การทำให้รวยเป็นเรื่องไม่ยาก กระทั่งคนโง่ก็รวยได้ แต่การเป็นคนรวยนี่สิคือสิ่งที่ใครก็เป็นไม่ได้และไม่มีใครเข้าใจ นี่คือหนึ่งในสิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้พยายามบอกให้คนดูรับรู้ผ่านตัวละครที่ชื่อเจ พอล เก็ตตี้ มหาเศรษฐีที่มีตัวตนบนโลกความเป็นจริง

โปสเตอร์หนัง ขอขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.imdb.com/ALL THE MONEY IN THE WORLD หรือฆ่าไถ่อำมหิต สร้างจากเรื่องจริงของจอห์น พอล เก็ตตี้ที่ 3 ซึ่งเป็นหลานชายของเจ พอล เก็ตตี้ เจ้าของโรงกลั่นน้ำมันที่มีทรัพย์สินมูลค่ารวมนับพันล้าน คืนหนึ่งเขาถูกกลุ่มโจรลักพาตัวไปในโรม พวกมันเรียกเงินค่าไถ่ 17 ล้านจากเกล แฮร์ริส แม่ของจอห์น ทว่าเธอไม่ได้ร่ำรวยหรือมีเงิน เพราะได้หย่าร้างกับสามีโดยไม่รับค่าเลี้ยงดูบุตรหรือเงินใดๆ เพื่อแลกกับสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรแต่เพียงผู้เดียว

คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ ในบทของเจ พอล เก็ตตี้ ขอขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.imdb.com/เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ทำให้เกลตัดสินใจติดต่อไปหาเจ พอล เก็ตตี้ผู้เป็นปู่ของจอหน์เพื่อขอให้ช่วยเหลือ ทว่าคนเป็นปู่กลับออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า “ผมมีหลานตั้ง 14 คน ถ้าครั้งนี้ผมจ่ายค่าไถ่ไปสักเพนนี อีกไม่นานหลานทั้ง 14 คนก็อาจถูกลักพาตัว” จนทำให้สังคมมองว่าเขาคือขี้เหนียวที่เห็นเงินมีค่ามากกว่าชีวิตหลานในไส้

Advertisement

Advertisement

เกลพยายามหาทางเข้าพบกับเจ พอล เก็ตตี้แต่เขากลับส่งเฟลทเชอร์ เชส ที่ปรึกษาซึ่งเป็นอดีตซีไอเอ เชี่ยวชาญด้านการเจรจามาช่วยตามหาหลานชายให้แทน เชสสืบค้นจนไปได้ข้อมูลหนึ่งที่มีแนวโน้มว่า จอห์นอาจทำการลักพาตัวตนเองเพื่อเงิน ทำให้คนเป็นปู่ยิ่งผิดหวังเพราะนี่คือสิ่งที่ตัวเขาเองก็คาดคิดไว้ การช่วยเหลือจึงยิ่งชะงัก แต่เมื่อมีพยานเห็นรถคันที่ลักพาตัวจอห์นไป นำศพมาทิ้งไว้ข้างทาง ทิศทางของคดีก็เปลี่ยน การเรียกค่าไถ่ถูกยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

ตำรวจสืบค้นจนไปเจอแหล่งกบดาน ทว่ากลับไม่เจอตัวจอห์นเพราะเขาถูกหนึ่งในกลุ่มโจรพาไปขายต่อให้มาเฟียคนหนึ่ง หลังจากนั้นใบหูข้างขวาของจอห์นก็ถูกตัดส่งมาเพื่อเป็นการยืนยันว่าพวกมันเอาจริง การช่วยเหลือจำต้องเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน ทว่าเจ พอล เก็ตตี้ก็ยังยืนยันที่จะไม่จ่าย เกลต้องหาทางช่วยเหลือลูกชายตัวเองออกมาให้ได้ก่อนที่พัสดุชิ้นต่อไปจะกลายเป็นหัวของลูกชาย

Advertisement

Advertisement

นายตำรวจที่ดูแลคดี เกลคนเป็นแม่และเฟลทเชอร์ เชส ที่ปรึกษาซึ่งเป็นอดีตซีไอเอ ขอขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.imdb.com/

อย่างที่เกริ่นไว้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง เราจึงรู้ตอนจบของเรื่องราวดีอยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นไร ผู้กำกับ ริดลีย์ สก็อตต์ จึงหันมาให้ความสนใจกับแนวความคิดของตัวเจ พอล เก็ตตี้ ความสัมพันธ์ของจอห์นและโจรลักพาที่อยู่ด้วยกันนานห้าถึงหกเดือนตามเวลาในเหตุการณ์จริง เพราะฉะนั้นเรื่องราวจึงไม่ได้ดุเดือดเฉือนคมอะไรอย่างที่หนังลักพาตัวอื่นๆ ทำ แต่จะเน้นหนักที่ความกดดันด้วยการพาเราไปติดตามชีวิตของเกล แม่ที่ต้องเจอศึกนอกอย่างโจรลักพาตัวและศึกในอย่างเจ พอล เก็ตตี้ที่ต่อรองกับเธอหนักกว่าโจร ด้วยข้อเสนอที่ว่าจะยอมจ่ายเงินค่าไถ่ให้ แต่เธอต้องยกสิทธิ์เลี้ยงดูลูกทุกคนให้อดีตสามี

Advertisement

Advertisement

คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ แสดงได้ดีมากในบทของเจ พอล เก็ตตี้ แม้เขาจะมารับบทนี้แทนเควิน สเปซีย์ อย่างกะทันหันและมีเวลาถ่ายซ่อมในแต่ละฉากไม่นาน เสียดายที่บทของเฟลทเชอร์ เชส ที่ดาราแถวหน้าอย่างมาร์ก วาห์ลเบิร์ก กลับไม่โดดเด่นเท่าไหร่ หนังเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างประมาณ 50 ล้าน แต่ทำรายได้ทั่วโลกไปเพียง 56 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนหนึ่งของงบที่สูงน่าจะเป็นเพราะต้องมีการรื้อหนังถ่ายซ่อมในส่วนที่เควิน สเปซีย์แสดงไว้ทั้งหมด ทว่าเนื่องจากเรื่องอื้อฉาวส่วนตัวจึงทำให้ต้องถอดเขาออกจากหนังไป

หากใครชอบดูภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริง เรื่องนี้ไม่ควรมองข้าม อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าคนที่เคยรวยที่สุดในโลกเขามองคุณค่าของเงินยังไง

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.imdb.com/