ความรัก                                                                                             ความรัก

หากพูดถึงความสัมพันธ์สุดแสนจะหวานซึ้ง ใคร ๆ คงต้องนึกถึง “ความรัก” เป็นแน่ และ หลาย ๆ คนมักเฝ้าถวิลหา จริงอยู่ที่ทุกคู่จะเริ่มที่ความถูกอกถูกใจ ทว่า ผมแอบเชื่อลึก ๆ ว่าแทบทุกคู่จะไม่อยากให้จาก-ล้างลากันไป แต่บางครั้งบางคู่อาจถึงจุดอิ่มตัวเร็วกว่าคู่อื่น แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคู่ที่ได้ไปต่อจะอยู่ครองรักอย่างเป็นอมตะ เพราะท้ายที่สุดทุก ๆ คน (คู่)ย่อมต้องตายจากกันทั้งนั้น บางท่านจึงมักพูดติดปากว่า "ความรัก ไม่จากเป็น ก็จากตาย” - เห็นจะจริงแท้แน่นอน

รักไม่สมหวัง                                                                                                       รักคุด

ถ้าการจากตายดูเหมือนจะทรมานน้อยกว่าเพราะเห็นจะมีแต่เพียงฝ่ายเดียวที่จะรู้สึกเสียใจ แต่กลับกันการจากเป็นอาจเสียใจทั้งสองฝ่ายแม้ว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดรักแล้วก็ตาม แต่ทว่า ฝ่ายที่หมดรักบางครั้งอาจมองย้อนนึกถึงภาพเก่า ๆ สมัยยังหวานชื่น ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เสียดาย ผมจึงมองว่า “ความเสียดาย” ไม่ว่าจะสั้น หรือยาวนานเพียงไหน ก็น่าจะถือเป็นความเสียใจชนิดหนึ่ง แม้จะไม่มีน้ำตาก็ตาม

Advertisement

Advertisement

รักในอดีต                                                                                 รักที่ไม่สมหวังในอดีต

แต่หากพิจารณาถึงการจากเป็นอย่าลึกซึ้ง มันคงไม่ได้เสียไปหมดทุกอย่างเข้าทำนองสุภาษิตฝรั่ง คือ  Everything happens for a reason แปลคร่าวได้ว่าทุก ๆ เหตุการณ์ (ไม่ว่าดีหรือร้าย) มักมีเหตุผลในตัวเองเสมอ ดังนั้นแทนที่เราจะมานั่งทนทุกข์ เสียน้ำตา ไปผับ ไปบาร์  กินเหล้าเมายา จริง ๆ แล้ว เราควรใช้เวลาช่วงนี้เรียนรู้ประสบการณ์อกหักรักคุดจะดีกว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร เพื่อหวังว่ารักครั้งต่อไปจะไม่ซ้ำรอยเดิม (ประวัติศาสตร์จะได้ไม่ซ้ำรอย) เพื่อประกอบความเข้าใจผมขอยกตัวเองเป็นกรณีศึกษา กล่าวคือ ผมจะมาสรุปอดีตที่ไม่สมหวังดังนี้

Advertisement

Advertisement

1.รักครั้งแรก ที่ผมต้องจบเพราะผมค่อนข้างคาดหวังที่เกินไป กล่าวคือ ความรักของคู่ผมจำเป็นต้องเหมือนคู่รักอื่น ๆ แต่ลืมนึกไปว่า ความคาดหวังที่มากขึ้น มันมักมีเงาตามตัวเรียกว่า “ความเสี่ยงที่จะผิดหวัง” กล่าวอย่างง่าย ๆ คือ ยิ่งหวังมาก ย่อมมีโอกาสผิดหวังมากเช่นกัน ดังนั้นทางออกที่ควรจะเป็น คือ ไม่ต้องไปคาดหวังว่าคนรักของเราจะต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ เพราะคนเราล้วนมีที่มาแตกต่างกัน หลายคนชอบอ้างว่า บางเรื่องก็สมควรรู้ไหม? ผมขอค้านว่า แล้วทำไมคนรักของเราจึงสมควรต้องรู้ เช่น การลืมวันครบรอบนี่ต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเลยหรือ? ผมพยายามจะบอกว่า การให้ความสำคัญของแต่ละคนมันต่างกัน อาทิ แฟนคุณอาจจะจำรายละเอียดตัวคุณได้แทบทุกอย่าง แต่พร่องเรื่อง การจำวันสำคัญของคน 2 คน มันเทียบกันไม่ได้นะครับ หรือถ้าแฟนคุณไม่มี Surprise วันครบรอบ กับ แฟนคุณไม่มีงานทำ – คุณต้องเลือกแล้วหล่ะว่าจะเอาอะไร? ... สรุปคือรักครั้งแรกจบไปเพราะผมคาดหวังมากไป

