6 ปีก่อน...ช่วงที่ฉันเริ่มต้นชีวิตม.ปลาย

          เหตุการณ์ของคนวัยอย่างฉันคงเป็นเรื่องของความสนุกสนานตามประสาเด็กที่เพิ่งพ้นกฎระเบียบอันเข้มงวด แต่ชีวิตฉันกลับต้องเจอเหตุการณ์ที่ไม่อาจลืมได้และขอสาบานกับตัวเองเลยว่าจะไม่กลับไปเหยียบที่นั่นอีกแน่!

          ปีนั้น….ทางโรงเรียนได้จัดการเข้าค่ายและได้เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง บรรยากาศดี มีสระว่ายน้ำ ที่อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ฉันกับเพื่อนได้พักที่ชั้น 3 ห้องที่เห็นวิวสระว่ายน้ำอย่างชัดเจนแม้แม่บ้านที่อยู่บริเวณนั้นจะมองด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักแต่ฉันก็ปล่อยผ่านไป

                                                                      ขอบคุณภาพจาก Roxanne Shewchuk // Pexels.com

จนเวลา 1 ทุ่ม เป็นเวลาที่ทุกคนจะต้องลงไปทำกิจกรรม….

        ขณะที่ฉันกำลังเดินออกจากห้องน้ำ จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นฉันสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ!

        ก่อนจะเดินไปส่องช่องตาแมว และเห็นว่าเป็นเพื่อนของฉัน ความงุนงงเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็น หญิงสาวแปลกหน้า….. ดวงตาคล้ำราวกับว่าไม่ได้นอนมาหลายคืน หน้าตาซีดเซียว ผมเปียก ยืนหลบอยู่ด้านหลัง ฉันเริ่มใจเสียแต่ก็ตัดสินใจเปิดประตูให้

        ภาพตรงหน้ากลับทำให้ฉันต้องผวากว่าเดิม!

        เมื่อไม่พบแม้แต่เงาของผู้หญิงคนนั้น……….ฉันถามเพื่อนว่าผู้หญิงอีกคนหายไปไหนคำตอบที่ได้กลับกลายเป็นคำด่าที่ใช้เล่นกัน และพากันคิดว่าฉันเรียนมากเกินไปจนประสาทหลอนก่อนจะปล่อยผ่านไปและรีบลงไปทำกิจกรรม

เงาหลังจากเหตุการณ์นั้นในช่วงกลางดึกคืนเดียวกัน…...

            บรรยากาศของโรงแรมเริ่มเงียบสงัด ทุกคนต่างหลับสนิทด้วยความเหนื่อยจากการทำกิจกรรม แต่จู่ๆ เสียงโทรทัศน์ก็ดังขึ้น ด้วยความงัวเงียฉันจึงตะโกนทั้งที่ยังหลับตาไปว่า 

            “ถ้าอยากดูก็อย่ารบกวนคนอื่น เบาเสียงหน่อย!”

             เสียงยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ…..ฉันลุกขึ้นด้วยความโมโห แต่กลับต้องหน้าชาทันทีเมื่อภาพที่เห็นกลับกลายเป็นห้องมืด ที่มีแสงไฟสลัวๆ ผ่านเข้ามาทางระเบียงเท่านั้น

             ฉันเหลือบมองไปรอบห้องจนสายตาไปหยุดที่ปลายเตียง กับร่างของหญิงสาวผมเปียกชุ่ม ปกปิดใบหน้าจนแทบมองไม่เห็น ยกเว้นดวงตาข้างซ้ายของเธอ เธอแสยะยิ้มสุดหลอน! ที่ฉันจะไม่มีวันลืมก่อนใบหน้าของเธอจะเข้ามาประชิดหน้าของฉัน พร้อมเสียงกรีดร้องราวกับคนเสียสติ!

             ฉันร้องสุดเสียงและสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาปลุกเพื่อนเพื่อที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังแต่กลับโดนเพื่อนบอกว่าไร้สาระแล้วไล่ให้กลับไปนอนอย่างเดิม

คืนวันสุดท้าย…….

         ฉันพยายามคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความเหนื่อยล้าและคิดมากไปเท่านั้น ฉันเดินกลับห้องระหว่างทางเดินมีฉันอยู่เพียงคนเดียวจนถึงหน้าห้องจู่ๆ ไฟก็เกิดดับ

         ครื้ด... ครื้ด... ครื้ด... ครื้ด…

         เสียงเหมือนคนเดินลากเท้าเข้ามาใกล้ ฉันเปิดไฟฉายส่องไปทางต้นเสียงนั้น น้ำตาของฉันไหลด้วยความกลัว   เมื่อภาพที่เห็นเป็นร่างของผู้หญิงวัยกลางคน หัวของเธอสวมด้วยกล่องกระดาษลัง คอของเธอชุ่มไปด้วยเลือด

         ไม่นานนัก….กล่องที่สวมอยู่ก็หล่นลงมาพร้อมกับของบางอย่าง ฉันส่องไฟไปที่ของนั้น

         มันเป็นศีรษะที่ใบหน้าซีด แววตาแดงกร่ำบ่งบอกถึงความแค้น!

         ฉันร้องไห้และกรีดร้องเหมือนกับคนเสียสติ....จนเพื่อนต้องรีบออกมาดู ฉันเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟังแต่ไม่มีใครเชื่อและพยายามปลอบฉันให้สงบ แต่ก็ไม่ดีขึ้นฉันจึงขอไปนอนกับเพื่อนที่อยู่ชั้นอื่นแทน

          เมื่อถึงวันที่จะเดินทางกลับ ฉันตัดสินใจถามแม่บ้านที่ทำงานอยู่ที่นี่ สีหน้าของแม่บ้านอึ้งเหมือนตอบคำถามเป็นนัยๆ ว่า “เจออีกแล้วหรอ!” เธอดูกระอักกระอ่วนใจที่จะเล่า   แต่ฉันก็เค้นจนทราบความจริงว่า…..หลายปีก่อน มีเหตุฆาตกรรมที่โรงแรมแห่งนี้ด้วยกัน 2 ศพ

         ศพแรก...เป็นหญิงสาวถูกแฟนหนุ่มจับกดน้ำกลางดึกที่สระว่ายน้ำของโรงแรม อีกราย...เป็นเป็นหญิงสาวที่ถูกฆ่าหั่นศพโดยปาดคอและแยกส่วนหัวใส่กล่องลังไว้

         ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ไม่สามารถตามจับคนผิดได้ แม้ช่วงนั้นทางโรมแรมจะเสียชื่อไปพักใหญ่แต่ยังทำการมาถึงทุกวันนี้ เรื่องที่ป้าแม่บ้านเล่าตอบความสงสัยในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยิ่งทำให้ฉันรู้ว่าโรงแรมแห่งนี้พยายามปิด เรื่องราวสยอง! นี้ไว้....