กลางคืนของกรุงเทพมหานครมีหลายสิ่งที่ผู้คน ทำงานตอนกลางวันหลับตอนกลางคืนไม่เคยเข้าใจ แสงสีที่ร้อนแรง ดนตรีที่เร้าใจ แต่กลับนำพาผู้คนที่เต็มไปด้วยความเหงามารวมกัน แสงสีแดงออกส้มดังภาพยนตร์ของหว่องกาไว ผู้กำกับชาวฮ่องกง ที่สื่อถึงความโดดเดี่ยวในความวุ่นวายของหมู่ผู้ฅนที่รวมตัวกันในเมืองแห่งความเหลื่อมล้ำ ทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นมหากาพย์ความหว่องที่เต็มไปด้วยความเหงาที่จัดจ้าน และความหิวจากความฝันที่ถูกลากไปไกลจากจุดนัดหมาย

บรรยากาศแบบความหว่องผมได้มีโอกาสมาชมนิทรรศการภาพถ่ายในสถานบริการในยามค่ำคืนของมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ โดยช่างภาพ จิตรภณ ไข่คำ ในประเด็น “Sex Work is Our Work”  หรือ งานบริการคืองานของเรา ภาพสีที่เต็มไปด้วยโทนสีแดงส้มอันร้อนแรงแบบความเป็นหว่อง รอยยิ้มที่มาจากส่วนใบหน้าของผู้ฅนที่มาจากการทำเพื่อการงาน ความเป็นจริงที่สะท้อนภาพของผู้ฅนที่ลืมตาในยามค่ำ หลายภาพทำให้ผมมองเห็นถึงวัยหนุ่มที่นึกอยากสนุกไปกับแสงสี และต้องการมีเพื่อนสาวพูดคุยให้ความสนุกในคืนๆ หนึ่ง แต่ผมในวัยสี่สิบต้นๆ นี้เห็นถึงความเหงา ความโดดเดี่ยวในกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ความเมาอาจจะทำให้ผู้คนหลอกลวงมันได้ไม่ยากนะ แต่เมื่อเข้าสู่โลกแห่งความจริง มันก็ได้สะท้อนเงาของความสับสนต่อสิ่งที่ทำอยู่ การทรยศต่อความฝันเป็นเรื่องที่กลายเป็นความคุ้นชิน

Advertisement

Advertisement


กิจกรรมโพสต์-อิทหลายปีก่อนจากการได้ร่วมกิจกรรมของมูลนิธิที่ทำงานด้านสุขภาวะทางเพศของเยาวชน และได้รู้จักกลุ่มคนทำงานบริการที่ร้านคาราโอเกะย่านถนนพระราม ๒ การได้พูดคุยกันทำให้ผมได้เรียนรู้ถึงความเป็นตัวตนของพวกเธอที่ต้องซ่อนความเหงา ความทุกข์ ความผิดหวังเอาไว้จากงานสนับสนุนความสนุกของพวกเธอ หลายคนพลาดโอกาสได้เรียนหนังสือ ต้องจากครอบครัว แต่บางฅนก็ได้โอกาสหาเงินส่งน้อง ลูกหลาน ได้เรียนหนังสือสร้างโอกาสให้กับคนที่พวกเธอรัก การทำงานบนสิ่งที่ไม่แน่นอนอย่างเช่น อารมณ์ของคนเช่นนี้ ทำให้พวกเธอต้องระมัดระวังตัวเอง และเตือนตนเสมอถึงสิ่งที่พวกเธอต้องแลกมันกับสิ่งที่คุ้มค่าพอกับสิ่งที่เสียไปนั่นเอง 

Advertisement

Advertisement

บรรยากาศในงานนิทรรศการสำหรับผมมองว่า การได้พบผู้คนที่หลากหลายของพนักงานบริการทำให้พวกเขาเข้าใจความเหงาได้มากกว่าใครๆ ภาพสะท้อนความโดดเดี่ยวท่ามกลางแสงสี และกิจกรรมสนุกสนานเป็นดังเงาติดตามตัวตนของช่วงเวลา แดดกลางคืนที่ร้อนเกินกว่ามโนสำนึกจะต้านทาน สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เหนือกว่าการบรรยายจากนิยามของคำว่า “ศีลธรรม” แต่แน่นอนความเหงาที่ซ่อนอยู่ทำให้ภาพนั้นเป็นดังช่วงเวลาที่ขาดหายไปของความฝันที่ผ่าฝนแห่งความผิดหวัง และกำลังก่อร่างสร้างต่อในเส้นเวลาอีกคู่ขนานหนึ่ง....

Advertisement

Advertisement

บรรยากาศผู้ชมงานถ้าใครได้ผ่านไปอยากให้ลองไปมองภาพแห่งความเหงาวามโดดเดี่ยวในเวลาคู่ขนานแห่งความฝันในนิทรรศการภาพถ่ายนี้ ที่จะมีจนถึงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายนนี้ ที่ชั้น ๑ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BAAC) นิทรรศการเล็กๆ ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสถึงความหว่องแบบกรุงเทพฯ เมืองแห่งเทวดาของฅนล่าฝัน