"..เชื่อว่าทุกคนต้องเคยไปร่วมงานศพซักที่ แต่เคยมีศพมาร้องขอ ให้คุณช่วยอะไรบางอย่างบ้างไหมคะ…"

     สวัสดีค่ะฉันชื่อ "..ใหม่.." เป็นนักศึกษาในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ฉันมีเรื่องที่ฉันได้พบเจอมากับตัวเอง เป็นเรื่องที่ถ้าฉันไม่ได้เจอกับตัวเองก็คงไม่มีวันเชื่อแน่ๆ

     วันนั้นฉันเลิกเรียน และเดินทางกลับบ้านตามปกติ พร้อมน้องชายสุดที่รักของฉัน น้องชายของฉันชื่อ " ...เมฆ.." บอกไว้ก่อนเลยว่าเมฆกลัวผีมากๆเลยค่ะ ต่างกับฉันที่ไม่เชื่อว่าผีมีจริง

     โดยปกติแล้วที่บ้านไม่มีคนอยู่ พ่อกับแม่ออกไปทำงานกว่าจะกลับก็ 20.00 น. ทุกวันเลิกเรียนมาก็จะมีแค่ฉันกับน้องที่อยู่บ้านกันตามลำพัง

     เมื่อมาถึงบ้าน ฉันก็เปิดประตูบ้านเข้าไปทันที แต่จู่ๆ ฉันก็ได้กลิ่นธูป ลอยมาเตะจมูกฉัน กลิ่นค่อนข้างแรงมาก จนฉันรู้สึกแสบจมูกไปหมด

Advertisement

Advertisement

ฉัน : " ..เมฆ..ได้กลิ่นธูปไหม .."

เมฆ : "..ได้กลิ่นๆ ..วันนี้ไม่ใช่วันพระ พ่อกับแม่ไม่น่าจะจุดธูปนะ.."

     ด้วยความแสบจมูกฉันเลยเดินไปที่โต๊ะพระทันที แต่สิ่งที่ฉันเห็นคือ ไม่มีธูปที่ถูกจุดซักดอกเลย แล้วกลิ่นธูปมาแต่ไหน

ฉัน : "..เมฆไม่มีธูปถูกจุดซักดอก..แล้วใครมาจุดธูปอะไรตรงไหนเนี่ย.."

เมฆ : "..อ้าวหรอ..เอ่อช่างมันเถอะพี่ ผมว่าเรามาทำการบ้านกันดีกว่า ผมมีอันที่ไม่เข้าใจตั้งหลายข้อเลย…"

     ฉันเดินไปเปิดไฟเพราะมันเริ่มมืดแล้ว และไปนอนทำการบ้านกับน้อง

"..พรึ่บ.."

     จู่ๆ ไฟก็ดับ ฉันกับน้องมองน่ากัน แต่เมฆทำหน้าเหมือนกลัว เพราะคงคิดว่ากำลังโดนผีหลอกอยู่ และเขยิบเข้ามาจับแขนฉันไว้แน่น มือของเมฆสั่นและหน้าของเมฆซีดเซียว

ฉัน : " โอ้ยย..ไฟมันแค่อาจจะตกน่ะเมฆ ทำท่ากลัวไปได้ เดี๋ยวมันก็ติดเองแหละ "

Advertisement

Advertisement

เมฆ : " แน่ใจนะพี่...ว่าไม่มีอะไรน่ะ.."

ฉัน : " เออดิ .. โตเป็นควายแล้ว ยังจะกลัวเรื่องผีอีกหรอเมฆ มันไม่มีจริงๆหรอกน่า"

เมฆ : "..ไม่จริงอ่ะ ผมว่ามันแปลกๆนะพี่ น่ากลัวชะมัดเลย"

     ฉันมองหน้าเมฆพร้อมส่ายหัวเบาๆ 

"..พรึ่บ.."

     และแล้วไฟก็กลับมาติด

ฉัน : " นี่ไง ..ผีบ้าผีบออะไรของแกล่ะ ไฟตกชัดๆเลย"

     เมฆมองหน้าฉัน แล้วถอนหายใจเบาๆ ด้วยความโล่งใจ  ฉันและเมฆเริ่มทำการบ้านกันต่อ

     จู่ๆ ก็มีกลิ่นน้ำหอมลอยมาเตะจมูกฉันอีกครั้ง กลิ่นมันเหมือนน้ำหอมหรือยาดม ยาหม่อง อะไรซักอย่างนี่แหละ ฉันคิดว่าถ้าคนที่ใช้กลิ่นนี้ ต้องเป็นคนแก่มีอายุพอสมควร 

ฉัน : " ..ใครทายาหม่องแล้วลืมปิดฝารึป่าวเนี่ย กลิ่นคลุ้งเชียว…"

เมฆ : " นั่นดิพี่..กลิ่นเหมือนอยู่แถวนี้เลย.."

     ฉันกับเมฆต่างคนต่างสอดสายตาหาที่มาของกลิ่นนี้ แต่ทว่าก็ไม่เห็นมีอะไร แต่กลิ่นน้ำหอมนี้ยังคงหอมเย็นไม่ลดลงเลย

Advertisement

Advertisement

"..พรึ่บ.."

     และแล้วไฟที่กลับมาติด ก็ดับไปอีกครั้ง

ฉัน : " โอ้ยยย..ดับอีกแล้ว วันนี้การบ้านจะเสร็จไหมเนี่ย เริ่มจะหงุดหงิดแล้วนะ "

เมฆ : "พี่…...มันดับอีกแล้ว มันไม่แปลกไปหน่อยหรอ.."

     น้องชายของฉันกลับมารู้สึกกลัวอีกครั้ง และเขยิบมาจับแขนฉันไว้แน่น

ฉัน : "...ถ้าเป็นผีจริง กระพิบไฟให้ดูหน่อยสิ…"

     ฉันพูดท้าออกไปด้วยความโมโห

"..พรึ่บ..พรึ่บ..."

     ไฟติดและดับตามคำท้าของฉัน น้องของฉันตกใจและกลัวมากและรีบวิ่งลงไปข้างล่างทันที

"..พรึ่บ.."

     ไฟกลับมาติดและรอบนี้ มีกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายกลิ่นหนูตายมาหลายวัน คละคลุ้งไปทั่วบ้าน ลมเย็นๆพัดมาโดนตัวฉันทั้งๆที่อยู่ในตัวบ้าน ขนแขนของฉันเริ่มลุกชัน จนฉันเองก็เริ่มรู้สึกกลัว จึงเดินลงไปข้างล่างทันทีรูปบรรยากาศนอกบ้าน

Cr. ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

     พวกเราได้แต่นั่งมองหน้ากัน และไม่มีกะจิตกะใจในการทำการบ้านต่อ จนตอนนี้เวลา 20.30 น. พ่อและแม่ก็เดินทางกลับมาถึงบ้านพอดี

แม่ : "..มานั่งให้ยุงกัดกันทำไมข้างล่าง ทำไมไม่เข้าบ้าน.."

เมฆ : " ...แม่ ผมโดนผีหลอก.."

พ่อ : "..ผีเผลออะไร ไป !! ..ขึ้นบ้าน..อยู่กับพ่อกับแม่จะกลัวอะไร…"

     ฉันกับเมฆมองหน้ากันซักพัก แล้วถึงเดินเข้าบ้านตามพ่อกับแม่

"..นิด..นิด..นิด.."

     เสียงป้าจันทร์มาเรียกแม่ แต่แม่กำลังอาบน้ำ ฉันเลยลงไปหาป้าจันทร์แทน

ฉัน : "..สวัสดีค่ะป้า..แม่หนูอาบน้ำอยู่ เข้าไปข้างในก่อนไหมคะ.."

ป้าจันทร์ : "..ไม่เป็นไรหนูใหม่..เอานี่ให้แม่ทีนะ..ยายเดือนแกเสียแล้วเมื่อเช้า ..ป้าต้องรีบไปก่อนนะ.ป้าต้องไปแจกการ์ดก่อน.."

ฉัน : "..ได้ค่ะป้า.."

     ฉันเอาการ์ดไปวางไว้บนโต๊ะทีวีและไปทำการบ้านกับน้องชายของฉัน

แม่ : "..ป้าจันทร์ว่าไงบ้างใหม่.."

