1เรียกได้ว่าปัจจุบันกระแสการเรียน บริหารการศึกษาได้เป็นที่แพร่หลายมาหลายปีแล้ว เพราะสามารถนำไปสอบเป็นผู้บริหารสถานศึกษา หรือศึกษานิเทศก์หรือประกอบอาชีพทางการศึกษาอื่น ๆ ได้ และขึ้นชื่อว่าเป็นสาขายอดฮิต ในการเรียนปริญญาโท ของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากยอดผู้สมัคร ในแต่ละปีเยอะมาก เกิน 100 ทุกปี ทั้งนี้ที่นี่ก็มีทั้งหลักสูตรนอกเวลาราชการและหลักสูตรในเวลาราชการ มีหลักสูตรเฉพาะภาษาไทย ยังไม่มีหลักสูตรนานาชาติจ๊ะ

ชื่อเต็มของสาขา : สาขา บริหารการศึกษา (Educational Administration)
 ป.โท จะได้วุฒิเป็น ครุศาสตรมหาบัณฑิต (ค.ม.) ส่วนหลักสูตรปริญญาเอก จะเป็น ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ค.ด.) โดยทั้งคู่เป็นหลักสูตรแบบ ปริญญาเดียว ไม่ใช่หลักสูตรร่วม  หรือเป็นหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปริญญา4

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร : เพื่อผลิตบัณฑิตสาขาวิชาบริหารการศึกษา สนองความต้องการกำลังคนระดับสูง ด้านบริหารการศึกษา และเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพบริหารการศึกษา และสนับสนุนการพัฒนาระบบบริหารการศึกษาของไทยบนพื้นฐานการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

Advertisement

อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา

  1. ผู้บริหารสถานศึกษา
  2. ผู้บริหารการศึกษา
  3. นักวิชาการ หรือนักการศึกษา ด้านการบริหารการศึกษา
  4. นักวิจัยด้านบริหารการศึกษา
  5. นักวิชาการอิสระ
  6. นักการศึกษาหรือผู้สอนในสาขาวิชาการบริหารการศึกษา

3

- การรับสมัคร : ก็จะมีรับสมัครเฉพาะภาคการศึกษาต้น โดยสามารถติดตามเกณฑ์การรับสมัครได้ที่ edu.chula

- คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา : รุ่นที่ผู้เขียนเรียนได้มีการเอาคะแนนสอบ Cu-Tep 450 คะแนน ในระดับปริญญาโท ส่วนภาษาอังกฤษใครที่ได้น้อยกว่านี้ เช่น 350-449 จะมีให้ลงเรียนภาษาอังกฤษในระหว่างเรียนอีกด้วย แต่ก็ขึ้นอยู่เป็นรายปี ๆ ไปว่าจะมีข้อกำหนดเอาคะแนนภาษาอังกฤษในการสอบเข้าเท่าไหร่ ซึ่งการสอบเข้าก็มีการสัมภาษณ์ เข้าเรียนอีกก็จะถาม พื้นฐานทั่วไป ประสบการณ์ที่ผ่านมาและบางคนก็เจอคำถามแนววิชาการให้ตอบแนววิชาการอีกด้วย

Advertisement

Advertisement

  1. แผน ก แบบ ก1 เน้นวิจัยโดยมีการทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว แผนนี้จะแน้นคนที่มีประสบการณ์ด้านการศึกษามาแล้ว
  2. แผน ก แบบ ก 2 เน้นการวิจัยโดยมีการำวิทยานิพนธ์และมีการเรียนการสอน
  3. แผน ข เน้นการวิจัยโดยมีการทำสารนิพนธ์และมีการเรียนการสอน

4

- อัตราค่าเล่าเรียน : ในปัจจุบันอาจจะขึ้นเล็กน้อย ซึ่งผู้เขียนได้ศึกษาระดับปริญญาโท จึงขอรีวิว แบบปริญญาโท เป็นหลักนะ โดยในปีที่ผู้เรียนเรียน (เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว) ราคาในเวลาราชการ 23,000 บาท และ นอกเวลา 43,000 บาท สำหรับระดับปริญญาโท

Advertisement

Advertisement

- แผนการเรียน :

  • ภาค ก อันนี้ก็คือทำวิทยานิพนธ์ วิจัยที่มีกลุ่มตัวอย่างกว้างกว่าและเข้มข้นกว่าภาค ข และต้องเผยแพร่ในระดับนานาชาติด้วย มีการพรีเซนต์นำเสนอจัดสัมมนา มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกมหาลัยเข้ามาฟังและประเมิน
  • ส่วนภาค ข. ก็คือ สารนิพนธ์ กลุ่มตัวอย่างอาจจะเล็กกว่า ภาค ก. ได้ 
  • ทั้งแบบภาค ก และ ข ต้องนำวิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์ ตีพิมพ์ลงในระบบ Ojed ซึ่งก็คือ วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา (OJED) ของคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานวิชาการ

