ในปัจจุบันเราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรามากขึ้น เริ่มต้นตั้งเเต่ตื่นนอนไปจนถึงเข้านอน อุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่อยู่ติดตัวเราตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ รวมถึงเทคโนโลยีเสมือนจริงหรือ Reality Technology อีกด้วย  

Reality Technology คืออะไร? ใครหลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า AR VR ใช่ค่ะ ทั้งสองชื่อนี้เป็นชนิดของ Reality Technology เเต่จริง ๆ เเล้วเทคโนโลยีเสมือนจริงไม่ได้มีเเค่ 2 ชนิดนี้ ยังมีอีกหลายตัวเลย เเต่วันนี้นักเขียนจะพามารู้จักเเละเปรียบเทียบความเเตกต่างของ Reality Technology ทั้งหมด 3 ชนิดด้วยกัน คือ VR,AR เเละ MR 
รูปVirtual Reality (VR) 

VR หากจะพูดง่าย ๆ มันคือ การสร้างโลกเสมือนจริง โดยการที่เราจะต้องมีอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี VR คือเเว่น VR ที่เราต่างคุ้นหน้าคุ้นตากันดี หรือเเม้เเต่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ VR เปรียบเสมือนการจำลองตัวเองให้อยู่ในโลกอีกโลกหนึ่ง โดยที่เราจะไม่รับรู้โลกของความจริงเลย เราจะรับรู้เเค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเราเท่านั้น ถ้าหากว่าใครเคยได้ลองสวมใส่เเว่น VR เล่นเกม เราจะรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมีเเค่เรากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า นั่นก็คือเกมที่เราได้เล่น สิ่งที่เราเห็นก็จะเป็นโลกของเกม (ในกรณีนี้จะเเตกต่างกันไปตามสิ่งที่เราได้ทดลองใช้) 

Advertisement

Advertisement

Vr

นอกจาก VR จะนิยมนำมาใช้กับการเล่นเกมเเล้ว VR ยังถูกนำมาใช้ทางการตลาดอีกด้วย โดย Innisfree เเบรนด์เครื่องสำอางเเบรนด์ดังของเกาหลี ที่ได้สร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่ถูกอกถูกใจสาว ๆ  นั่นคือการทำเทคโนโลยี VR มาใช้ในวันเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ให้สาว ๆ ได้ออกเดทกับ อี มิน-โฮ พระเอกสุดฮอตของเกาหลี ผ่านเทคโนโลยี VR นี้นั่นเอง โดยทางเเบรนด์ได้มีการจำลองฉากเป็นทุ่งดอกไม้เเสนสวย ในโลกเสมือนจริงก็จะมีพระเอกสุดหล่อของเรา หรืออี มิน-โฮ อยู่ในนั้นด้วย การนำกลยุทธ์นี้เข้ามาใช้กับเเบรนด์นอกจากทางเเบรนด์จะรู้จัก insight ของลูกค้าเเล้ว ยังเป็นการสร้างยอดขายเเละสร้างความเเตกต่างกับเเบรนด์คู่เเข่งได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

Advertisement

Advertisement

หากใครสนใจที่จะดูโฆษณาของทาง innisfree ที่เปิดตัว VR การเดทกับอี มิน-โฮ สามารถรับชมที่ลิงก์นี้ได้เลยค่ะ YouTube

 

Augmented Reality (AR) หรือการเเต่งเติมความจริง  ความจริงในที่นี้คือชีวิตจริงของเรา สิ่งที่ตาเราเห็นเราจะสามารถมองเห็นผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ AR ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ ด้วยความที่เราจำเป็นต้องใช้สิ่งที่มองเห็นได้เหมือนตาเรา อุปกรณ์ที่นิยมใช้กันอย่างมากสำหรับเทคโนโลยี AR นั่นก็คือกล้อง ไม่ว่าจะเป็นกล้องมือถือ กล้อง tablet ก็สามารถใช้เทคโนโลยี AR นี้ได้ทั้งหมดเพราะในปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านั้นก็ต่างรองรับเทคโนโลยีนี้เเล้วทั้งนั้น เเต่นอกเหนือจากกล้องที่จะนิยมใช้กันเเล้ว ยังมีอุปกรณ์ที่สามารถรองรับเทคโนโลยี AR ด้วยนั่นก็คือเเว่น AR นั่นเองค่ะ โดย AR นอกจากจะสามารถใช้เล่นเกมได้เเล้วยังนิยมทางการเเพทย์อีกด้วย โดยเเว่น AR สามารถนำไป X-ray ร่างกายคนไข้ ตรวจดูอวัยวะภายในร่างกายโดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่าร่างกายเลยค่ะ 

