เชื่อว่าใครที่เป็นแฟนนิยาย หรือหนังสยองขวัญ ระทึกขวัญ คงจะไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ สตีเฟ่น คิง เพราะเขาคือเจ้าพ่อแห่งนิยายเขย่าขวัญ ที่ผลงานการเขียนของเขาถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ และซีรีส์ มากมาย ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักก็ได้แก่ It, Carry, Pet Sematary, Shawshank Redemption, The Shining, Doctor Sleep และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ถูกทำเป็นหนังและซีรีส์ และกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการสร้าง ซึ่งนอกจากผลงานนิยายมากมายแล้ว ครั้งหนึ่ง คิง ก็เคยเขียนหนังสือที่ว่าด้วยประวัติชีวิตของเขา และแนะนำเทคนิคการเป็นนักเขียนนิยายที่ดีเช่นกัน โดยหนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า On Writing: A Memoir of the Craft

On Writing: A Memoir of the Craft หรือชื่อภาษาไทย ‘เวทมนตร์ฉบับพกพา’ ครึ่งหนึ่งเคยถูกตีพิมพ์ฉบับภาษาไทยเมื่อหลายปีก่อน โดยสำนักพิมพ์ มติชน นพดล เวชสวัสดิ์ เป็นผู้แปล จนกระทั่งเมื่อข่วงต้นปี 2019 สำนักพิมพ์ Marry-Go-Round ได้นำกลับมาตีพิมพ์อีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้ นรา สุภัคโรจน์ เป็นผู้แปล สำหรับเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่ตัว คิง ได้แบ่งเนื้อหาทั้งหมด ออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนชีวประวัติ ส่วนเทคนิคสอนการเขียนนิยาย และส่วนของที่มาของหนังสือเล่มนี้ 

Advertisement

Advertisement

https://miro.medium.com/max/1031/1*zbW6nYHMMET86Y3yNYhrww.jpegในส่วนแรกของหนังสือ คิง ได้บรรยายเรื่องราวในชีวิตของเขาเอง ได้อย่างละเอียด เข้มข้น และถึงพริกถึงขิง เพราะคิง ไม่ได้เล่าชีวประวัติแบบสูตรสำเร็จที่จะเล่าเฉพาะเหตุการณ์สำคัญในชีวิต หรือนำเสนอแต่ด้านดีของตัวเอง เขาเล่าช่วงชีวิตของเขาตั้งแต่วัยแบเบาะ เท่าที่จำความได้ ไปจนถึงช่วงที่ประสบความสำเร็จ จากการเขียนนิยายเรื่อง Carry ที่เป็นผลงานแจ้งเกิดของเขา คิง ใช้วิธีการเล่าเรื่องอย่างเป็นกันเอง เหมือนกำลังเล่านิทานสักเรื่องให้เราฟัง พร้อมทั้งนำเสนอตั้งแต่ วีรกรรมสุดแสบ มากมายเท่าที่วัยรุ่นคนหนึ่งจะทำได้ ทำให้เราพอเห็นได้ว่าชีวิตของคิง ตั้งแต่วัยเด็ก ล้วนแต่หล่อหลอมให้เขาสามารถสร้างสรรค์ผลงานยอดเยี่ยมได้อย่างทุกวันนี้ นอกจากนี้ คิง ยังได้บรรยายถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขา กับแม่ และพี่ชาย ที่ชวนให้มีโมเมนต์ที่อบอุ่น พร้อมทั้งมีช่วงที่โรแมนติก ระหว่างเขาและ แทบีธา ภรรยาของเขา 

Advertisement

Advertisement

แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องราวในส่วนชีวประวัติของ คิง สนุก และน่าติดตามที่สุด คือการเดินตามความฝันของเขาในการเป็นนักเขียน เพราะ คิง เคยต้องพยายามเขียนนิยายหลายต่อหลายครั้ง แต่ผลงานในสมัยวัยรุ่นของเขา หลายๆ เรื่องถูกตีกลับมาจากสำนักพิมพ์ จนทำให้เขาต้องทำงานนักเขียนเป็นงานเสริม และทำงานหลักเป็นพนักงานร้านซักรีด และพนักงานร้าน ดังกิ้น โดนัท จนกระทั่งวันหนึ่งผลงาน Carry ของเขาก็ได้รับการตีพิมพ์จนกลายเป็นหนังสือขายดี ก่อนจะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ สิ่งหนึ่งที่ คิง ถ่ายทอดออกมาได้ดีในช่วงชีวประวัติของตัวเอง ก็คือความพยายามที่จะทำความฝันให้สำเร็จ 

Advertisement

Advertisement

https://s.abcnews.com/images/GMA/stephen-king-tabitha-king-file-gty-ml-190301_hpMain_16x9_992.jpgส่วนที่สองของหนังสือ จะเป็นการสอนเทคนิคการเขียนนิยายให้ขายดีฉบับ สตีเฟ่น คิง ซึ่งเทคนิคการสอนการเขียนนิยายของเขาก็ต่างจากหนังสือ How to เล่มอื่น ๆ โดยสิ้นเชิง เพราะ คิง ได้หยิบเอาเทคนิคการเขียน มาจากประสบการณ์ต่าง ๆ ของเขาเอง พร้อมทั้งสอนการเขียนประโยค การสร้างเรื่องราว ในสไตล์ของเขา เนื้อหาในส่วนนี้ จะเต็มไปด้วยเนื้อหาสอนการเขียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ซึ่งคนไทยอย่างเราอาจงง ๆ กับการเปรียบเทียบของ คิง แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนที่ทำให้เราได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ คิง ยังได้หยิบยกนิยายของนักเขียนท่านอื่น ๆ มายกตัวอย่าง เปรียบเทียบอีกด้วย ใครที่อยากเป็นนักเขียนนิยาย น่าจะได้ประโยชน์จากเนื้อหาส่วนนี้ไม่น้อย

https://www.theverge.com/2019/1/30/18204443/stephen-king-the-stand-cbs-all-access-10-episode-miniseriesส่วนสุดท้าย เป็นเหมือนบทสรุปของสิ่งที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ โดย คิง ได้พูดถึงเหตุการณ์ช่วงที่เขาโดนรถชน จนบาดเจ็บหนัก จนทำให้เขาเริ่มอยากที่จะเขียนหนังสือเล่มนี้ คิง ได้ให้ข้อคิดส่งท้าย ต่อคนอ่านได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่คนที่ฝันอยากเป็นนักเขียนแบบเขา นอกจากนี้ท้ายเล่ม คิง ก็ได้หยิบเอาต้นฉบับหนังสือของเขาบางส่วน มาเปรียบเทียบถึงตอนที่เป็นต้นฉบับแรก และต้นฉบับที่ถูกแก้ไข ก่อนที่จะถูกตีพิมพ์ออกมา ถือว่าเป็นส่วนที่มีประโยชน์ต่อคนที่สนใจการเขียนนิยายอย่างยิ่ง

โดยรวม On Writing: A Memoir of the Craft ถือว่าเป็นหนังสือที่มีความเป็นส่วนตัวที่สุดของ สตีเฟ่น คิง ซึ่งเป็นหนังสือที่นอกจากจะพาเราไปพบกับที่มาของความสำเร็จ ของราชานิยายสยองขวัญผู้นี้ ยังพาเราไปพบกับที่มาของนิยายเขย่าขวัญหลาย ๆ เรื่องที่เราชื่นชอบ พร้อมทั้งยังให้แรงบันดาลใจดี ๆ สำหรับคนที่อยากเดินตามความฝัน ความชอบของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่อยากเป็นนักเขียนนิยาย หนังสือเล่มนี้ควรเป็นอีกเล่มที่ต้องอ่านสักครั้ง