ในขณะที่สิงคโปร์มี Laneway / ฮ่องกงมี Clockenflap / มาเลเซียมี Good Vibes / อินโดนีเซียมี WE THE FEST แล้วประเทศไทยละ ?

นี่คือคำถามของกลุ่มคนที่เสพย์ดนตรีทางเลือกแบบเรา ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหญ่หรือรุ่นเล็ก ต่างก็รอคอยวันนี้กันแทบทั้งสิ้น และแล้วในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
วันที่ประเทศของเรามีเทศกาลดนตรี(อินดี้)นานาชาติกับเขาสักที !

โดยในครั้งนี้ถือว่าเป็นการจับมือเพื่อรวมพลังกันถึงสามโปรโมเตอร์ใหญ่เลยทีเดียว ซึ่งได้แก่ Have You Heard? , Seen Scene Space และ Fungjai ที่เหล่าคนฟังเพลงต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งแต่ละโปรโมเตอร์ก็มี Event เป็นของตัวเองและต่างมีจุดแข็งในแต่ละด้าน

 

Advertisement

Advertisement

sizes="100vw" data-srcset="https://trueid-slsapp-storage-dev.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/partner_files/trueidintrend/5560/43719934_273922063235076_1735207332075274240_o.png?w=480 480w, https://trueid-slsapp-storage-dev.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/partner_files/trueidintrend/5560/43719934_273922063235076_1735207332075274240_o.png?w=640 640w, https://trueid-slsapp-storage-dev.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/partner_files/trueidintrend/5560/43719934_273922063235076_1735207332075274240_o.png?w=1200 1200w, https://trueid-slsapp-storage-dev.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/partner_files/trueidintrend/5560/43719934_273922063235076_1735207332075274240_o.png?w=1600 1600w"

Advertisement

Advertisement

alt="https://scontent.fbkk4-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/43719934_273922063235076_1735207332075274240_o.png?_nc_cat=107&_nc_eui2=AeHcurxEDNdOFZDJxvGI1EFQ0ChfEmV_Qwnpp7BWFTw2Et8NZI5mo77PyxIwztAXFHl-i3x2HUjeim9euEUUCUGae8jAORDiZd1_eeXCrac3ig&_nc_oc=AQltQVc1h-NfFg5OF8YyLxjjJIvEgnKVtQUnmB1p9z0pNBYR9KGLBwI-UHM5Pv2FfT8&_nc_ht=scontent.fbkk4-1.fna&oh=c1f67f5729413690c6e202bb4a070a1a&oe=5E5C7AA3" />
(ขอบคุณรูปภาพจาก Maho Rasop Official Page)

ซึ่งในงานจะมีทั้งหมด 19 วงในหนึ่งวัน เล่นกันยาว ๆ ตั้งแต่บ่ายสองโมงยันเที่ยงคืน มีให้เลือกฟังกันแทบทุกแนว ทั้งวงดนตรีในตำนานที่หลายคนใฝ่ฝันว่าอยากจะดูซักครั้งในชีวิต วงที่มาไทยแล้วสองครั้ง ครั้งนี้จะมาเล่นเป็นครั้งที่สาม หรือแม้กระทั่งวงดนตรีหน้าใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามองทางผู้จัดก็ได้เอามาให้เลือกชมกัน (หนึ่งในไลนอัพนี้ได้สร้างความประทับใจให้เราแบบมากถึงมากที่สุด และคิดว่าทุกคนในงานที่ได้ดูโชว์นี้ก็คงจะไม่ลืมง่าย ๆ เช่นกัน)

Advertisement

Advertisement


วันเสาร์ช่วงสาย ๆ ค่อนไปทางบ่าย เราตื่นด้วยอาการแฮงค์เล็กน้อย อาจเป็นเพราะเมื่อคืนสังสรรค์กับเพื่อนหนักไปหน่อย หันไปดูเวลาก็เที่ยงนิด ๆ แล้ว แต่สภาพอากาศกลับดูไม่เหมือนเที่ยงเลย ฟ้ามืด ฝนตกหนัก เรารีบหยิบมือถือขึ้นมาดูหน้าฟีดของเราว่าสถานที่จัดการเป็นยังไงบ้าง เพื่อนที่นัดเจอกันติดฝนรึเปล่า ก็สรุปความได้ว่าตกจ้า แถมยังหนักด้วย ก็ได้แต่ภาวนาว่าฝนจะหยุดตกก่อนงานเริ่มนะ เพราะวงแรกที่เราอยากดูคือ Solitude is Bliss ซึ่งเล่นตอน 14.00 เรารีบอาบน้ำจัดเตรียมของให้เรียบร้อย แล้วนั่ง Taxi ไปลงถึงหน้างาน แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้!

