การแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องปกติในการทำงาน หากต้องการแยกความจริงที่เกิดขึ้นกับความคิดเห็นออกจากกันให้ชัดเจน ควรใช้สำนวนต่อไปนี้ในการเกริ่นนำ

credit: canva.com1)  In my opinion, ประโยคความคิดเห็น.

"In my opinion" เป็นส่วนขยายที่วางไว้หน้าประโยค ก่อนจะเข้าเรื่องที่ต้องการพูดถึง เป็นสำนวนที่ใช้กันบ่อยที่สุด และง่ายในการเข้าใจเพราะเจาะจงเจ้าของความคิดเห็นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนตัวคือ "my" แปลว่า "ของฉัน" หากต้องการสื่อสารว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของฉัน อาจจะใช้ "adverb" อื่น ๆ ก็ได้ เช่น "Personally",  "Subjectively" , "From my view", "From my point of view",  "From my viewpoint"

"Personally, it sounds impossible."  (ในความคิดเห็นส่วนตัวเรื่องนี้ไม่น่าเป็นไปได้)

"Subjectively, it seems complicated." (ในความคิดเห็นส่วนตัวเรื่องนี้ซับซ้อน)

Advertisement

Advertisement

"From my view, the project will be a huge success." (ในความคิดเห็นส่วนตัวโครงการนี้จะประสบความสำเร็จอย่างมาก)

"From my point of view, the problem should be inspected as soon as possible." (ในความคิดเห็นส่วนตัวปัญหาควรได้รับการตรวจสอบทันที)

"From my viewpoint, the situation of Covid-19 is getting worse."  (ในความคิดเห็นส่วนตัวสถานการณ์โควิดกำลังจะแย่ลง)

หากต้องการเปลี่ยนเจ้าของเป็นคำอื่นก็ได้ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอื่น ๆ เช่น his (ของเขาชาย), her (ของเขาหญิง), their (ของพวกเขา), your (ของคุณ), our (ของพวกเรารวมตัวผู้พูดไปด้วย) หากต้องการใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของต่อไปนี้ต้องมีการกล่าวถึงคนๆนั้นมาก่อน หรืออาจจะเจาะจงไปเลยโดยไม่ต้องอ้างอิงโดยใช้ 's แทน  เช่น  "John's opinion" เป็นความคิดเห็นของ "John"  เช่น

Advertisement

Advertisement

"John suggested some changes."  "In his opinion, the timeline should be altered." (ในความคิดเห็นของจอห์นควรปรับเปลี่ยนแผนงาน)

"The company and I see the possibility."   From our point of view, the project should be launched soon."  (ในความคิดเห็นของเราควรเริ่มโครงการเร็ว ๆ นี้)

"Employees are free to share ideas." From their view, all managers are open to adjustments.  (ในความคิดเห็นของพวกเขา ผู้จัดการทุกคนเปิดใจกับการปรับเปลี่ยนต่าง ๆ) เป็นต้น

credit: canva.com

2) I feel (that) ประโยคความคิดเห็น.  (that สามารถละได้)

การใช้คำกริยาที่เป็น "linking verb" เพื่อสื่อสารเป็นการแสดงความคิดเห็น การใช้ "feel" เป็นเรื่องความรู้สึกประธานจะต้องเป็นบุคคล สำนวนนี้สามารถใช้คำอื่น ๆ ที่ให้ความหมายเป็นบุคคลขึ้นเป็นประธานได้อีกนอกจาก "I"  ได้แก่ "You", "We", "He", "She", "They" แต่หากใช้คำเหล่านี้ซึ่งเป็นคำแทนคำนาม ต้องมีการกล่าวคำนามมาก่อน หรือใช้คำนามอื่น ๆ ก็ได้แต่ต้องหมายถึงบุคคลเนื่องจากกริยาให้ความหมายว่า "รู้สึก" เช่น

Advertisement

Advertisement

**ประธานเอกพจน์กริยาเติม s ในกรณีใช้เป็น present simple: verbช่องที่ 1***

"John offers help."  "He feels that he could create a timeline." (คิดว่าจะช่วยทำแผนงานได้)

"The company and I understand the situation." "We feel that changes are common." (คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา)

"Sara explains the situation."  "She feels that she can handle it." (คิดว่าจัดการไดั)

"All the managers assure employees with the right decision."   "They feel that they think it through." (คิดว่าได้ตัดสินใจรอบคอบแล้ว)

ถ้าไม่ต้องการอ้างอิงก็สามารถใช้ "ชื่อคน" หรือ "คำนาม" ที่ให้ความหมายถึงบุคคลแทนได้ 

"Mr. Barry feels that the new protocol will run smoothly."  (คิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ดี)

"The marketing manager feels that the sales assistant has done a fantastic job." (คิดว่าพนักงานขายทำผลงานได้ดีแล้ว)

นอกจาก "feel" แล้วยังมีคำอื่น ๆ อีก เช่น  "seem" หรือ "sound"  แต่ ประธานใช้ "it" แทน ซึ่งเป็นรูปแบบประโยคที่ใช้ความคิดเห็นทั่ว ๆ ไปที่จะขึ้นต้นด้วย "it" เพื่อไม่เจาะจงที่มาของความคิดเห็น

"It seems that ประโยคความคิดเห็น."