Advertisement

Advertisement

รูป

 จากที่เรารู้จัก AR มาข้างต้น ดูเหมือนเทคโนโลยี AR จะห่างไกลกับตัวเราใช่ไหมคะ เเต่จริง ๆ เเล้วไม่เลยค่ะ AR ใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะอย่างที่บอกว่า AR คือการนำโลกเเห่งความจริงมาตกเเต่งเพิ่มเติม ซึ่งนั่นก็รวมถึงเเอปพลิเคชันถ่ายรูปที่เรานิยมใช้กันอีกด้วย ในรูปภาพที่นักเขียนนำมาประกอบจะเป็นฟิลเตอร์หนึ่งในเเอปพลิเคชันเเต่งรูป SNOW ค่ะ อีกทั้งในตอนนี้ Google เองก็มีฟีเจอร์สำหรับดูภาพสัตว์สามมิติบนเว็บไซต์ด้วยนะคะ ขั้นตอนการทำก็ง่าย ๆ เพียงเเค่พิมพ์ชื่อสัตว์เข้าไปในหน้าค้นหา เลื่อนลงมาก็จะเจอหน้าสำหรับดูภาพสัตว์เเบบ 3D ได้นั่นเองค่ะ เเละนอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งที่เราน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีนั่นก็คือ การทำเทคโนโลยีของ AR ไปใช้ในเกม Pokemon GO นั่นเอง เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักเกมนี้เเน่นอน เพราะยอดดาวน์โหลดของเกมโปเกม่อนนั้นถล่มทลายทั่วโลกเลยค่ะ ในส่วนนี้ AR จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลายทางเลยไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความบันเทิงเเละการศึกษาอีกด้วย

 

Mixed Reality (MR)  เทคโนโลยีนี้เป็นการต่อยอดของ VR เเละ AR เข้าด้วยกัน เป็นการผสมกับความจริงหรือการนำอะไรก็เเล้วเเต่มาอยู่ร่วมกับในโลกของความเป็นจริง ซึ่งในมันอาจจะฟังดูคล้าย ๆ กับ AR ที่นักเขียนได้เล่าไป เเต่มันจะมีจุดที่เเตกต่างกันตรงที่ที่ว่า MR เราจะมีส่วนร่วมกับกับสภาพเเวดล้อมมากกว่า อีกทั้ง MR จะเป็นอ้างอิงตำเเหน่งในโลกของความจริงเท่านั้น พูดง่าย ๆ หากเราเห็นวัตถุบางอย่างที่ถูกเเต่งเติมเข้ามาในโลกของ MR เจ้าวัตถุนั้นจะไม่เคลื่อนที่ไปตามกล้อง จะอยู่ที่เดิม ซึ่งสิ่งนี้จึงนิยมนำมาใช้กับเเอปพลิเคชันสำหรับทดลองจัดวางเฟอร์นิเจอร์ เเบรนด์ที่นักเขียนเห็นว่ามีการนำเทคโนโลยีนี้เข้าใช้ได้เเก่ IKEA ซึ่ง IKEA จะมีเเอปพลิเคชันที่ชื่อว่า  IKEA Place คือเเอปที่เอาไว้สำหรับให้ลูกค้าที่ต้องการอยากจะรู้ว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนเหมาะกับบ้านของเรา เฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนมีขนาดพอดีกับพื้นที่ของเรา เนื่องจาก MR เป็นเทคโนโลยีที่นำสิ่งต่าง ๆ มาอยู่ร่วมกับโลกเสมือนจึงทำให้ MR มีประสิทธิภาพมากพอที่จะสามารถกะขนาดของความเป็นจริงได้ ทำให้งานนี้ IKEA ได้ใจลูกค้าไปเต็ม ๆ เลยค่ะ 

รูป

 

สรุปความเเตกต่างของ VR,AR เเละ MR 

VR เทคโนโลยีการสร้างโลกเสมือนจริง เราจะถูกจำลองให้เข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่งผ่านอุปกรณ์นั่นก็คือเเว่นตา VR จะไม่มีการตอบสนองในโลกของความเป็นจริง นิยมใช้ในการเล่นเกมเป็นส่วนใหญ่ เเต่ก็ยังมีใช้ในส่วนของการทำงานเเละการศึกษาด้วย

AR การเเต่งเติมโลกความจริง มีการเพิ่มบางสิ่งบางอย่างเข้ามาในโลกความจริง เราจะสามารถมองเห็นสิ่งที่เราเห็นได้จากตาเราผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ AR นั่นคือกล้องนั่นเอง นิยมใช้ในเรื่องของการดูสิ่งของ สัตว์ต่าง ๆ ในมุมอง 3D เเละทางการเเพทย์

MR เทคโนโลยีการผสมผสานระหว่าง VR เเละ AR เป็นการผสมความจริงกับอะไรบางอย่างเข้ามาในโลกของความจริง เเตกต่างกับ AR ตรงที่เราจะสามารถตอบสนองเเละมีส่วนร่วมในโลกของ MR มากกว่า นิยมใช้ในการเเอปพลิเคชันของการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ การเปลี่ยนสีกำเเพงบ้าน

สุดท้ายนี้เเม้ว่าเทคโนโลยีจะถูกพัฒนาไปไกลเเค่ไหน หากใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิดก็จะไม่ทำให้เกิดประเกิดประโยชน์ได้นะคะ ดังนั้นเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการใช้การเเละความต้องการของตัวเอง เทคโนโลยีจึงจะสามารถเข้าช่วยสร้างประโยชน์ให้เเก่ชีวิตเราได้ดีมากขึ้นค่ะ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์เเก่เพื่อน ๆ นักอ่านนะคะ :)

 

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบ  

หน้าปก Pixabay1 / Pixabay2 / Pixabay3

รูปภาพประกอบที่ 1 / รูปภาพประกอบที่2 / รูปภาพประกอบที่3 โดยนักเขียน /รูปภาพประกอบที่4