สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน เรื่องสยองในชีวิตดำเนินมาถึงเรื่องสุดท้ายที่พบเจอ ต้องบอกว่าปัจุบันนี้มันนี้มันไม่สยองเท่าช่วงอายุ 18-20 แล้ว จากแค่นอนฝันธรรมดาๆ อย่างที่เขียนไปใน เรื่อง ในห้วงแห่งความฝัน ที่ไม่ใช่ฝันดี จนไปถึงการโดนอำอย่างหนักหน่วง ซึ่งก็ได้เขียนไปแล้วเช่นกัน ชื่อเรื่องว่า ใครอีกคน : ความฝัน ความจริง หรืออะไร ?? นั้น จนกระทั้งได้รับตะกรุดจากพระวัดหนึ่งมาก็เจอเรื่องแปลกๆบ้างแต่ไม่หนัก และกลับมาเจอเรื่องแปลกๆอีกครั้งในช่วงวัยก่อนเบญจเพศ มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเสียง บางเรื่องราวก็พอคิดบวกหาเหตุผลให้ตัวเองได้ แต่บางครั้งมันก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร....

ต้องบอกก่อนว่า ย่างเข้าอายุ 23 เราได้กลายมาเป็นนักเดินทาง (หากคุณดูบทความจากผู้เขียนคุณก็จะเห็นบทความท่องเที่ยวด้วย) ไม่ใช่แค่นักเดินทางทั่วๆไป คือเราเน้นเป็นการเดินทางคนเดียว แน่นอนว่านอนคนเดียว ....แต่เราไม่ได้กลัวอะไรมากมายนะ อย่างที่บอกเรื่องน่ากลัวมันหายไปตั้งแต่ใส่ตะกรุด เลยคิดว่า สิ่งนี้คงคุ้มครองเราได้ เป็นความเชื่อทางจิตใจอ่ะนะ 

รูปเปิดCr. ภาพ : https://www.pinterest.com/pin/631841022702509067/

เรื่องในบทความนี้ จะเป็นที่เรื่องเกี่ยวกับเสียง ที่ไม่มีที่มาที่ไป มาแบบงงๆ มาแบบ อิหยังว่ะ มาแบบนี่ฝันหรือเจอจริงๆ ช่วงอายุ 23 ได้ไปนอนกาะล้านคนเดียว จองที่พักที่มีดาดฟ้า นั่งกินอะไรต่ออะไรในตอนกลางคืนบนดาดฟ้า แล้วฝนมันก็ตก เลยย้ายข้าวของลงมาที่ระเบียงชั้น 1 ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับโรงแรม ที่พัก โฮสเทล ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อที่พักนะคะ ทีนี้มันก็ดึกๆมากๆแล้วก็เลยรู้สึกว่าเข้าห้องดีกว่า ทิ้งอาหารไว้ข้างหลังนั้นแหละ ก็เข้ามานอน สักพักประมาณตีหนึ่งได้ก็ ได้ยืนเสียงเกาะเเกะๆ ตรงหน้าต่างห้อง ซึ่งตรงนั้นก็มีโต๊ะที่วางอาหารอยู่ เสียงดังอย่างชัดเจนมากๆ เลยค่อยๆเดินไปเปิดผ่าม่าน เห็นดวงตาสีน้ำตาลสว่างคู่เล็กท่ามกลางความมืดมิด ..... "แมว" แมวดำ น้องแมวนั่งมองเราเฉยๆ ดูไม่มีวี่แววตื่นคน ด้วยความเป็นทาสแมว เลยรีบเปิดหลังห้องออกไป จังหวัดเปิดแล้วเดินออกไปครึ่งตัวเเล้วนั้น ..... ว่างป่าว.... ไม่มีแมวสักตัว... ไม่เห็นตอนโดดหนีด้วย หรือ โดดออกไปตอนเราปิดม่านก็ไม่รู้ ก็เลยกลับเข้ามานอน แล้วก็คิดว่า "อืม สงสัยแมวมากินเศษอาหาร แล้วก็หนีไป" เคลิ้มๆกำลังจะหลับ ก็ได้ยินเสียงกุ๊กกักๆที่หน้าต่างอีก ในใจน้องแมวแอบย่องมาอีกแล้วแน่ๆ เลยเปิดประตูหลังไปเลย ไม่แวะมองที่หน้าต่างก่อน เพื่อหวังไม่ให้แมวรู้ตัว พล่างงงงงง!! มีแต่ความว่างเปล่าอีกเช่นเคย ตัดสินใจ กลับเข้ามานอน ก็ได้ยินเสียงที่หน้าต่างตลอดเวลาเลย แต่คือตัดสินใจไม่ลุกไปแล้ว แต่ได้ยินตลอดเลย เลยเริ่มรู้สึกหวั่นๆแหละ เลยเปิดทีวี เปิดเสียงดัง ให้ทีวีอยู่เป็นเพื่อนเรา สุดท้ายหลับไปตอนไหนไม่รู้