"It sounds that ประโยคความคิดเห็น." (ใช้กับการแสดงความคิดเห็นเมื่อได้ยินมา)

เช่น "It seems that everything is possible."  (ทุกอย่างน่าจะเป็นไปได้)

"It sounds that the situation is getting better." (ฟังดูเหมือนว่าสถานการณ์กำลังดีขึ้น)

credit: canva.com

3) "I suppose ประโยคความคิดเห็น."

"suppose" เป็นคำกริยาที่มีความหมายไม่ต่างจาก "think", "guess", "reckon" ที่แปลว่า "คิด" หรือจะใช้คำว่า "believe" แทนก็ให้ความหมายไม่ต่างกันในการแสดงความคิดเห็น

นอกจาก I แล้วเราก็สามารถใช้คำอื่นแทนได้เพื่อแสดงเจ้าของความคิดเห็น  เช่น You, We, He, She, They โดยอ้างอิงคำนามที่กล่าวไปแล้ว หรือใช้คำนามอื่นๆก็ได้แต่ต้องหมายถึงบุคคลเนื่องจากกริยาให้ความหมายว่า "คิด" เช่น

"I suppose the project will go according to our plan."  (คิดว่าโครงการจะเป็นไปตามแผน)

"He thinks the problem can be solved with a simple method."  (คิดว่าปัญหาน่าจะแก้ไขได้โดยวิธีง่าย ๆ)

"They reckon the situation must depend on the change in the stock market." (คิดว่าสถานการณ์นี้ต้องขึ้นอยู่กับเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้น)

"We believe our system will be reliable through the year." (คิดว่าระบบของเราจะไม่มีปัญหาอะไรตลอดทั้งปี)

credit: canva.com

4) I would say ประโยคความคิดเห็น.

"would" ที่ใช้ในประโยคนี้เพื่อแสดงความสุภาพในการแสดงความคิดเห็น การใช้กริยาคำว่า "say" เพียงอย่างเดียว จะเหมือนเป็นคำสั่ง โดยคำว่า "say" สามารถใช้คำอื่นแทนได้ เช่น "suggest" , "recommend" เป็นต้น

นอกจาก I แล้วเราก็สามารถใช้คำอื่นแทนได้ เพื่อแสดงเจ้าของความคิดเห็น  เช่น You, We, He, She, They โดยอ้างอิงคำนามที่กล่าวไปแล้ว หรือใช้คำนามอื่น ๆ ก็ได้ แต่ต้องหมายถึงบุคคลเนื่องจากกริยาให้ความหมายว่า "พูด" เช่น

"I would say the project should be postponed till next year."  (ฉันแนะนำว่าโครงการควรเลื่อนไปจนกระทั่งปีหน้า)

"He would suggest the machines are inspected before running again." (ฉันแนะนำว่าเครื่องจักรควรได้รับการตรวจสอบก่อนเดินเครื่องอีกครั้ง)

"They would recommend all of the employees consult the issues with their managers."  (ฉันแนะนำว่าเจ้าหน้าที่ควรปรึกษาผู้จัดการเรื่องปัญหาต่าง ๆ)

เมื่อแนะนำควรใช้  "future tense" หรือ "modal verb + verb รูป infinitive" สำหรับรูปกริยาเพื่อสื่อสารเนื้อหาความคิดเห็นว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น การแสดงความคิดสามารถใช้ "modal verb" เพื่อแสดงความมั่นใจในระดับที่ต่างกันและเป็นความสุภาพในการแสดงความคิดเห็นอีกด้วย รูป "modal verb" มีดังต่อไปนี้

  1. สิ่งที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นเกือบ 100% และมั่นใจมากว่าจะเกิดขึ้น "will+ verb รูป infinitive" หรือ "is/am/are going to + verb รูป infinitive"
  2. มีความเป็นไปได้หลาย ๆ แบบใช้  "can + verb รูป infinitive", "could + verb รูป infinitive", "would + verb รูป infinitive"
  3. ไม่แน่ใจเลยว่าจะเกิดขึ้น "might + verb รูป infinitive" หรือ "may + verb รูป infinitive"
  4. อยากให้เกิดขึ้นเหมือนเป็นคำแนะนำ สั่งหรือ ตักเตือน   "should + verb รูป infinitive" หรือ "must + verb รูป infinitive"

เช่น  "I suppose things will get better after the crisis."  (คิดว่าทุกอย่างจะดีขึ้นหลังจากวิกฤติ)

"In my opinion, this room and the furniture could go with blue."  (คิดว่าห้องและเฟอร์นิเจอร์น่าจะเป็นสีฟ้า)

"I think it may not provide me any use.  (คิดว่าไม่มีประโยชน์อะไร)

ครูด้วง

English Forward Unlimited