ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสพิเศษของทั้งผมและแฟน เราได้ปรึกษากันว่าเราควรหา ‘มื้อพิเศษ’ มาทานฉลองกันสักหน่อย หลังจากลองเสิร์ชหาร้านอาหารที่น่าสนใจและบรรยากาศดี ๆ ในกรุงเทพมหานคร ก็มีสิ่งหนึ่งที่มาเตะตาของเราทั้งสองคน นั่นก็คือ ‘บุฟเฟ่ต์บนตึกใบหยก สกาย ทาวเวอร์ชั้นที่ 78’ นั่นเองครับ

ใบหยก **หมายเหตุ ภาพทุกภาพในบทความนี้ถูกถ่ายโดยเจ้าของบทความ (Callmepetchy)

การเดินทาง ตอนนี้การเดินทางไปยังตึกใบหยกมีความสะดวกขึ้นมากครับ เนื่องจากสามารถนั่งรถไฟฟ้า Airport Rail Link มาลงที่สถานี ‘ราชปรารภ’ จากนั้นก็เดินเท้าอีกประมาณ 500 เมตร ข้ามสะพานลอย ก็จะเห็นตัวตึกตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ใหบยก

 เรารีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในตัวตึกและกดลิฟต์ไปที่ชั้น 18 เพื่อแลกตั๋วทานอาหาร โดย ณ จุดนี้ให้เราแจ้งหมายเลข Booking หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่เคยจองเอาไว้

Advertisement

Advertisement

ตั๋ว

สำหรับการสำรองที่นั่งทานอาหารบุฟเฟ่ต์สามารถทำได้โดยการโทรศัพท์เข้ามาจองได้ที่เบอร์ 02-6563939 ราคาอาหารเริ่มต้นที่ 520 บาท รวมเครื่องดื่ม (อาหารกลางวัน 11.00-15.00 น.) และ 640 บาท รวมเครื่องดื่ม (อาหารเย็น 17.00-21.30 น.) มีเวลาทานรอบละ 1 ชั่วโมง 30 นาที

ตึกสิทธิพิเศษอีกอย่างหนึ่งของผู้ที่มาทานอาหารก็คือ ‘การขึ้นจุดชมวิวหมุนได้ 360 องศา ที่ชั้น 84’ แบบฟรี ๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ค่อนข้างน่าเสียดายที่ทิวทัศน์และวิสัยทัศน์ในวันนั้นของกรุงเทพมหานครถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควัน เรียกได้ว่าแทบมองอะไรไม่เห็นเลยล่ะครับ

วิวตึส่วนวิวกลางคืนก็สวยงามไม่ใช่ย่อย

กลางคืนรอบที่เราจองไว้คือรอบ 17.00-18.30 น. ครับ เมื่อไปถึงจุดทานอาหารก็แสดงตั๋วให้พนักงานดู เสร็จแล้วพนักงานจะเดินนำไปที่โต๊ะ เมื่อได้โต๊ะแล้วก็สามารถลงมือตักอาหารได้ทันที ถึงตอนนี้ บอกได้เลยว่าตาลายไปหมดเพราะอาหารมีมากมายละลานตามาก ๆ

Advertisement

Advertisement

โโตต๊ะโต๊ะและแน่นอนว่า นี่คือโซนที่ผมและแฟนใช้ปักหลักกันครับ ‘โซนซูชิและปลาดิบ’ ในโซนนี้จะมีพ่อครัวคอยแล่เนื้อปลาแซลม่อนและทำซูชิกันสด ๆ อยู่ตลอดเวลา หากใครทานหมดสามารถขอเพิ่มได้ตลอดไม่ต้องเกรงใจ คุณภาพของเนื้อปลาถือว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้ อาจไม่ใช้แซลม่อนระดับ SSS แต่ก็ถือว่าอร่อยจนหยุดไม่ได้ครับ ฮ่า ๆ

ซซูชิหลังจากจัดการเหล่าซาชิมิบนโต๊ะจนเกลี้ยง ก็ถึงเวลาของการเดินลาดตระเวนเพื่อหาของกินประเภทอื่นยัดลงท้อง ตามไปดูพร้อม ๆ กันเลยครับ

ขนมไม่ไกลจากโซนซูชิเเละปลาดิบมากนัก เป็นที่ตั้งของโซนขนมหวานครับ ซึ่งขนมหวานทั้งหมดถูกจัดวางไว้เเบบพอดีคำ ทำให้สามารถหยิบทานได้หลากหลายโดยที่ยังไม่อิ่มจนเกินไป

เค้กมีขนมหวานเเล้วจะขาดสิ่งนี้ไปไม่ได้ครับ เพราะนี่คือโซน 'เค้ก' แค่ได้เห็นภาพเค้กก้อนขนาด 1 คำวางเรียงรายรอให้ผู้คนเข้าไปลิ้มลองก็ฟินเเล้วล่ะครับ โดยโซนนี้จะค่อนข้างป๊อปปูล่ามากในหมู่สาว ๆ 

Advertisement

Advertisement

อาหารโซนนี้จะเป็นโซน Live Cooking ครับ ก็คือลูกค้าสามารถเดินมาเลือกเมนูตามที่จัดเเสดงอยู่ เเล้วเหล่าพ่อครัวเเม่ครัวก็จะปรุงอาหารให้กันเเบบสด ๆ ไปเลยครับ อาหารในโซนนี้ก็จะเป็นพวก ก๋วยเตี๋ยว ผัดไท ไข่ตุ๋น เป็นต้น

เนื้อนี่คืออีกโซนที่ผมชอบครับ เป็นโซนเนื้อย่าง โดยพ่อครัวจะนำเนื้อย่างชิ้นเบ้อเริ่มลงมาตั้งไว้กลางเขียง และจะโชว์การเเล่เนื้อด้วยมีดคมกริบเเละตักเเบ่งใส่จานให้กับลูกค้าอย่างรวดเร็ว (น้ำจิ้มเเซ่บมากครับ)

ซีฟู๊ดและที่ขาดไม่ได้ครับ 'โซนซีฟู๊ด' ที่มีทั้งกุ้ง หอยแมลงภู่นิวซีเเลนด์และปู โดยลูกค้าสามารถออเดอร์ให้พ่อครัวนึ่งหรือรมควันก็ได้ครับ ที่สำคัญคือสั่งได้ไม่อั้นเลย !

oheแว่บมาดูฝั่งเครื่องดื่มกันบ้างครับ ที่เด่น ๆ เลยก็มีชาเย็น น้ำส้ม น้ำแอปเปิ้ลแและน้ำอัดลมต่าง ๆ หากเดินไปตรงกลาง ๆ จะพบกับตู้กดไอติมด้วยนะ เด็ก ๆ ดูจะชื่นชอบกันมาก 

อาหารเดินไปเดินมา รู้ตัวอีกทีอาหารก็เต็มโต๊ะเเล้วล่ะครับ

วิว

สรุป บุฟเฟ่ต์อาหารบนตึกใบหยก สกาย ชั้น 18 ผมขออนุญาตให้ 8/10 คะแนนครับ หักนิดหน่อยเรื่องคุณภาพลความสดของอาหารบางชนิด แต่จุดเด่นของที่นี่ก็คือความหลากหลายของอาหารครับ ที่สำคัญคือราคาจับต้องได้ ควรมาลิ้มลองสักครั้งในชีวิต (จริง ๆ แค่วิวบนนี้ก็คุ้มค่าแล้วครับ)

ก็จบกันไปแล้วนะครับสำหรับบทความนี้ หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อย สำหรับวันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไป สวัสดีครับ :)