รูปหน้าต่างCr. ภาพ : https://www.pinterest.com/pin/373798837801419646/


ผ่านไปไม่กี่เดือน ก็ออกทริปอีก คราวนี้ขึ้นเขา นอนเต็นท์กลางเขา คืนนั้นขึ้นไปถึงลานกลางเต็นท์ยังไม่ได้ขึ้นไปยอดเชียว ตั้งแต่เย็นไปจนค่ำ แม้แต่ตอนเดินสำรวจแล้วหลงไปในป่า ที่เดินไปเดินมาแล้วมันตัน แล้วก็เห็นป้ายล้มตามทาง เป็นป้ายที่เขียนว่า เส้นทางนี้ห้ามเดินไป นอกเส้นทางเดินเขา รีบเดินกลับอย่างไว จนกระทั้งกลางดึก เราเลือกกลางเต็นท์นอนในจุดที่แสงไฟของอุทยานสาดส่องถึงพอดี เพราะไม่อยากอยู่ในมุมมืดๆ กลัวโจรปล้น ฮ่าๆ คือห่วงกล้องกับเงินที่พกมา ก่อนนอนก็ไหว้พระขอพร บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธ์ว่า เรามาดีนะ โปรดคุ้มครองเราด้วย อย่าให้เจอสิ่งไม่ดีไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มองเห็นหรือไม่เห็น 

ตกดึกสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนเกือบๆตี 2 ความงัวเงีย ตื่นแลไม่ตื่นแล และก็ตื่นตัว เพราะเสียงเดินลากเท้าบนหญ้า ใกล้กับเต็นท์ เรานอนฟังว่าใครเดินไปไหน รอฟังให้ชัวร์ว่าเขาไม่เดินทางแถวเต็นท์เราชัวร์นะ จะได้หลับต่อ ปรากฎว่าเสียงเดินลากเท้ามาไม่ได้อยู่ไกลจากเต็นท์เรา ใจเต้นตึ๊บตั๊บ เสียงอยู่ฝั่งปลายเท้า เดินวนไปทางข้างหลัง คือเราหันหน้าไปทาง หน้าเต็นท์ เสียงเดินต่อมาที่ฝั่งหัว เอาละ เบิกตาให้กว้าง รอจังหวะมาข้างหน้าจะมองว่าใครมาเดินวนเต็นท์ จุดที่เรานอกแสงไฟมันตกกระทบยังไงก็ต้องเห็นเงาคนเดิน แต่เมื่อเสียงเดินผ่านทางหน้าเราไป ไรเงา ไกลใกล้ก็ไม่มีเงา เราดันตัวยกขึ้นกึ่งลุก (ไม่กล้าลุกเยอะกลัวข้างนอกจะเห็นเงาเราลุกในใจก็ยังกลัวเป็นคนมาด่อมๆมอง) มอง เพ่งเท่าไรก็ไม่เห็นใคร ไม่เห็นเงา เเต่มีเสียง แม้ตอนเราลุกขึ้นมาเพ่ง เสียงมันก็ยังมีให้ได้ยินโดยเดินลากขาต่อไปที่ปลายเท้าใหม่ วนไปข้างหลัง ไปฝั่งหัว แล้วกำลังจะมาข้างหน้าอีกรอบ เลยรีบนอนลงแล้วห่มผ้าเกือบจะคุลมโปง เหมือนเดิมมีเสียงเดินลากเท้าผ่านหน้าเต็นท์ไป แต่ไม่มีเงา เดินวนเต็นท์เราประมาณ 3-4 รอบได้ รู้สึกไม่ไหวแล้ว นอนไม่ได้เลย ยกมือไหว้ (นอนไหว้เนี่ยแหระ) พนมมือขึ้นพร้อมตะกรุดแล้วบอกว่า "สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมถึงตะกรุดของข้าพเจ้า ช่วยคุ้มครองปัดเป่าสิ่งมองไม่เห็นที่กำลังรบกวนและกร่ำกรายข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้ากลัว กลัวจริงๆ" สิ้นสุดคำของเรา เสียงเดินลากเท้าก็หายไป นอนนิ่งๆเงียบๆ อยู่พักใหญ่และเมื่อมั่นใจว่าไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้วก็เลยหลับต่อ ดอยนี้อยู่ทางภาคเหนือ แต่ไม่ใช่เชียงใหม่ เป็นดอยที่น้อยคนจะไป ใบ้แค่นี้พอ เช้าตื่นตอนตี 5 เดินขึ้นเขา ไม่รู้เพราะในใจยังนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นหรือยังไง ตลอดเวลาที่เดิน ยิ่งสูงยิ่งเป็นป่าทึบ ใจเราหวิวตลอดเลย แบบอยากร้องไห้ ระแวงหลังตลอดเวลา แม้ว่าลงมาแล้วก็ยังคงรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไรอยู่ และความรู้สึกนี้หายไปเมื่อเรานั่งรถไฟกลับ 

รูปป่าCr. ภาพ : https://www.pinterest.com/pin/402016704210627153/


อายุ เข้าอายุ 25 ไปฉลองวันเกิดคนเดียวที่จังหวัดแพร่ ก็เที่ยวได้อย่างปกติไม่มีอะไร จนกระทั้งไปเที่ยวที่แห่งหนึ่งเป็นบ้านไม้โบราณ เรามีความรู้สึกระแวงอีกครั้ง คุ้มนี้เราจะไม่สามารถเขาไปชมข้างในตัวบ้านได้ แต่หน้าต่างเปิดอยู่หลายบาน เราเลยพยายามชะโงกตัวเขาไปเยอะๆเพื่องมองข้างใน ยื่นกล้องเข้าไปเยอะๆเพื่อหวังได้รูปรายละเอียดข้างใน หลังจากนั้น เราก็ยืนเช็ครูป ความรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว เดินไปเดินมา เห็นศาลในบริเวณบ้าน เราเข้าไปไหว้ ขออนุญาตเก็บรูปเพื่อไปทำงานเขียน เราก็ยังรู้สึกแบบเดิม ในช่วงจังหวะที่ถ่ายข้างๆบ้าน เรามีความรู้สึกว่า ข้างบนบ้านมีอะไร มองตรงนั้นอยู่ในเหมือนตกไปในภวังค์อะไรสักอย่าง ขาก้าวไปที่บันได กำลังจะก้าวขึ้น "โฮ่งๆๆๆๆๆๆๆ" หมาเห่าดังมาก พยายามมองหาหมาก็ไม่เห็นแต่เห็นบ้านคนข้างหลังตัวบ้านเรือนไทยหลังนี้ เราไม่คิดอะไร มองขาตัวเองที่ก้าวไปที่บันไดบ้าน แล้วงงงวย เดินถอยหลังออกมาก ส่ายหัวแรงๆ ถามตัวเอง คิดอะไรอยู่ จะแอบขึ้นบ้านเก่าที่เขาปิดไว้หรอ คือต้องบอกว่าเราไม่ใช่คนชอบแหกกฎอะไร เราซีเรียสเรื่องการเคารพวัฒนธรรมหรือข้อห้ามของสถานที่ต่างๆด้วยซ้ำ เลยรีบเดินออกมาจากที่แห่งนั้น แม้จะเดินออกมารอบนอกแล้ว แต่ก็ยังหันกลับไปมองชั้นบนของบ้าน แบบรู้สึกเหมือนมันต้องมีอะไรบนนั้น