Advertisement

Advertisement

2.รักครั้งต่อมา ผมพลาดที่มองว่าเขาควรจะจริงจัง/เป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ โดยที่ไม่พิจารณาแม้สักนิดเลยว่าปัจจัยแวดล้อมของเขานั้นหล่อหลอมให้เขามีความคิดเป็นแบบนั้น ดังนั้น ความรักที่ดีมันคือการยอมรับ/รักในตัวเขาที่เป็นเขา ไม่ใช่เราจะรักเขาในแบบที่เราอยากให้เขาเป็น (ปัดโธ่) ถามจริง ๆ ครับ ขนาดตัวคุณเองยังไม่สามารถคาดเดาได้ตามใจ 100% แล้วนับประสาอะไรกับแฟนคุณที่เป็นคนอื่นจะมาทำให้คุณพอใจได้ตลอดเวลา ดังนั้น สติ!... รักครั้งนี้จึงสอนให้ผมว่าตระหนักว่าอยากได้อะไรหรือไม่พอใจอะไร ให้พูด เพราะการปล่อยให้อีกฝ่ายเดาความรู้สึกที่ถูกใจมันไม่ง่าย และจะบั่นทอนความรักไปเรื่อย ๆ จน-จบ-

3. รักครั้งที่สาม เหมือนจะดีแต่ก็ล่มเพราะ ระยะทาง สืบเนื่องจากเราทั้งคู่ต้องแยกย้ายไปเรียนต่อคนละประเทศ ผมเลยกลัวว่าความรักจะทำให้เลิกกัน จึงชิงบอกเลิกก่อนโดยลืมนึกไปว่าระหว่างที่คบกัน เราสองคนก็ไม่ได้ตัวติดกันตลอดเวลา ประกอบยุคสมัยนี้เทคโลยีส่งเสริมความสัมพันธ์ด้วยระยะทางมากขึ้น จะไปกลัวอะไร ... ครับผมเพิ่งมาตกผลึกได้หลังเลิกกันแล้ว

4. รักครั้งที่ 4 หวังว่าจะ Happy ending และสุดท้ายด้วยปัจจัยแวดล้อมมาบีบบังคับให้ต้องจากกัน กล่าวคือ แฟนเก่าผมเป็นคนต่างชาติ จึงต้องกลับไปดูแลที่บ้านและไม่มีทางย้ายมาอยู่เมืองไทย ส่วนผมก็ไม่มีทางย้ายไปอยู่ประเทศเขาเพราะสิ่งแวดล้อมของผมอยู่ที่นี่ โดยไม่นึกเลยว่าการเดินทางไปมาหากันสมัยนี้ ไม่แพงกว่าแต่ก่อน เพราะฉะนั้นการไปมาหาสู่ชั่วครั้งคราวมันทำได้ แต่มันจบไปแล้ว

จากบทเรียนที่กล่าวมาข้างต้นทั้ง 4 ครั้ง คุณผู้อ่านอาจจะคิดว่า ผมควรละทางโลกแล้วหันหน้าเข้าทางธรรม? ตอบเลยว่า ไม่ เพราะปัจจุบัน ผมได้บูรณาการบทเรียนทั้งหมดทั้งมวลเพื่อใช้ประคับประคองกับรักระยะทาง ที่ดำเนินมากกว่าเกือบปี ทั้งที่ยังไม่เคยเจอตัวเป็น ๆ และก็หวังลึก ๆ ว่า คนนี้จะเป็นคนสุดท้ายเพราะมั่นหน้ามั่นโหนกว่าเรียน/มีประสบการณ์มาเยอะ (ไม่อยากผิดหวังอีกแล้ว)

ท้ายนี้ผมจึงอยากจะเอื้อนเอ่ยว่า ผมเป็นหนี้บุญคุณคนรักเก่า  ทุก ๆ คนที่สอนผมให้เข้าใจธรรมชาติของ ‘ความรัก’ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คนปัจจุบันนี้จะเป็นคนที่ผมรอมากว่า 30 กว่าปี นี่แหล่ะครับทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นที่มาของชื่อบทความที่ว่า อกหักเสียใจได้ แต่!ต้องเรียนรู้ นะครับ (มองบนได้ผมเข้าใจ...แล้วไงใครแคร์) #ขอให้โลกนี้มีแต่ความรัก (มงต้องลง)

ปล. ที่แท็กสถานฑูตจีน เพราะแฟนผมเป็นคนจีนครับ 有缘千里来相会

อนึ่ง ขอบพระคุณ

1. ภาพ ปก โดย Aliyah Jamous จาก https://bit.ly/2BECoNM

2. ภาพ ความรัก โดย Clem Onojeghuo จาก https://bit.ly/2NlpQha

3. ภาพ  รักคุด โดย Kelly Sikkema จาก https://bit.ly/3fS85Cp

 4. ภาพ  รักที่ไม่สมหวังในอดีต โดย Michael Dziedzic จาก https://bit.ly/3hO4Mhb