ฉัน : "...แกบอกว่ายายเดือนเสียเมื่อเช้า แกเอาการ์ดมาให้ หนูวางไว้โต๊ะทีวี…"

แม่ : "..งั้น..พรุ่งนี้เลิกเรียนก็รีบอาบน้ำกันเลยนะ..เดี๋ยวต้องไปฟังพระสวด…"

ฉัน : "..ค่ะแม่.."

     หลังจากที่ทำการบ้านเสร็จ ฉันก็ไปอาบน้ำแล้วนอน ในขณะที่หัวของฉันกำลังจะถึงหมอน หางตาข้างขวาของฉันเหลือบไปเห็นเงาดำๆ เงาหนึ่งนั่งจ้องมาที่ฉันอยู่ข้างๆเตียง

"..ใหม่..พาแม่ไปงานยายให้ได้นะ..ยายคิดถึง.."

     เงาปริศนานั้นร้องขอ และทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่าน่าจะเป็นยายเดือนแน่ๆ ฉันเองไม่เคยรู้จักยายเดือน และไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เพราะแม่ไม่ค่อยมีเวลาพาไปไหนซักเท่าไหร่ แม่กับพ่อของฉันออกไปรับจ้างทุกวันไม่มีวันหยุด ไปขุดมัน ปลูกมัน เก็บข้าวโพดบ้าง ตัดอ้อยบ้าง บางทีก็ไปเก็บพริก จึงไม่ค่อยได้พาฉันกับน้องไปเที่ยวหรือพาไปหาใคร 

     เงาดำๆของยายเดือนนั้นยังคงอยู่ และจ้องหน้าฉัน 

"..บอกแม่ใหม่ทีว่า เสร็จงานศพยายแล้ว ไปขุดเอาของบางอย่างที่ยายตั้งใจเก็บไว้ให้ที ของอยู่ใต้ต้นพลูนะใหม่.."

ฉัน : "..ยายเดือนใช่ไหมคะ.."

"..ใช่ยายเอง..อย่าบอกใครนะเรื่องนี้ ถึงเวลาก็ไปขุดกับแม่แค่สองคนก็พอ.."

ฉัน : "..ได้ค่ะยาย.."

     ลมเย็นยะเยือกพัดมาโดนตัวฉัน จนขนแขนฉันลุกชัน และไม่นานนักเงาสีดำนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไปต่อหน้าของฉัน 

     ด้วยความกลัว ฉันนอนคลุมโปงตัวสั่น และนอนหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

     วันต่อมา หลังจากที่ฉันเลิกเรียนมาปุ๊ป ฉันก็บอกให้น้องรีบไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อรอแม่กับพ่อ วันนี้เราจะไปงานศพยายเดือนกัน

     ฉันและน้องแต่งตัวเสร็จแล้ว พ่อกับแม่ก็กลับกันมาพอดี หลังจากที่ทุกคนๆ ต่างแต่งตัวเสร็จแล้ว ก็รีบเดินทางไปที่งานศพทันทีทางไปงานศพ

 Cr. ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

     ระหว่างที่นั่งรถไปนั้น จู่ๆ รถก็ดับสตาร์ทยังไงก็ไม่ติด ไฟข้างทางจู่ๆ ก็ดับไปเฉยๆ

"..ใหม่..ใหม่..อย่าลืมบอกแม่นะใหม่…"

     เสียงของยายเดือนดังขึ้นข้างหูของฉัน ฉันพยักหน้าหนึ่งครั้ง แล้วไฟข้างทางก็กลับมาติด และรถก็สตาร์ทติดทันที

     จนในที่สุดก็ถึงงานศพ เสียงพระสวด และเสียงผู้คนพูดคุยกัน พูดถึงความดีความน่ารักของยายเดือนกันงึมงำไปทั้งงาน ฉันและแม่เข้าไปไหว้ยายเดือนหน้าโลงศพ โดยมีป้าจันทร์นั่งหน้าโลงศพยายเดือน

     ในระหว่างที่ป้าจันทร์ยื่นธูปให้นั้น รูปแมวดำ

Cr. ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

"..เมี๊ยววววว.."