คุ้มวิชัยราชาถ่ายภาพโดย : หญิงเถื่อน

ซึ่งหลังจากจบทริปเมืองแพร่ ผู้เขียนก็ยังติดใจในความรู้สึกที่มีต่อที่นี้ เลยไปค้นหาข้อมูลในเว็ปก็ไปเจอเรื่องราว อาถรรพณ์ของที่นั้น มันเป็นชื่อเรื่องว่า อาถรรพณ์หมายเลข 8 ของคุ้มนี้ คือถูกขนามนามจากผู้คนในระแวกนั้นว่า คุ้มผีสิง เพราะ ผู้คนแถวนั้นพบเจอเรื่องแปลกในบริเวณคุ้มนี้  คนเฒ่าคนแก่แถวนั้นก็ได้ยืนยันว่า พวกเขาเคยพบเห็นชายชราร่างเล็กในชุดโบราณอยู่ในบริเวณคุ้มนั้น บ้างก็พบเห็นชายชราคนนี้ยืนเหม่ออยู่ที่ริมหน้าต่างชั้น 2 ของคุ้ม บ้างก็เห็นชายชราในลักษณะเดียวกันเดินไปเดินมาภายในตัวบ้านเสมือนเป็นเจ้าของบ้าน  เรื่องราวของที่นี้มีความยาวนาน และในความยาวนานนั้นก็มีเรื่องอาถรรพณ์ ไม่ว่าจะเป็นหากเข้าไปในบริเวณคุ้มนี้จะเกิดการเจ็บป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ หรืออาจจะพบเหตุการณ์ชวนขวัญผวา และหลังจากผู้อาศัยคนสุดท้ายของคุ้มแห่งนี้หมดอายุไขไป ก็ไม่มีใครกล้ามาติดต่อซื้อคุ้มหลังนี้ หรือมาอยู่อาศัย จึงทำให้คุ้มแห่งนี้ถูกทิ้งร้างมาจนถึงปัจจุบัน บอกตรงๆว่าตอนอ่านเจอเรื่องนี้ นึกถึงความรู้สึกของตัวเองตอนอยู่ที่นั่นแล้ว รู้สึกขนลุกมากๆ เลยละค่ะ


