ขอบคุณภาพปก จากwww.pexels.com

      ภัยร้าย จากยาปฏิชีวนะ หลายคนเคยได้ยินยาปฏิชีวนะ ผ่านหูกันบ้างไหมคะ แต่ยากนักที่จะหาคนเข้าใจ และรู้จักมันดี มีคนจำนวนมากที่เรียกยาปฏิชีวนะ ว่าเป็นยาแก้อักเสบ รวมไปถึงยังมีความเชื่อว่า การใช้ยาในกลุ่มนี้จะช่วยให้เราหายจากอาการเจ็บป่วยได้เร็วขึ้น แต่ทราบหรือไม่คะว่า การใช้ยาปฏิชีวนะผิดวิธี นั้นอาจเป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ จึงไม่ควรตัดสินใจซื้อมารับประทานปราศจากคำแนะนำจากแพทย์ หรือ เภสัชกร

     ยาปฏิชีวนะคือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ตัวอย่างเช่นยาเพนิซิลิน ซึ่งยาในกลุ่มนี้ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่นมีการนำไปใช้รักษาต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นหนองแผลติดเชื้อ เป็นต้น

      ยาปฏิชีวนะเป็นยาอันตรายหากตรวจสอบข้างกล่องยาจะพบข้อความ ตัวอักษรสีแดงข้อความว่ายาอันตราย ปรากฏอยู่รวมถึงมีคำเตือน ว่าอาจทำให้เกิดอาการแพ้ และอาจเป็นอันตรายถึงตายได้ เช่นทำให้หายใจไม่ออก ความดันเลือดตก มีผื่นลมพิษขึ้นตามลำตัว และ ใบหน้า บางครั้งผิวหนังมีลักษณะเป็นรอยไหม้ และ หลุด มาทั้งตัว

Advertisement

Advertisement

กินยาขอบคุณภาพ จากwww.pexels.com

      เป็นหวัด-เจ็บคอ  80% เกิดจากเชื้อไวรัส เเต่การกินยาปฏิชีวนะใช้สำหรับฆ่าเชื้อเเบคทีเรียจึงเป็นยาที่ไม่ถูกกับโรคนี้ วิธีการรักษาที่ถูกต้อง คือ พักผ่อนเเละการทำให้ร่างกายอบอุ่นจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันของโรคของร่างกายนั้นเเข็งเเรงกำจัดเชื้อไวรัสได้เร็วขึ้น เเต่หากอาการเเย่ลง เช่น ไข้ไม่ลดใน 2 วัน ก็ควรไปพบเเพทย์

 

เป็นหวัดขอบคุณภาพ จากwww.pexels.com

    หวัดที่เกิดจากเชื้อเเบคทีเรีย (เเพทย์จะพิจารณาให้ใช้ยาปฏิชีวนะ) จะมีอาการ เช่น 

-มีไข้สูง เจ็บคอมาก

-ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก

-ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอโตเเละกดเจ็บตำเเหน่งเดียว

Advertisement

Advertisement

-มีจุดหนองที่ต่อมทอนซิล หรือลิ้นไก่บวมเเดง

 

เกลือแร่ขอบคุณภาพ จากwww.pexels.com

     3โรครักษาเองได้ไม่ต้องใช้"ยาปฏิชีวนะ"ท้องเสีย 99% เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งหายได้เอง  วิธีการรักษาที่ดีที่สุด คือ การดื่มเกลือเเร่ รับประทานอาหารอ่อนๆ งดอาหารรสจัดหรือย่อยยาก เเต่ถ้ามีอาการรุนเเรง  เช่น ถ่ายเป็นมูกเลือด มีไข้ ก็ควรไปพบเเพทย์

แผลขอบคุณภาพ จากwww.pexels.com

     แผลเลือดออก การใช้ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยป้องกันการติดเชื้อในบาดแผลเลือดออกทั่วไป  เเละไม่ช่วยทำให้เเผลหายเร็วขึ้น  ถ้าแผลไปสัมผัสสิ่งสกปรก ก็ต้องล้างแผลอย่างถูกวิธี พยายามรักษาความสะอาดของบาดแผลให้ดี แผลก็สามารถหายเองได้ เเต่หากเป็นแผลสัตว์กัด ตะปูตำหรือเป็นโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ควรไปพบเเพทย์