การโดยสารรถไฟ ถือเป็นเสน่ห์ของการเดินทางอีกรูปแบบหนึ่ง สู่จังหวัดชายแดนตะวันตกแห่งนี้  แม้ใช้เวลาค่อนข้างนาน หากทิวทัศน์งดงามตลอดสองข้างทางรถไฟ ถือเป็นรางวัลตอบแทนอันแสนจะคุ้มค่า

ไม่เพียงผู้มาเยือนจะตื่นตากับพรรณไม้นานาชนิด  ทางรถไฟตั้งแต่สถานีชุมทางหนองปลาดุกไปจนถึงสถานีน้ำตก ยังเป็นเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ ที่คนทั่วโลกรู้จักดีในนาม  "ทางรถไฟสายมรณะ"  นักเดินทางสามารถเหยียบย่ำตามรอยทางที่เหล่าเชลยศึกเคยล่วงผ่านด้วยความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัสมาแล้ว

ทิวทัศน์ตลอดสองทางรถไฟ

รู้จักกับทางรถไฟสายมรณะ

พลันที่ญี่ปุ่นประกาศ "สงครามมหาเอเชียบูรพา" การบุกยึดประเทศแถบเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เริ่มต้น พม่าคือหนึ่งในดินแดนสมรภูมิ ที่ทัพอาทิตย์อุทัยใช้ผ่านไปตีอังกฤษที่อินเดีย เมื่อเส้นทางลำเลียงทางเรือผ่านช่องแคบมะละกาถูกโจมตีบ่อยครั้ง  กองทัพญี่ปุ่นจึงมีมติให้สร้างทางรถไฟเชื่อมไทยกับพม่า โดยเริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก จังหวัดราชบุรี สิ้นสุดที่สถานี ธันบูซายัตในประเทศพม่าระยะทางทั้งสิ้นสี่ร้อยกว่ากิโลเมตร ส่วนที่อยู่ในเขตไทย 303.95 กิโลเมตร

แรกเริ่มญี่ปุ่นตั้งใจใช้เครื่องมือก่อสร้างและยุทโธปกรณ์จากประเทศตัวเอง แต่เมื่อเรือลำเลียงโดนรบกวนบ่อยครั้ง  กอปรกับ "เบื้องบน" เร่งรัดให้รีบสร้างทางรถไฟสายนี้ให้เสร็จโดยเร็ว  บทสรุปสุดท้ายจึงลงเอยด้วยความโหดร้าย และการล้มตายของเหล่าเชลยศึก กับกรรมกรรับจ้างนับหมื่นนับแสน  ถึงขนาดมีคำเปรียบเทียบที่ว่า  "หนึ่งไม้หมอนเท่ากับหนึ่งชีวิต"

หลังสงครามสงบ  ทางการอังกฤษรื้อถอนทางรถไฟจากด่านเจดีย์เข้ามา ต่อมารัฐบาลไทยได้ขอซื้อทางรถไฟคืนจากประเทศสัมพันธมิตร ทำการปรับปรุงเส้นทางใหม่  เปิดใช้เส้นทาง หนองปลาดุก-กาญจนบุรีในช่วงแรก  จนพ.ศ. 2492 จึงขยายเส้นทางถึงสถานีน้ำตก อันเป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะในปัจจุบัน ส่วนเส้นทางที่หลงเหลืออื่นๆ ยังมีร่องรอยให้พบเห็นได้ที่  ช่องเขาขาด ด่านเจดีย์สามองค์ ค่ายไทรโยค

ขบวนรถไฟ ธนบุรี-น้ำตกมีวิ่งทุกวัน ออกเวลา 07.50น.วันเสาร์-อาทิตย์มีขบวนรถไฟพิเศษนำเที่ยว แต่ต้องขึ้นที่หัวลำโพง ลองสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ๑๖๙๐  

07.40 คือเวลาขบวนรถธรรมดา 257 เข้าเทียบชานชาลา  กว่าขบวนรถจะออกได้ก็เกือบแปดโมง ซึ่งอันนี้ชินเสียแล้ว เวลาเดินรถไฟช่างไม่แน่อนเสียจริงๆ

เมื่อขึ้นรถมาแล้วให้เลือกนั่งซ้ายมือของขบวน เพราะเจ้าถิ่นเมืองกาญจน์แนะนำมาว่า นั่งฝั่งนี้เห็นวิวสวยกว่าอีกด้าน

ราวเก้าโมง รถถึงนครปฐม ถ้าใครเริ่มหิว ที่นี่มีพ่อค้าแม่ค้านำของกินน้ำดื่มขึ้นมาเร่ขาย  ลองกินก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กห่อละสิบบาท รสชาติถือว่าพอใช้ได้  แต่พกเสบียงมาเองน่าจะดีกว่า

ออกจากนครปฐม ภาพทุ่งหญ้าทุ่งนาเขียวขจีทยอยอวดโฉมเป็นระยะ  เมื่อถึงสถานีบางตาล ตึกรามบ้านช่องไม่มีให้เห็นแล้ว  ท้องฟ้าสีฟ้า ทุ่งหญ้าสีเขียว ฝูงวัวยืนเล็มหญ้าสบายใจ บางตัวก็นอนเล่นรับลมเย็นที่พัดโชยมา  อ้อ ช่วงสถานีบางตาลมีทิวสนลู่รับลมให้เห็นทั้งสองฝั่งด้วย

