คัดลอกลิงค์

บันเทิง

The Big Short : ตลกร้ายของทุนนิยมอเมริกา (รีวิวหนัง)

Tarat H.
Tarat H.
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก Tarat H.
แจ้งตรวจสอบ
The Big Short : ตลกร้ายของทุนนิยมอเมริกา (รีวิวหนัง)

The Big Short (2016)

**หมายเหตุ: รีวิวนี้อ้างอิงจากพื้นฐานสติปัญญาและความอ่อนเลขของผู้รีวิวนะจ๊ะ

The Big Short สร้างมาจากเรื่องจริงของวิกฤติการณ์ทางการเงินของอเมริกาในช่วงปี 2007-2008 หรือภาษาบ้าน ๆ ที่เรารู้จักกันดีคือ Hamburger Crisis (วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์) ที่ทำให้เศรษฐกิจพังครืนไปทั่วโลก

(เข้าใจคร่าว ๆ ว่าวิกฤติการณ์แฮมเบอร์เกอร์คือ การที่ธนาคารปล่อยให้กู้บ้านง่ายมาก ๆ ง่ายเวอร์ ๆ จนไม่ได้ตรวจสอบว่าผู้ซื้อมีกำลังทรัพย์พอมั้ย เมื่อจ่ายไม่ได้ก็เป็นหนี้ และเกิดหนี้สูญ หมายถึงหนี้ที่ไม่ได้รับการชำระ พอทบกันมาก ๆ เข้าก็ บูม! เศรษฐกิจด้านอื่น ๆ รวนไปหมด ทั้งตกงาน ไม่มีที่อยู่ และบางคนฆ่าตัวตาย)

หนังจะดำเนินเรื่องอยู่ในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์แฮมเบอร์เกอร์ขึ้น โดยเล่าผ่านกลุ่มคน 4 กลุ่มนั่นคือ

Advertisement

Advertisement

1. ดร.ไมเคิล เบอร์รี่ (คริสเตียน เบลล์) ผู้บริหารกองทุนโคตรอัจฉริยะ คิดอะไรแม่นยำ มีตรรกะ แต่มนุษยสัมพันธ์แย่ เข้าสังคมไม่ได้

ดร.ไมเคิล เบอร์รี่ (คริสเตียน เบลล์) 2. มาร์ค บาม (สตีฟ คาร์เรล) ผู้จัดการกองทุนหัวร้อน สายดาร์ค อยากทำอะไรก็ทำ พูดอะไรก็พูด แต่ในขณะเดียวกันก็มีปมในใจ

มาร์ค บาม (สตีฟ คาร์เรล) 3. จาเร็ต เวนเน็ตต์ (ไรอัน กลอสลิ่ง) เทรดเดอร์ชอบเสี่ยง ที่สนใจเรื่องที่ ดร.ไมเคิล ซื้อชอร์ตเข้า

จาเร็ต เวนเน็ตต์ (ไรอัน กลอสลิ่ง) 4. เบน ริกเก็ต (แบรด พิตต์) นายธนาคารที่วางมือจากวงการ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสงบ แต่กลับมาทำงานอีกครั้งเพราะเห็นแก่ ชาร์ลี และเจมี่ เพื่อนบ้านคู่หูนักลงทุนมือใหม่

 เบน ริกเก็ต (แบรด พิตต์) ในขณะที่ผู้คนในวงการการเงินอเมริกากำลังหลงระเริงกับค่าคอมมิชชั่น และอัตราการซื้อที่สูงขึ้น คนทั้ง 4 กลุ่มนี้แหละ ที่เริ่มเอะใจว่ามันมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล เลยลงมือสืบหาคำตอบ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกันแน่

Advertisement

Advertisement

ถึงจะเป็น Drama-Comedy แต่ว่า The Big Short ก็เป็นหนังเศรษศาสตร์-การเงิน เพราะฉะนั้น ภาษาที่ใช้ ถามว่ายากมั้ย? ไม่ค่อย แต่ถ้าถามว่างงมั้ย งงมาก แต่ถึงแม้ว่าจะงงมาก ศัพท์บางคำที่โผล่ในหนังบ่อย ๆ เขาก็เลือกนำเสนอได้ค่อนข้างดีและยียวนกวนประสาทไม่น้อย ไม่ว่าจะเอาดาราดังมาอธิบาย เปรียบเทียบเรื่องการเงินกับอาหาร ทำให้เราพอเข้าใจขึ้นมาพอสมควรเลยทีเดียว

จังหวะการเล่าเรื่องของหนัง ถือว่าถูกใจมากสำหรับเรา หนังเข้าใจยาก แต่ไม่ได้เดินเรื่องน่าเบื่อ ถึงหนังจะมีความยาวสองชั่วโมงนิด ๆ แต่ก็ไม่ได้เวิ่นเว้ออะไรมากมาย เรากลับคิดว่าถ้าสั้นกว่านี้คงอธิบายสาระต่าง ๆ ไม่ครบซะอีก

ฉากเจรจาในเรื่องเพลงในเรื่องก็เป็นอีกอย่างที่ชอบ ชอบการเอา MV เพลงมาใส่ในฉากหนังซะดื้อ ๆ แต่แปลกที่มันเข้ากับเรื่องได้อย่างไม่น่าเชื่อ อันนี้ชอบส่วนตัวจริง ๆ และที่ชอบที่สุดคือ ถึงแม้จะเป็นหนังการเงิน ที่มีนักลงทุน นายธนาคารแก่ ๆ เต็มไปหมด แต่หนังเรื่องนี้มันกว่าที่คิดนะ ขนคำสบถมาเยอะมาก ลบภาพความสุภาพ สุขุมนุ่มลึกอะไรงี้ไปเยอะเลย

Advertisement

Advertisement

ถ้าจะดูให้สนุก ลองหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับพวกวิกฤติสินเชื่อ ซับไพร์ม กองทุนรวม พันธบัตร ก่อนดู น่าจะทำให้ดูสนุกมากขึ้น เพราะเราดูจบแบบมัน ๆ ปนงง ๆ พอจบเลยต้องมาหาข้อมูลเพิ่มเยอะมาก กว่าจะเข้าใจ

ขอบคุณภาพจาก : imdb

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด