สังขละบุรี เมืองชายแดนเล็กๆ ที่ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียง 344 กม. กับเส้นทางหลายร้อยโค้ง ที่มีความสวยงาม   รายล้อมด้วยธรรมชาติสายน้ำและขุนเขาอันเขียวขจี ที่มีสายน้ำ 3 สายมาบรรจบกันที่เรียกกันว่า สามประสบ จากแม่น้ำรันตี แม่น้ำซองกาเลีย ห้วยบิคลี่  บนผืนน้ำต้นเขื่อนเขาแหลม  ที่นี่รวมหลายหลายเชื้อชาติวัฒนธรรมที่มารวมกันทั้งมอญ กะเหรี่ยง ไทย พม่า  

ไอหมอกและสายน้ำ ในวันที่ฝนตกหรือยามฤดูหนาวมาเยือน คือเสน่ห์ที่ดึงดูดให้ผู้คนมาสูดอากาศยามเช้าที่่นี่

หมอกสะพาน

สะพานมอญ หรือ สะพานอุตตมานุสรณ์​ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเรียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี เป็นสะพานแห่งศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่อาศัยอยู่ในสังขละบุรี นักท่องเที่ยวจะ นิยมเดินชมสะพานเพื่อชมแสงสีทองของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า รวมถึงชมวิถีชีวิตของชาวไทย และมอญที่เดินข้ามไปมาหากันบนสะพานแห่งนี้ค่อนข้างจะคึกคักมากในช่วงเช้ารวมทั้งการตักบาตรพระในตามเช้าตรู่

สะพาน

เมื่อเราเดินข้ามฝั่งสะพานมอญไปก็จะพบกับหมู่บ้านมอญซึ่งอพยพมาจากอำเภอเย จังหวัดเมาะละแหม่งในรัฐมอญ ประเทศพม่า  ซึ่งมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ส่วนใหญ่เลี้ยงชีพด้วย เกษตรกรรม เช่น ปลูกพืช และทำประมงชายฝั่ง สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของหมู่บ้านมอญ คือ วัฒนธรรมแบบมอญที่ยังคงอยู่และค่อนข้างชัดเจนไม่ได้สูญหายไปกับ กาลเวลา ชาวบ้านยังคงแต่งกายแบบมอญมาตักบารตรยามเช้าร่วมกับนักท่องเที่ยว คนที่นี่ยังคงพูดภาษามอญ แต่งกายแบบชาวมอญ  นอกจากการแต่งกายที่เห็นก็รู้ทันทีว่าเป็นสาวชาวมอญอย่างจริงแท้แน่นอน คือ การเทินสิ่งของไว้บนศีรษะอย่างชำนาญ  รวมทั้งการทาแป้งทานาคา ที่เป็นเอกลักษณ์ของสาวมอญ พม่าทีนี่

มอญ

ไม่ไกลจากหมู่บ้านมอญนัก เราสามารถเรียกมอเตอร์ไซด์รับจ้างเพื่อไปเจดีย์พุทธคยา ที่วัดวังก์วิเวการามหรือวัดหลวงพ่ออุตตะมะได้ในเวลาไม่นาน ซึ่งเจดีย์พุทธคยา เป็นเจดีย์องค์ใหญ่ บนยอดเจดีย์ ซึ่งประดับด้วยฉัตรทองคำหนัก 400 บาท  เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุที่หลวงพ่อ อุตตมะอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา ที่หลวงพ่ออุตตามะให้สร้างจำลองขึ้น เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาติ กระดูกนิ้วหัวแม่มือขวาของพระพุทธเจ้าที่ขนาด เท่าเมล็ดข้าวสาร

พุทธคยา

หากมีเวลาเรายังสามารถเช่าเรือเพื่อไปชมเมืองบาดาล กลางเขื่อนเขาแหลม ซึ่งในอดีตเป็นวัดวังก์วิเวการามเดิมที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างขึ้น เมื่อ ปี พ.ศ. 2496 ต่อมาในปี 2527 มีการก่อสร้างเขื่อนเขาแหลมทำให้น้ำท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่ารวมทั้งวัดนี้ ด้วย หลวงพ่อจึงได้ย้ายมาสร้างวัดมาอยู่บน เนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมานาน นับสิบปี ใน ช่วงฤดูแล้งราวเดือนมีนาคม-พฤษภาคม น้ำจะลดจนตัวโบสถ์โผล่พ้นน้ำทั้งหมด สามารถนั่งเรือ และขึ้นไปเดินเที่ยวชมโบสถ์ได้ ท่านสามารถล่องเรือชมบรรยากาศสองริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งจะพบวิถีการดำเนินชีวิตของ ชาวมอญ และเห็น ยอดเจดีย์พุทธคยาระหว่างการล่องเรือ ในช่วงน้ำมาก น้ำจะท่วมสูงเกือบทั้งหมด เหลือเพียงยอดของโบสถ์เท่านั้นที่โผล่ให้เห็น 

บาดาล

ปิดท้ายอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ไกลจากตัวเมืองสังขละบุรีนักก็คือ ด่านเจดีย์สามองค์  เส้นทางเดินทัพพม่าที่สำคัญในอดีต  ซึ่งนอกเหนือจะมีเจดีย์สีขาว 3 องค์ให้สักการะแล้ว บริเวณใกล้เคียงกับเจดีย์ มีตลาดพญาตองซู แหล่งช้อปปิ้งสินค้าไทย - เมียนมา ราคาไม่แพง ซึ่งจะมีสินค้าจากฝั่งเมียนมานำมาขายมากมาย

 

ตองซู

สังขละบุรี เมืองต้องมนต์ที่ใครๆมาแล้วต้องหลงรัก ความเป็นอยู่เรียบง่ายของผู้คนที่นี่ วิถีชีวิต  สายน้ำขุนเขา ที่หล่อเลี้ยงผู้คนภาคตะวันตก  ลองมาสัมผัสดูแล้วคุณจะรัก สังขละบุรี....