หลังจากนั้นได้ลงไปเที่ยวทางภาคใต้ ซึ่งก็เลือกนอนโฮสเทล ในคืนแรกปกติดีทุกอย่าง คืนที่2ย้ายที่นอน แต่ยังคงเป็นโฮสเทลอยู่ เนื่องจากว่าเราเดินเที่ยวและถ่ายรูปตลอดวันเลยค่อนข้างเหนื่อยและง่วงจึงนอนหลับไว จำได้ว่าหลับไปตั้งแต่ 2ทุ่ม จนตื่นมาตอน 5ทุ่มได้คือลุกมาเข้าห้องน้ำ ห้องนอนมีทั้งหมด 4 เตียง แต่ตอนเช็คอินเจ้าของที่พักบอก เหงาหน่อยนะ ไม่มีลูกค้าเช็คอินห้องประเภทเดียวกับเรา ล่าสุดมาเป็นกลุ่ม 6 คน เลยจัดให้อยู่ห้อง 6 เตียงด้วยกันหมดเลย เราก็รู้สึกดีในใจ เพราะอยากอยู่เงียบๆ เตียงจะมีม่านปิดหมดนะ เตียงไหนไม่มีคนม่านก็จะถูกเปิดไว้ เราเดินผ่านเตียงหน้าห้องน้ำ เตียงบน เห็นว่าม่านปิด และเราได้ยินเสียงเหมือนคนพลิกตัวบนที่นอน แต่ไม่เห็นกระเป๋าหรือรองเท้า ล็อคเกอร์ก็มีล็อกไว้ตู้เดียวคือตู้ของเรา ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะมันห้องรวม อาจจะมีคน walk in เข้ามาหลังจากเราเช็คอินแล้ว กลับมานอนต่อ ได้ยินเสียงผู้หญิงเหมือนพูดกับใครอยู่ ตอนนั้นคิดว่าอาจะโทรศัพท์มั้ง เพราะนอกจากเตียงเราและเตียงนั้นก็ไม่มีใครแล้ว ด้วยความที่เตียงมันก็ไม่ได้ใกล้ชิดกันเราจึงฟังไม่ชัดว่าเขาพูดอะไรบ้าง แล้วเสียงนั้นก็พรึมพรำพักใหญ่ แล้วก็เปลี่ยนเป็นร้องไห้แทน แบบร้องกระซิกๆไม่ดังนะ แล้วก็เปลี่ยนเป็นได้ยินเสียง "ชู่วววววววว" แล้วก็เป็นเสียงร้องไห้อีก ห้องมันเงียบมาก มีเพียงไฟจากห้องน้ำที่เปิดไว้ ในตอนนั้นเราไม่ได้คิดว่าเป็นสิ่งลี้ลับอะไร เราจึงหลับไป บอกตัวเองว่าอย่าไปเผือกเลย สงสัยอกหัก

รูปCr. ภาพ : https://www.pinterest.com/pin/655625658226143216/

ตื่นเช้ามาลุกไปอาบน้ำ เดินผ่านห้องน้ำแล้วเหลือบตาขึ้นไปมองเตียงๆนั้น ผ่าม่านเปิดออกปกติ แต่ไม่มีใคร ก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั้งเราเดินออกมาทักทายป้าแม่บ้าน และป้าแม่บ้านก็พูดว่า "หลับสบายเลยซินอนคนเดียวไม่มีใครกวน เมื่อคืนนะอีกห้องหนึ่งเสียงดังมากเลย" เรานิ่งไป.... ป้าแม่บ้านพูดต่อว่า นอกจากกลุ่ม 6 คนนั้น กับคู่รักฝรั่งที่เช็คห้องส่วนตัวมาก็ไม่มีแขกแล้ว ไปหาอะไรกินไหม เดี๋ยวป้าพาไปซื้อข้าวแกงร้านดัง (ป้าเขาใจดีจริงๆซื้อกับข้าวคนละถุง ส่วนข้าวป้าหุงให้กิน) แต่เรายังคงงงงวยอยู่กับ ไม่มีใครพักห้องเรา หลังจากกินข้าวอิ่ม ด้วยความที่เรายังต้องในห้องนั้นอีก 1 คืน ก็เลยเริ่มกลัวแหละ เลยถามว่า วันนี้จะมีคนเช็คอินเพิ่มไหมค่ะ นอนคนเดียวเหงา (ไม่อยากถามว่า เมื่อคืนไม่มีแขกเข้าพักห้องเดียวกับเราจริงๆหรอ)

พนักงานตอบว่า : ไม่มีเลยค่ะ จริงๆเมื่อวานมีคนบุ๊คกิ้งมานะคะ แต่ไม่เห็นเขามาเช็คอิน แล้วก็ไม่ได้ยกเลิกบุ๊คด้วย ได้ส่งเมลล์เรียกเก็บค่าความเสียหายไปที่จองแล้วไม่มา แต่ก็ไม่มีอีเมลล์ตอบกลับมา ทางที่พักเลยปล่อยเตียงที่มีการจองว่างเพื่อรอแขกคนใหม่ แต่ก็ยังไม่มีใครบุ๊คกิ้งเพิ่มค่ะ 

