ซีซั่นที่ 2 ของซีรีส์สุดล้อแหลม จนกลายเป็นหนึ่งในกระแสสุดปังแห่ง Netflix ที่คนดูทุกคนชื่นชอบ ซึ่งการกลับมาของ Sex Education ในครั้งนี้ ซีรีส์ก็ไม่ได้พูดถึงแต่เรื่องเซ็กซ์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เราจะได้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งเก่าใหม่ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของความรัก มิตรภาพ การค้นหาตัวเอง และเรื่องเพศ มาเป็นตัวดำเนินเรื่อง

ในซีซั่นนี้ หนังจะเล่าเรื่องราวต่อจากซีซั่นก่อน หลังจากที่ โอทิส(เอสซ่า บัตเทอร์ฟิลด์)ที่ได้ทำการปิดคลินิกให้คำปรึกษาเรื่องเพศเป็นที่เรียบร้อย ทำให้เขาและ เมฟ(เอมม่า แมคกี้) ต้องแยกย้ายกันไปโดยที่ยังไม่มีโอกาสได้สารภาพความรู้สึกต่อกัน ในขณะที่ทางโรงเรียน ก็ได้มีนโยบายให้มีที่ปรึกษาเรื่องเพศภายในโรงเรียนสำหรับเด็กนักเรียน(รวมถึงบุคลากรบางคน) ซึ่งคนที่มารับหน้าที่คำปรึกษาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นก็คือ จีน(จิลเลียน แอนเดอร์สัน)ผู้เป็นแม่ของ โอทิสนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

Sex Educationนั่นเป็นเพียงเนื้อเรื่องย่อในช่วง Ep. แรก ๆ ของซีรีส์เท่านั้น ภายในเนื้อหาซีซั่นที่ 2 นี้ ยังมีความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครอีกมากมาย ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ความสนุก ในระดับที่คูณ 2 จากซีซั่นที่แล้ว

โดย Sex Education season 2 ยังคงเป็นเนื้อหาที่มีเรื่องเพศ เรื่องเซ็กซ์ เป็นประเด็นหลักของซีรีส์ สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือการเล่นกับความสัมพันธ์ของตัวละครที่ค้างคาในซีซั่นที่แล้ว ที่ในครั้งนี้หนังจะพาเราไปพบกับความสัมพันธ์ รวมถึงปมปัญหาใหม่ ๆ ที่ตัวละครแต่ละตัวจะต้องประสบพบเจอ โดยเฉพาะเรื่องของการค้นหาตัวเองของแต่ตัวละครไม่ว่าจะเป็นเรื่องรสนิยมทางเพศ และความฝัน ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ซีรีส์มีความเป็น Coming of Age มากยิ่งขึ้น 

Advertisement

Advertisement

Sex Educationแม้ซีรีส์จะดูเน้นไปทาง Coming of Age มากยิ่งขึ้น แต่ประเด็นเรื่องเพศ ในซีซั่นนี้ ก็ยังทำออกมาได้น่าติดตามไม่แพ้ซีซั่นก่อน แม้ว่าจะไม่ได้มีฉากเลิฟซีน หรือฉากวาบหวิวหนักเท่ากับซีซั่นแรก แต่ประเด็นเรื่องเพศในซีซั่นนี้กลับมีการเล่นประเด็นที่ใหญ่โตยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการคุกคามทางเพศ การพูดถึงบทบาทของเซ็กซ์ต่อชีวิตคู่ รวมถึงการถกเถียงเรื่องเพศต่อศีลธรรม และค่านิยมต่าง ๆ ที่ยังเป็นปัญหามาจนทุกวันนี้ ซึ่งซีรีส์ก็ถ่ายทอดประเด็นดังกล่าวออกมาให้สนุก ชวนติดตามในตลอดทั้ง 8 ตอน

Sex Educationนอกจากประเด็นของซีรีส์จะเติบโตขึ้นแล้ว การแสดงของทีมนักแสดงนำของซีรีส์ก็ล้วนแต่แสดงออกมาได้ดีขึ้นไม่แพ้กัน ในซีซั่นนี้เราจะได้เห็นบทบาทของแต่ละตัวละคร ที่ดูเติบโต และแตกต่างจากซีซั่นก่อนอย่างสิ้นเชิง ที่น่าประทับใจคือการแสดงของ เอมม่า แมคกี้ ที่ในซีซั่นนี้เธอต้องแสดงบทดราม่าที่หนักขึ้นกว่าเดิม อีกหนึ่งบทบาทที่แสดงได้ดีมากขึ้นไม่แพ้กันคือ อดัม ที่รับบทโดย คอนเนอร์ สวินเดลที่ในซีซั่นนี้ ทั้ง เมฟ และ อดัม กลายเป็นตัวละครที่ต้องเผชิญกับปัญหาชีวิตที่หนักหน่วง และโดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งสองนักแสดงก็สามารถถ่ายทอดบทออกมาให้เรารู้สึกอิน และเห็นใจไปกับชะตากรรมของสองตัวละครได้อย่างยอดเยี่ยม

Advertisement

Advertisement

จุดด้อยของ Sex Education season 2 เรียกได้ว่าลงเอยไม่ต่างอะไรจากซีรีส์ Netflix เรื่องอื่น ๆ ที่การเล่าเรื่องพยายามเล่นกับความสัมพันธ์ของตัวละคร ที่ไม่เคลียร์เนื้อหา และปูปมเอาไว้เพื่อไปต่อในซีซั่นถัดไป จนทำให้ประเด็น หรือเนื้อหาที่ควรโฟกัสภายในซีซั่น กลับทำออกมาได้ไม่สุดเท่าที่ควร รวมถึงการพยายามใส่ตัวละครใหม่ ๆ ที่หลายตัวก็ทำออกมาขาดมิติ และที่มาที่ไป จนทำให้ตัวละครที่ซีซั่นนี้ ดูเยอะเกินความจำเป็นไปบ้าง 

Sex Educationแต่อย่างไรก็ตามสำหรับ  Sex Education season 2 ถือว่าเป็นซีรีส์ที่ยังสามารถรักษาความเป็นตัวเองจากซีซั่นแรกได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งการเล่นประเด็นเรื่องเพศ ที่ยังคงเด็ดดวง และสะท้อนออกมาได้ดี ใครที่ชื่นชอบซีซั่นแรกของซีรีส์ชุดนี้ จะต้องหลงรักซีซั่นนี้ไม่แพ้กัน

 

Cr. รูปภาพจากค่ายหนัง Netflix