เพราะว่าลืมมือถือไว้บนแท้กซี่จ้า รีบวิ่งเข้างานเพื่อไปขอยืมมือถือใครก็ไม่รู้โทรเข้ามือถือเรา เรียบร้อยฮะ ปิดเครื่องหนีไปแล้วจ้า  ความรู้สึกตอนนั้นคือพังมาก เศร้า อยากกลับบ้านชิบ ทุกอย่างอยู่ในเครื่องหมดเลย รวมถึง QR Code ด้วย แต่ทันใดนั้น พระเจ้าก็ส่องแสงลงมาในคราบของรุ่นน้องที่เรารู้จักพอดี (กราบขอบคุณน้องรัว ๆ)

https://miro.medium.com/max/2352/0*eC2iJ0jY7YPjdEJQ
(ขอบคุณรูปภาพจาก Maho Rasop Official Page)

ผลสรุปคือวันนั้นเราก็ต้องเกาะติดน้องทั้งวันทั้งคืน ซึ่งตอนนั้น Solitude is Bliss ได้ทำการแสดงไปแล้ว ก็แอบได้ยินเสียงมาจนถึงหน้างาน พอจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้แล้ว ก็เข้างานไปดู Miami Horror ต่อ ซึ่ง Horror มาก อากาศเนี่ย ร้อนสุด ๆ ไปเลยจ้า แต่ทางวงก็ทำการแสดงได้ดีมาก แถมยังชวนให้คนดูเต้นตลอด น่ารักมาก เพลงแรกที่เล่นคือ American Dream ต่อด้วย I look to you และ Real Slow ตามลำดับ

https://miro.medium.com/max/3000/0*eoZWhGJxdEwkCK5W
(ขอบคุณรูปภาพจาก Maho Rasop Official Page)

ที่พีคคือ นักร้องนำปีนขึ้นไปบนหลังคาของ Sound Control แล้วจ้า มันส์มาก ๆ พร้อมกับเล่นเพลงฮิตอย่าง Stranger , Sometimes รวมไปถึง Holidays ระหว่างโชว์ เราก็ทนความร้อนไม่ไหว แอบสลับไปดูอีกเวทีนึงเพราะมันร่มกว่า มีหลังคาบังแดด ก็ไปเจอกับ Elephant Gym ที่เป็นวง Math Rock จากไต้หวัน บอกเลยว่า โคตรเท่ มันส์มาก นักร้องเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ สะพายเบส ที่ตบเบสกระจุย พร้อมกับบอกตลอดโชว์ว่า “We’re from Taiwan. We’re very very poor if you like us please support us. Thank you”

https://miro.medium.com/max/3000/0*sYUAzH2-694UMp1u
(ขอบคุณรูปภาพจาก Maho Rasop Official Page)

พอโชว์จบ ก็ถึงคราวของ Sunflower Bean ที่เป็นแนว Indie-Rock สุดเท่ ต้องบอกเลยว่าฟัง live กับ audio โคตรต่างกัน สนุกมาก ๆ สมาชิกในวงทั้งสามคนเต็มที่มาก ๆ ใส่ไม่ยั้งเลยทีเดียว

https://miro.medium.com/max/3000/0*M9OKZWyGs4RtBCQ6
(ขอบคุณรูปภาพจาก Maho Rasop Official Page)

หลังจากนั้นก็ถึงคิวของนักร้องหนุ่มเกาหลีชื่อดังที่แฟนคลับตั้งหน้าตั้งตาไปรอกันหน้าเวทีแล้ว DEAN นั่นเอง (ก่อนหน้านั้นก็เป็นคิวของ Rad Museum ที่ทำการอุ่นเครื่องกันก่อนด้วย R&B เท่ ๆ) ซึ่งนี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขามาโชว์ในเมืองไทย instagram , love , D รวมไปถึงเพลงฮิตทั้งหลายถูกขนมาเล่นหมดในงานนี้ ทำเอาแฟน ๆ ฟินกันเป็นแถบ รวมถึงเราด้วยเช่นกัน

https://miro.medium.com/max/3000/0*o-5sdzY0KvDE8Ns0
(ขอบคุณรูปภาพจาก Maho Rasop Official Page)