เราเดินกลับมาที่ห้องนอน คือ คืนนี้ต้องนอนคนเดียวซึ่ง เสียงเมื่อคืนก็ไม่รู้มาจากไหน แล้วคืนนี้จะยังไงอ่ะ แต่ก็ยังนอนต่อนะ คืนที่ 2 หลับสนิทดีค่ะ จนกระทั้งรุ่งสาง ได้ยินเสียงเหมือนคนอาบน้ำภายในห้องของเรา เราตื่นมานอนฟัง ดูนาฬิกาคือมันตี5 นะ ก็ไม่รู้ว่าใคร แต่ก็ไม่กล้าเปิดออกไปดู ตัดสินใจหลับต่อ ตอนลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว ก็ไม่มีเตียงไหนมีกระเป๋าอ่ะ แล้วช่วงบ่ายของวันนั้น เราก็ไม่ได้ไปไหน ก็ไม่มีใครเข้ามาในห้องนะ ก่อนเช็คเอาน์เลยถาม เมื่อคืนมีคนเช็คอินเข้าห้องเดียวกัยเราไหม พนักงานตอบไม่มีนะคะลูกค้า .........เราก็คิดในใจ โอเค ไม่ฉันบ้า ก็ฉันโดนของดีอีกแหละ 


เข้า อายุ 25 ปลายๆ ไม่ได้เที่ยวไทยแล้ว ไปต่างประเทศ เรื่องชวนฉงนคือ วันนั้นต้องไปสนามบิน มันเป็นวันสิ้นปี ที่ออฟฟิศจัดงานแล้วบอสก็รู้ว่าเราจะเที่ยวต่างประเทศเสร็จพิธีการแจกของขวัญ ประมาณบ่าย 2 บอสก็บอกเราว่าไปได้เลยนะ ไม่ต้องอยู่จนจบ นี่ก็เลยออกจากออฟฟิศกลับมาอาบน้ำ แต่งตัวหยิบตะกรุดใส่ที่คอ เดี๋ยวลืม ฮ่าๆๆ เวลามันเหลืออ่ะเลยนอน และตั้งนาฬิกาปลุกไว้ หลับไปเนินนานแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่า ฝัน

ฝันCr. ภาพ : https://www.pinterest.com/pin/291326669640962599/

ฝันเห็นผู้หญิงผมสั้นปะบ่า คนที่เคยฝันเห็นบ่อยๆ มานั่งข้างๆ หน้าเกือบชิดกัน แล้วเขาก็ตะโกนใส่หน้าว่า "ตื่น!" แล้วเราก็ตื่นมาพร้อมกับมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มันขึ้นว่า อีก 5 นาที ปลุกซ้ำ ก็แสดงว่ามันปลุกไปแล้วแต่ไม่ได้ยิน คิดว่าคงตั้งเบาไป ทีนี้ก่อนออกจากบ้านก็เข้าไปนั่งชักโครกก่อน เพื่อว่าจะถ่าย ปรากฏว่านาฬิกาปลุกดังสนั่นเลย งงใจไปอีกแล้วก่อนหน้านั้นทำไมไม่ได้ยินฟร๊ะ!!! ไม่รู้อะไรยังไง คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ต้องขอบคุณหญิงในความฝันคนนั้นที่เข้ามาตะโกนใส่หน้าให้เราตกใจตื่นขึ้นมา 

ตอนนี้เลย 25 มา 2 ปีแล้ว ปัจจุบันนี้เที่ยวต่างประเทศซะส่วนใหญ่ ยังไม่เคยเรื่องแปลกในแดนต่างประเทศเลย มันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแม้แต่ตัวเราเองบ้างครั้งก็พยายามบอกว่า หูแว่วมั้ง บังเอิญมั้ง บางครั้งก็คิดว่า ตัวเองบ้ามั้ง คิดแบบนี้รู้สึกดีกว่าบอกตัวเองว่า ข้าเจอผีนะ ฮ่าๆๆ วันนี้ไปแล้วจ้า บ๊ายบาย