     จู่ๆก็มีแมวสีดำตัวหนึ่ง วิ่งมาจากไหนก็ไม่รู้มาร้องใส่ฉัน และนอนลงข้างๆโลงศพ 

ป้าจันทร์ : "..สีนิล..แมวที่ยายเดือนเลี้ยงไว้น่ะหนูใหม่..มันคงเสียใจและอยากมานอนเฝ้ายายเดือนละมั้ง.."

     ฉันค่อยๆ เอามือยื่นไปลูบหัวสีนิลอย่างเบาๆ 

แม่ : "..ไม่คิดเลยว่ายายเดือนจะไปไวขนาดนี้.."

ป้าจันทร์ : " ..ฉันเองก็เสียใจนะ แกอยู่ที่บ้านคอยปลุกฉันไปทำงานตลอด ไม่มีแกแล้วฉันคงจะเหงาๆละนะ.."

     ฉันกับแม่ พ่อและน้องชายของฉัน นั่งฟังพระสวดเสร็จก็รีบกินข้าวที่งาน และกลับบ้านทันที เพราะพรุ่งนี้แม่กับพ่อต้องไปทำงานแต่เช้า 

     วันต่อมา แม่ยังคงพาไปฟังพระสวดอยู่ทุกๆคืน จนถึงวันเผาภาพบรรยากาศงานศพ

 Cr. ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

     ขณะที่ฉันกำลังวางดอกไม้จันทร์หน้าเตานั้น ฉันก็เห็นเงาดำๆ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นยายเดือนนั่นแหละ

"..อย่าลืมนะใหม่..พาแม่ไปนะใหม่.."

     ฉันพยักหน้าหนึ่งครั้งแล้วเดินลงจากเมรุ และเดินดิ่งไปหาแม่ทันที

ฉัน : " ..แม่..เดี๋ยวเสร็จงานแล้ว ..ไปบ้านยายเดือนกันนะ.."

แม่ : "..ทำไมหรอใหม่..มีอะไรรึป่าวใหม่.."

ฉัน : "..ยายเดือนเก็บของไว้ให้แม่น่ะ ยายบอกต้องไปเอาให้ได้.."

     แม่จ้องหน้าฉันด้วยความสงสัย

แม่ : "..ยายเดือนไปบอกใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน..ใหม่รู้ได้ไงว่ายายเดือนมีของให้แม่.."

ฉัน : "..ยายมาบอก ก่อนวันที่จะไปฟังพระสวดคืนแรกน่ะแม่.."

     แม่ของฉันได้ยินก็ช็อคตกใจมากๆ แต่แม่ของฉันก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ฉันจึงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเลย

     หลังจากที่เผาศพยายเดือนเสร็จแล้ว แม่ก็พาฉันไปที่บ้านยายเดือนทันที

     พอถึงบ้านยายเดือนแล้ว ฉันก็พยายามกวาดสายตาไปรอบๆบ้านเพื่อหาต้นพลู แต่ก็หาไม่เจอ

ฉัน  : "..แม่พอจะรู้ไหม ว่ามีต้นพลูอยู่ตรงไหน.."

     แม่ของฉันมองหน้าฉันซักพัก ก็จับมือฉันและพาเดินไปหลังบ้าน เดินไปถึงก็เจอต้นพลูอยู่ 

     ฉันเหลือบไปเห็นเสียมที่อยู่ข้างๆต้นพลู จึงเดินไปหยิบและเริ่มขุดดินใต้ต้นพลูทันที 

     ขุดไปซักพักก็เจอกับกล่องใบเล็กใบหนึ่ง ฉันก็หยิบขึ้นมาให้แม่ทันที 

     เมื่อแม่เปิดกล่องใบนั้น ก็เจอกับสร้อยทองเส้นหนึ่ง แม่บอกกับฉันว่า สร้อยเส้นนี้แม่รักมากๆ แต่ตอนที่แม่คลอดฉันใหม่ๆ แม่ไม่มีเงิน เลยเอาสร้อยเส้นนี้มาขายให้ยายเดือน แม่คิดมาตลอดว่ายายเดือนคงเอาไปขายแล้ว พอแม่เห็นสร้อยเส้นนี้ แม่ก็เอาแต่นั่งร้องให้อยู่ตรงนั้น

"..ฟิ้วววว...ฟิ้ววว...ฟิ้ววว.."