คลองบางตาลถึงกาญจนบุรีเกือบสิบเอ็ดโมง พบทิวเขาแรก ณ ที่หยุดรถทุ่งทอง

ทิวเขาทุ่งทอง

ออกจากกาญจนบุรีมุ่งสู่สะพานข้ามแม่น้ำแคว จุดนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติขึ้นมากมาย ส่วนใหญ่ไปเที่ยวถ้ำกระแซ ตู้รถไฟที่เงียบสงบก็เริ่มจอแจครึกครื้นมีชิวิตชีวาขึ้นมา

 

 

"สะพานข้ามแม่น้ำแคว"

ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญจุดหนึ่ง  เริ่มต้นจากการสร้างสะพานไม้ลำเลียงอุปกรณ์ต่างๆข้ามไปก่อน โดยใช้วิธีตอกซุงลงแม่น้ำ ถ้าจำไม่ผิด น่าจะสร้างช่วงแม่น้ำแควแห้งพอดี จากนั้นจึงสร้างสะพานเหล็กตามหลัง ปัจจุบันแนวสะพานไม้เดิมอยู่ในพิพิธภัณฑ์สงครามโลก ใกล้ๆกับสะพานแควใหญ่ เจ้าของพิพิธภัณฑ์เล่าว่า ช่วงปี 2514 - 2515 ยังเห็นแนวสะพานไม้ได้ชัดเจนตลอด

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

ในที่สด  ก็มาถึงจุดสำคัญจุดหนึ่งของทางรถไฟมรณะ  นั่นคือสถานีถ้ำกระแซ เส้นทางนี้เป็นช่วงยากอีกช่วงหนึ่งของการก่อสร้าง ไหนจะด้านหนึ่งเป็นโตรกผาสูง ไหนจะด้านหนึ่งเป็นลำเเควน้อยเชี่ยวกราก ถ้านักท่องเที่ยวเลือกนั่งซ้ายมือสุดท้ายขบวน จะสามารถถ่ายภาพรถไฟแล่นเลียบไปตามโค้งหน้าผาได้เห็นทั้งขบวน ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินชมภายในถ้ำ  หรือเดินเล่นตามทางรถไฟ  แต่ข้อควรระวังในการเดินตามทางรถไฟ คือ ต้องเช็กเวลากับนายสถานีให้ดีๆ มิฉะนั้นเดินๆอยู่ อาจจ๊ะเอ๋กับหัวรถจักรเข้าได้ รวมทั้งรถจักรยานกับรถโยกที่อาจมีสวนมาเป็นระยะ สุดท้ายคือลิงจ๋อเจ้าถิ่น ถ้าอยากให้อาหารลิงอย่าให้กับมือ และอย่าเก็บอาหารใส่กระเป๋า เพราะถ้ามันกินไม่อิ่ม มันจะแย่งกระเป๋าคุณไปหาของกินเอง ถ้าคิดแย่งกลับอาจโดนมันขู่และสู้ ชนิดไม่เลิก

แม่น้ำแควน้อย ที่ถ้ำกระแซแม่น้ำแควน้อย ที่ถ้ำกระแซแม่น้ำแควน้อย ที่ถ้ำกระแซ

แม่น้ำแควน้อย ที่ถ้ำกระแซขบวนรถสุดทางที่สถานีน้ำตกประมาณบ่ายโมง แวะหาอาหารใส่ท้องก่อนเดินทางไปน้ำตกไทรโยคน้อย ที่นี่มีรถสองแถววิ่งบริการตลอดวัน หรือชอบสองล้อ มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็มีบริการเช่นกัน  แต่จะเลือกไปทานมื้อเที่ยงที่ตัวน้ำตก หรืออุทยานแห่งชาติไทรโยคก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

น้ำตกไทรโยคสวยงดงามเพียงใดนั้น  สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ได้ทรงประพันธ์เพลงเขมรไทรโยคไว้ บรรรยายถึงความงามของสายน้ำตกได้เป็นอย่างดี  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ห้าเอง ก็เสด็จประพาสชมน้ำตกถึงสองครั้ง แสดงถึงความพอพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง

ขบวนรถ257ถึงสถานีน้ำตก หยุดพักราว20นาทีก็ตีกลับกรุงเทพ รถไฟกลับกรุงเทพออกอีกครั้ง 05.20ของทุกวัน นอกจากนี้ยังมีรถไฟท้องถิ่นวิ่งระหว่างน้ำตก- กาญจนบุรีอีกด้วย สอบถามเวลาที่นายสถานีรถไฟน้ำตกอีกครั้งก่อนขึ้นขบวนรถ  เพราะอย่างที่บอกแต่แรก  รถไฟไทยถึงเก๊าะช่าง  ไม่ถึงเก๊าะช่าง จริงๆนะเออ