5 สัญญานเตือนว่าคุณกำลังจะเป็นหนี้บัตรเครดิต 
 
 1
1.ใช้บัตรเครดิตจนเพลิน


ด้วยความสะดวกสบายและรวดเร็ว ด้วยสโลแกนที่ว่า จ่ายก่อนผ่อนที่หลัง ทำให้เพื่อนๆ หลาย ๆ คนมักจะติดกับดักของความสะดวกสบายที่ว่ามานี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสินค้าที่ตนเองอยากได้ก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะถึงแม้เงินในกระเป๋าจะไม่พอแต่ถ้ามีบัตรเครดิตเพียงใบเดียว สิ่งของที่คุณอยากได้อยากมีก็เป็นเรื่องง่ายได้ในพริบตา
 

2
 2.จ่ายขั้นต่ำ 10 %ของหนี้ทั้งหมด

 
สำหรับเพื่อนๆ บางคนที่มีบัตรเครดิตอยู่ในมือและชอบที่จะชำระหนี้ขั้นต่ำอยู่บ่อย ๆ เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า การจ่ายขั้นต่ำจะทำให้หนี้ที่มีอยู่ของเพื่อนๆ นั้นไม่มีวันหมดไปได้ง่าย ๆ หรืออาจจะกลายเป็นหนี้หัวโต เพราะนอกจากเพื่อนๆ จะต้องเสียค่าดอกเบี้ยมหาโหดให้กับทางธนาคารไม่น้อยกว่า 20% ต่อปีแล้ว ซึ่งหากนับเป็นจำนวนเงินถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เพื่อนๆ เข้าสู่วงจรความยากจนเข้าไปทุกที 

Advertisement

Advertisement

3
 
3.ใช้รายได้ไปผ่อนชำระหนี้เกินกว่า 40 %


สำหรับ การใช้รายได้ไปผ่อนชำระหนี้เกินกว่า 40 % บ่งบอกได้ว่าสภาพการเงินของเพื่อนๆ เริ่มมีปัญหาหากในแต่ละเดือนเพื่อนๆ มีหนี้ที่จะต้องชำระมากกว่าที่เพื่อนๆ หามาได้และทำให้เพื่อนๆ ต้องตกอยู่ในภาวะจำยอมเงินขาดมือหรือไม่ค่อยพอใช้ในแต่ละเดือน เพราะต้องนำเงินรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือนนั้นมาชำระค่าหนี้บัตรเครดิตจนทำให้ในแต่ละเดือนเงินแทบจะไม่มีติดกระเป๋า


 4
4.กดเงินสดจากบัตรเครดิตเพื่อนำมาชำระหนี้เป็นเวลาติดต่อกันหลายเดือน  


คนส่วนใหญ่หลาย ๆ คนมักจะคิดว่า การกดเงินสดจากบัตรเครดิตอีกใบเพื่อนำมาชำระหนี้บัตรที่เหลือ เป็นการจัดการหนี้สินที่ง่ายที่สุดอีกทั้งยังช่วยให้การเงินของเพื่อนๆ ไม่ขาดมือ หากเพือนๆ คนไหนที่กำลังทำแบบนี้อยู่แล้วล่ะก็ ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ผิด เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้หนี้ของเพื่อนๆ หมดแล้วยังเป็นการเพิ่มหนี้สินขึ้นไปเรื่อย ๆ สุดท้ายเมื่อเพื่อนๆ หาเงินมาชำระหนี้ได้ไม่ทันก็ต้องจบลงด้วยการเสียเครดิตทางการเงินหนักสุดอาจจะถึงขั้นล้มละลายไปเลย

Advertisement

Advertisement

 5
5.เริ่มยืมเงินคนรอบข้างมากขึ้นเรื่อย ๆ 


เพราะหนี้บัตรเครดิตที่คนส่วนใหญ่ใช้กันนั้นเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งมีแต่เสียกับเสีย โดยเฉพาะกับคนที่ไม่รู้วิธีการจัดการค่าใช้จ่ายหรือบริหารเงินไม่เป็น  ซึ่งทำให้ถึงกับมีปัญหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จนต้องหันไปหยิบยืมคนรอบข้าง

สำหรับบทความนี้ก็จบลงเรียบร้อยแล้วนะครับเพื่อน ๆ 

ขอบคุณที่อ่านกันนะครับ ^^