     จู่ๆลมเย็นๆก็พัดไปมาเบาๆ และฉันรู้สึกเหมือนมีมือเย็นๆ มาจับที่ใหล่ของฉันทั้งสองข้าง และฉันก็ได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ว่า

"..ยายตั้งใจจะเอามาคืนแม่ของใหม่นะ ยายรู้ว่าสร้อยเส้นนี้สำคัญกับแม่ใหม่มากๆ.."

     ฉันมองหน้าแม่ แล้วจู่ๆ น้ำตาฉันก็ไหลออกมา มันเป็นเรื่องที่บีบหัวใจมากๆเลย ส่วนแม่เองก็พูดขอบคุณ ขอบคุณยายเดือนอยู่นานทั้งน้ำตา แม่ดีใจมากๆที่ได้สร้อยเส้นนี้คืน

     ใกล้จะมืดแล้ว แม่ก็พาฉันกลับบ้าน ในระหว่างที่ขับรถกลับ ฉันก็ถามแม่ว่า

ฉัน : " ..ยายเดือนชอบใช้น้ำหอม กลิ่นคล้ายๆยาหม่องรึป่าวแม่.."

แม่ : "..ใช่..ใหม่รู้ได้ไงเนี่ย.."

ฉัน : "..แม่จำวันที่...น้องบอกว่าโดนผีหลอก..ได้รึป่าวล่ะ.."

แม่ : "..ยังไงล่ะใหม่.."

ฉัน : "..ก็ตอนที่พวกหนูขึ้นบ้านนั่นแหละ พวกหนูได้กลิ่นนี้ คละคลุ้งเต็มบ้านเลย.."

แม่ : "..ยายคงอยากมาบอกให้ไปงานน่ะสิ..รู้ไหมใหม่ ยายเดือนแกรักและเอ็นดูแม่เหมือนลูกแกเลยนะ ตอนที่แม่ลำบาก ก็มีแกนี่แหละ คอยยื่นมือมาช่วยตลอด เรื่องสร้อยเส้นนี้ก็เหมือนกัน แกดีกับแม่จริงๆเลยนะ.."

ฉัน : "..งั้นเราต้องทำบุญให้ยายบ่อยๆเนอะแม่.."

แม่ : "..อืม..ใหม่..แกยังมาให้ใหม่เห็นอยู่รึป่าว.."

     พอแม่พูดคำนี้จบ จู่ๆรถก็ดับลงทันที ไฟข้างทางก็เดี๋ยวดับๆติดๆอยู่อย่างนั้น แม่ของฉันพยายามสตาร์ทรถ แต่สตาร์ทเท่าไหร่ก็ไม่ติด

     ไม่นานนัก จู่ๆ ก็มีกลิ่นน้ำหอม กลิ่นที่เหมือนของยายเดือนใช้คละคลุ้งไปทั่วรถ

     ฉันกับแม่ได้กลิ่นนี้กันทั้งคู่ และเราก็เอาแต่มองหน้ากัน ขนแขนของฉันกับแม่เริ่มลุกชัน และคิดตรงกันว่ายายเดือนอยู่บนรถแน่ๆ

"..ฟึ่บ..ฟึ่บ..ฟิ่บ.."

     เสียงเหมือนมีใครบางคนกำลังขยับไปมาที่เบาะหลัง

     แม่ของฉันมองเบาะหลังผ่านกระจกมองหลัง แล้วช็อคตาโต เพราะสิ่งที่แม่เห็นนั้น คือวิญญาณของยายเดือนนั่นเอง

"..นิดเอ้ย แม่ไปก่อนนะลูก..ขอให้ลูกโชคดีและมีความสุขให้มากๆนะลูก..ทำงานหนัก.ก็พักบ้างนะ..ลูกเหนื่อยมาเยอะแล้วนะ.."

     สิ้นสุดเสียงนั้น แม่ก็ปล่อยโฮออกมาทันที และไม่นาน วิญญาณยายเดือนก็หายไป ไฟข้างทางก็กลับมาติดเหมือนเดิม และแม่ก็สตาร์ทรถติด แล้วพาฉันกลับบ้านทันที

"...เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉันจดจำมันได้ดี และจากที่ไม่เชื่อว่าผีมีจริง ก็เชื่อจนสนิทใจ…."