ถึงวงที่เรารอคอย Oddisee ยอมรับว่ารู้จักเขาน้อยมาก เพราะเคยดูแค่โชว์ของ COLORS กับทำการบ้านโดยหาฟังใน Spotify แค่นั้นเองจริง ๆ แต่พอถึงหน้างาน โอ้โห พ่อคุณเอ้ยยยยย เอาที่หนึ่งไปเลยลูก มันสุดยอดมาก ๆ ดี มันส์ สนุกจนไม่รู้จะหาคำบรรยายมาพูดยังไง เต้นจนเข่าแทบเสื่อม นี่คือหนึ่งในโชว์ที่ดีที่สุดในงานจริง ๆ (รวมถึงในชีวิตด้วยนะ) สะกดทุกสายตาให้ไม่อยากไปดูโชว์อื่นต่อเลยอะ พึ่งเข้าใจคำว่า Magic Moment ก็วันนี้แหละ มันมีจริง ๆ นะเออ และแน่นอนหลังโชว์ของ Oddisee จบ เราก็ไปหาไรกินกัน แล้วก็ทำการอุ่นเครื่องเผาหัวกันก่อนอีกรอบ ก่อนวงที่เราอยากดูที่สุด Slowdive จะขึ้นเล่นในงาน (เสียดายที่ไม่ได้ดู Washed Out เพราะเอาเวลาไปทานข้าวและเติมเครื่องดื่มกันก่อน เศร้า)


Slowdive เป็นอีกหนึ่งวงที่เราอยากดูที่สุดในชีวิต ถึงแม้จะไม่ได้โตมากับเพลงของพี่แกในยุคนั้น (เพราะเราเกิด 1997) แต่ก็ยอมรับว่าเพลงของลุงกับป้าส่งอิทธิพลการฟังเพลงมาให้ผมจนถึงตอนนี้ และตอนนี้พวกเขาก็อยู่ตรงหน้าเราแล้ว และเพลงแรกที่พวกเขาเล่นคือ Slomo !!

https://miro.medium.com/max/3000/0*_TpKDbO336eX122q

โอย แทบบ้า ต่อเนื่องด้วย Catch the breeze , Crazy for you แล้วจึงเป็น Star Roving จากอัลบั้มล่าสุดที่เราโคตรชอบ การได้ฟังเพลงนี้สด ๆ คือนิพพานอย่างแท้จริง ต่อด้วยเพลงที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีกับ Souvlaki Space Station ที่สะกดทุกคนอย่างอยู่หมัด โยกหัว โยกร่างกายกันอย่างเบา ๆ จากนั้นเป็นคิวของ No Longer Making Time และ Alison ที่ถูกเล่นเป็นลำดับต่อมา! เรียกได้ว่างานนี้ถูกใจสายดิ่ง สายลอย สาย Shoegaze กันถ้วนหน้า

https://miro.medium.com/max/1536/0*c3x5CSCtD14yN23B.jpg
(ขอบคุณรูปภาพจาก Maho Rasop Official Page)

ซึ่งทันทีที่ Alison ขึ้นเนี่ย ทุกคนในงานต่อให้รู้จักหรือไม่รู้จักวงนี้มาก่อน ก็สามารถกลายเป็นแฟนของพวกเขาได้ทันที มันนัวมาก มีความฟุ้งอยู่ในนั้น ผสมกับฤทธิ์ของน้ำดื่มที่มีส่วนผสมของมอลต์นะ เสร็จเรียบกันทุกคน ต่อด้วยเพลง Sugar for the Pills จากอัลบั้มล่าสุดอีกครั้ง และเพลงที่ทุกคนรอคอยแน่นอนอย่าง When The Sun Hits ก็ถึงคราบรรเลง

https://miro.medium.com/max/1536/0*J4ylLXKITS8IaN9m.jpg
(ขอบคุณรูปภาพจาก Maho Rasop Official Page)

แต่โชว์ยังไม่จบแค่นั้น เพราะพวกเขาเล่นเพลงที่เราไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้ฟังในงาน นั่นคือ Golden Hair ซึ่งต้องขอบอกเลยว่า เราเคยดู live นี้ใน Pitchfork แต่พอมาได้ฟังสด ๆ ผ่านหูตัวเองแล้วนี้คือแบบ ตายอะ ตายกันถ้วนหน้า Eargasm มันมีอยู่จริง มันอยู่ตรงนี้แล้ว ร้องไห้แบบบ้า มันคือที่สุดในงานแล้วจริง ๆ 