24

- จำนวนหน่วยกิตที่เรียนตลอดหลักสูตร :  42 หน่วยกิต  (ป.โท)
แผน ก แบบ ก 2   จำนวน 42 หน่วยกิต แบบ ก แผน 2 คือ (เน้นการวิจัยโดยมีการทำวิทยานิพนธ์และมีการเรียนการสอน) 
ส่วนแบบ ก แผน 1 คือ (เน้นวิจัยโดยมีการทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว)
แผน ข จำนวน 42 หน่วยกิต โดย ระดับบัณฑิตศึกษา ภาคการศึกษาปกติ ลงได้ไม่เกิน 15 หน่วยกิต  ภาคฤดูร้อน ไม่เกิน 6 หน่วยกิต

- การรับรองของคุรุสภา : แน่นอนว่าที่นี่เป็นสถาบันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานหลักสูตรและมาตรฐานการผลิต จากครุสภา เพราะฉะนั้นการเรียนเข้มข้น และมั่นใจในคุณภาพแน่นอน

พิกัดแผนที่คณะ : google maps4

  • การเข้าเรียนปี 1 : ต้องขอบอกก่อนว่า การเข้าเรียนปี 1 ก็มีธรรมเนียมการเข้าเรียนเหมือนของปริญญาตรีเลย คือมีการไปรับน้องต่างจังหวัด และที่พิเศษอีกคือมีพิธีสวมเบลเซอร์ โดยพี่รหัส มีพิธีไหว้ครู มีการไปปฐมนิเทศ สัมมนาต่าง ๆ เยอะมาก

11คือหลักสูตรนี้จะเรียนแค่ 2 ปีเพราะฉะนั้นกิจกรรมเพื่อพัฒนาความเป็นผู้นำก็จะมีกำหนดด้วย ว่าต้องเข้าร่วมกิจกรรมกี่กิจกรรมในแต่ละปี เพื่อให้ตอบโจทย์กับหลักสูตร เช่น กิจกรรมสัมมนาเกี่ยวกับบริหารเรียกได้ว่าแต่ละกิจกรรมเป็นกิจกรรมที่เสริมความเป็นผู้นำทั้งสิ้น โดยกิจกรรมเหล่านี้ไม่ต้องไปทำเอง แต่ทางคณะ ทางมหาลัยจะจัดให้ เช่น กิจกรรมให้ไปฟังปาฐกถา เป็นต้น5

โดย ในปีแรกก็จะเรียนเกี่ยวกับ ฝ่ายบริหาร 4 ฝ่ายในโรงเรียน คือ การบริหารทั่วไป งบประมาณและการเงินทางการศึกษา วิชาการ การบริหารหลักสูตร การเรียนรู้ และกิจการนักเรียน การบริหารนโยบายและกลยุทธ์การศึกษา บริหารงานบุคคล การบริหารทรัพยากรมนุษย์ทางการศึกษา โดยที่รายวิชาบังคับก็จะเป็นวิชาพื้นฐานที่ทุกคนต้องเข้าเรียนส่วน เช่น ทฤษฎีการบริหารการศึกษาและระบบการศึกษา และมีวิชาบังคับที่ต้องเรียนเหมือนกันหมดสำหรับคนที่มาเรียนปริญญาโท ของคณะครุศาสตร์ เช่นวิชา วิธีวิจัยทางการศึกษา  และศาสตร์วิชาครู สำหรับคนที่ไม่ได้ตบปริญญาตรี ครุศาสตร์ รายวิชาเลือก ก็จะมีอาจารย์เปิดให้เราลงเลือกก็สามารถไปเรียนได้ตามความสนใจ 6

แต่ก็จะมาบางอันที่ไม่สามารถเลือกได้ โดยจะต้องลงเรียนให้ลึกขึ้นเพราะต้องเตรียมทำงานวิจัย/สารนิพนธ์ เช่น การวิจัยทางการบริหารการศึกษา  โดยแบบแผน ก แบบ 2 จะต้องเรียน 30 หน่วยกิตและอีก 12 หน่วยกิตเป็นวิทยานิพนธ์ ส่วนแผน ข เรียน 39 หน่วยกิต และทำสารนิพนธ์ 3 หน่วยกิต คณาจารย์ที่นี่น่ารักทุกคน ไม่เข้าใจตรงไหนสามารถไปถามนอกเวลาได้ ซึ่งในการเรียนส่วนใหญ่จะเป็นฟังคำบรรยาย และออกไปนำเสนอ มีงานกลุ่มบ้าง งานเดี่ยวบ้าง ตามแต่ชิ้นงานที่อาจารย์มอบหมาย นอกจากนี้ในการเรียนก็มีทั้งชีท มีหนังสือ Text book ภาษาอังกฤษต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารการศึกษามากมายหลายเล่มให้ได้ศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งคนที่ทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วยก็ต้องแบ่งเวลาให้ได้ แต่ส่วนใหญ่พยายามติดตามงานสม่ำเสมอ และฟังอาจารย์ที่ปรึกษา ปรับแก้ตามอาจารย์บอกก็รอดเรียนจบทุกคน9

