยแม่อุ๊ย" หรือ "ผู้เฒ่าผู้แก่" ผู้อายุยืนที่สุดของบ้านเป็นเจ้าบ้านคอยให้พรลูกหลานที่มารดน้ำดำหัว โดยป้ออุ๊ยแม่อุ๊ยจะมี "ขันข้าวตอกดอกไม้" ที่ประกอบไปด้วย ขันใส่น้ำส้มป่อย (ที่เชื่อว่าเป็นสิริมงคล) ถาดหรือขันไว้วางข้าวตอก ดอกไม้ ธูป เทียน และจะมีลูกหลานมาเดินทางมาดำหัวถึงบ้าน

Advertisement

Advertisement

พานข้าวตอกดอกไม้ลูกหลานแต่ละบ้านจะเดินสายไปรดน้ำดำหัว แม้ว่าจะไม่ใช่ลูกหลานที่เป็นสายเลือด แต่ก็เป็นลูกหลานบ้านใกล้เรือนเคียง ที่ก็จะไปดำหัวเพื่อทำความเคารพด้วยเช่นกัน โดยผู้ไปดำหัวจะพกน้ำส้มป่อยใส่ขวดน้ำ ดอกไม้ ธูปเทียน ไปด้วย ทั้งนี้บางคนอาจจะดำหัวป้ออุ๊ยแม่อุ๊ยด้วยการให้เป็นธนบัตรสีม่วงสีเทาหรือตามกำลังทรัพย์ที่มีมากน้อยต่างกันไปเพื่อให้ป้ออุ๊ยแม่อุ๊ยเก็บไว้เพื่อนำไปใช้จ่าย บางคนจะดำหัวด้วยผ้าซิ่น ผ้าถุง หรือเสื้อผ้าใหม่ ๆ ซึ่งการดำหัวนั้นจะแล้วแต่ช่วงเวลาในขณะนั้น หากมีลูกหลานมาดำหัวเยอะ ป้ออุ๊ยแม่อุ๊ยก็จะให้พรทีเดียวโดยพร้อมเพรียงกัน และป้ออุ๊ยแม่อุ๊ยจะใช้น้ำส้มป่อยในขันลูบหัวแล้วพรมให้ลูกหลาน จากนั้นจะมีการผูกข้อมือด้วยสายสิญจน์เพื่อความเป็นสิริมงคล

Advertisement

Advertisement

ป้ออุ๊ยแม่อุ๊ยช่วงปี๋ใหม่นี้ นับว่าเป็นวันรวมญาติสนิทมิตรสหาย บางคนมาจากต่างถิ่น คนละจังหวัดกัน บางคนไม่เจอกันนานก็จะมาเห็นกันก็คราวนี้ นับเป็นวันพูดคุยสารทุกข์สุกดิบ และบางทีก็เพิ่งรู้กันว่าเราเป็นญาติกันก็มี โดยวันนี้เจ้าบ้านแต่ละหลังจะมีการจัดทำอาหารมาสู่ (ต้อนรับ) ญาติมิตรลูกหลานเพื่อนบ้านที่มาดำหัว ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ขนมจีน ขนมขบเคี้ยว ขนมท้องถิ่น อย่างข้าวควบ ข้าวแคบ เป็นต้น 

ข้าวควบ

ทุกวันนี้ แม้ว่าปี๋ใหม่บ้านเฮาจะเงียบเหงาลงทุกที เพราะผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคยเป็นศรีให้กับบ้านแต่ละหลังต่างก็เริ่มล้มหายตายจากกันไป ในขณะที่ผู้คนที่เป็นยุคถัดไปต่างก็เริ่มแยกย้ายไปทำงานต่างถิ่น แต่กระนั้นก็ยังมีผู้คนอยู่ในหมู่บ้านอีกจำนวนมากที่ยังคงปักหลักอยู่ในภูมิลำเนาบ้านเกิด และก็ยังรอคอยให้พี่น้องและลูกหลานแวะเวียนกลับมาพบกันอีกครั้งในวันปี๋ใหม่บ้านเฮา


บทความโดย ฎารามาส

ภาพประกอบโดยผู้เขียน, หน้าปกโดย Canva