  • การเรียนในปี 2 : ปีนี้ก็จะเน้นเรื่องการทำวิจัยมากขึ้น ส่วนผู้เขียนที่เรียนแบบแผน ข ก็ยังคงเรียนแบบเดิม ซึ่งแบบแผน ก จะเรียนน้อยลงใน ปี 2 เทอม 2 เพื่อไปทำวิทยานิพนธ์แบบเต็มตัว ส่วนสารนิพนธ์ยังเรียนอยู่ทุกเทอมจ๊ะ วิชาที่เรียนในปี 2 ก็ค่อนข้างลงลึกและเป็นทฤษฎี เป็นการวิเคราะห์ การนำเสนองานเป็นส่วนใหญ่ เช่น การปฏิบัติที่เป็นเลิศทางการบริหารการศึกษา  การบริหารการศึกษาเปรียบเทียบ การเมืองกับการศึกษา เศรษฐศาสตร์การศึกษาภาวะผู้นำเพื่อการบริหารการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงทางการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการบริหารการศึกษา การประกอบการ การตลาดและการประชาสัมพันธ์ทางการศึกษา

นอกจากนี้ในปี 2 ภาคเรียนที่ 2 ก็จะมีการสอบนำเสนอ วิทยานิพนธ์ สำหรับแผน ก และ สารนิพนธ์ (สำหรับแผน ข) เมื่อผ่านหมดแล้วก็มีงานปัจฉิม มีสัมมนา เพื่อแสดงความยินดีสำหรับผู้จบการศึกษาโดยคณาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้องอีกด้วย

  • การสอบประมวลความรู้ (Comprehensive Examination)  : หรือที่เรียกกันว่าสอบคอมพลี สำหรับแผน ข ก็จะมี การสอบประมวลความรู้  ปากเปล่า หรือที่เรามักเรียกว่า Oral test อีกด้วย จะมีตอนใกล้จบ เทอม 2 ก่อนนำเสนองานวิจัยสารนิพนธ์

10

  • การไปทัศนศึกษา : ที่นี่พาไปดูงานบ่อยมาก ทุกภาคเรียน เกือบทุกรายวิชาจะได้ไปงานสัมมนาต่าง ๆ รวมไปถึงไปต่างจังหวัด ไปต่างประเทศ ไปงานสายสัมพันธ์ทางการบริหารกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อีกด้วย การไปศึกษาดูงานต่างประเทศก็จะได้ 1 หน่วยกิตชื่อว่า การศึกษาภาคสนามทางการบริหารการศึกษา  แต่ไม่ได้ไปดูเฉย ๆ เท่านั้นนะ ต้องไปทำรายงาน มาทำสัมมนานำเสนอผลงานเพื่อประชาสัมพันธ์ อีกด้วยจึงจะผ่าน

13

  • การไปฝึกงาน : เนื่องจากการเรียนบริหารการศึกษามีข้อบังคับว่าต้อง ไปฝึกปฏิบัติทางการบริหารการศึกษา จึงมีการไปฝึกงานด้วย อาจจะเลือกเป็นช่วงปิดภาคเรียน เป็นที่สำนักงานเขต หรือ เขตพื้นที่การศึกษา และอีกภาคเรียนต้องไปฝึกงานที่โรงเรียนเพื่อเก็บข้อมูล และลงปฏิบัติงานจริงใน 4 ฝ่าย ให้มีประสบการณ์รู้ลึก รู้จริง

อาหารในคณะ : สำหรับอาหารในคณะ สำหรับใครเรียนภาคในเวลาราชการก็สามารถไปทานโรงอาหารครุศาสตร์ได้เลย มีร้านแนะนำคือร้านน้ำปั่นครุศาสตร์ ส่วนสำหรับภาคนอกเวลาราชการ ส่วนใหญ่โรงอาหารจะเปิดน้อยก็จะไปทานที่หอใน หรือโรงอาหารกงนรก ตรงตึกจามจุรี 5 ก็มีของอร่อย ๆ เช่นก๋วยเตี๋ยวไก๋ อาหารอีสาน มี True Coffee ในใต้ตึกคณะครุศาสตร์เลย มี 7-11 อีกด้วย
14

  • ความประทับใจ : จากการเรียนบริหารการศึกษาก็ทำให้เรานำความรู้ไปใช้ ในการบริหารจัดการได้เป็นระบบมากขึ้นที่สำคัญคือ เข้าใจขอบข่ายงานมากขึ้น ทำวิจัยเป็น และเข้าใจระบบการศึกษาของไทยมากขึ้นรวมไปถึงการที่ได้ไปสัมมนาที่โรงเรียนในต่างประเทศ ก็ทำให้เราได้นำ ได้นำตัวอย่างดี ๆ ของโรงเรียนชั้นนำ มาพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนรวมไปถึงการบริหารจัดการในโรงเรียนไทยได้มากขึ้น

*ภาพที่ 1-11, 13 และภาพปกโดยผู้เขียน ภาพที่ 12 จาก Pixabay12