แต่ความสนุกยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะยังเหลือ Headliners ด้วยกันอีกสองวงคือ The Vaccines และ PREP ที่เวลาเล่นดันตรงกัน! แต่ในแง่ของการตัดสินใจครั้งนี้ถือว่าไม่ยากสำหรับเราเลย เพราะเราโตมากับ Arctic Monkeys , The Kooks , The Strokes แน่นอนว่าก็ต้องเทใจไปให้ The Vaccines อยู่แล้ว ลุยเลยลูกพี่ (แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากดู PREP เหมือนกันนะ ไว้รอบหน้าละกันเนอะ)

https://miro.medium.com/max/3000/0*gXFGAuah5LXw558b
(ขอบคุณรูปภาพจาก Maho Rasop Official Page)

ไม่นานนักเงา 5 เงาก็ปรากฎขึ้นเวทีพร้อมกับเสียงกรี๊ดอย่างพร้อมเพรียงของทุกคน เพลงแรกก็เดือดแล้วฮะ พี่แกใส่เต็มกับ Night Club ต่อด้วยเพลงที่เราชอบจากอัลบั้มเก่า Wreckin’ Bar ที่ทุกคนต่างพร้อมใจกันร้อง Ra Ra Ra และกระโดดโลดเต้นอย่างเมามันส์ Teenage Icon ถูกเล่นเป็นเพลงต่อไป ต่อด้วย Wetsuit แอบแปลกใจเหมือนกันที่พี่แกซัดเพลงต่อกันรัว ๆ ขนาดนี้ ไปเอาพลังมาจากไหน ยังปวดเข่าจาก Oddisee ไม่หายเลย แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่ออยู่ดี ๆ วงต้องหยุดเล่นกลางคัน เดินกลับเข้าไปที่ Backstage ปล่อยให้ผู้คนยืนงงกันอย่างนั้น เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นแบบ เกิดอะไรขึ้นวะ เวลาผ่านไปไม่นาน ทางวงก็กลับมาเล่น ซึ่งเล่นได้แค่ราว ๆ 30 วิเองมั้ง ก็หยุดเล่น แล้วลงเวทีไปเช่นเดิม เราเลยคิดเอาเองว่าอาจจะเป็นเพราะ Sound หรือเปล่า รอกันไปอีก 20 กว่านาที ทุกคนในงานก็ได้รู้คำตอบ ล้านสเตตัสบนเฟสบุ้คนี่เรียกได้ว่า เสี่ยงคุก มาก ๆ ถ้าใครอยู่แถวนั้นน่าจะรู้ดีฮะ (ฮา)

https://miro.medium.com/max/3000/0*T7TGvLLpUH25uSK9
(ขอบคุณรูปภาพจาก Maho Rasop Official Page)

พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง สมาชิกทั้ง 5 ก็กลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง พร้อมกันใส่แรงกว่าเดิมด้วย Post Break Up Sex แล้วก็ Norgaard แล้วก็มีอีก 2–3 เพลง แต่ยอมรับเลยว่าตอนนั้นสติเริ่มเลอะเลือนแล้ว จำแทบไม่ได้ แต่ที่ชัวร์ ๆ คือเหล่าเพลงชาติถูกขนมาเล่นเต็ม ไม่ว่าจะเป็น I Always Knew , If You Wanna , I Can’t Quit และ Encore ด้วย All in White

https://miro.medium.com/max/2993/0*-Lduo0Ek9pnWhAC7
(ขอบคุณรูปภาพจาก Maho Rasop Official Page)

โชว์จบ แต่งานยังไม่จบ เพราะยังได้ยินเสียงมาจากอีกเวทีหนึ่งอยู่ เราและเพื่อนรีบวิ่งตามเสียงไปด้วยพลัน PREP กำลังจะเริ่มเพลงสุดท้ายที่ทุกคนต่างร้องกันได้ทั้งงาน นั่นคือ Who’s Got You Singing Again ที่ถือว่าเป็นเพลงปิดงานอย่างแท้จริง และเป็นเพลงปิดได้สมศักดิ์ศรีมาก ๆ


และสุดท้าย งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา มันไม่ง่ายเลยการที่จะเขียนความสุข ความสนุก ความประทับใจตั้งแต่บ่ายสองจนถึงเที่ยงคืนที่เป็นเวลาเกือบ 10 ชั่วโมง มาเหลือเพียง 5–6 นาทีแบบนี้ มีอีกหลายวงที่เสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ดู ไม่ว่าจะเป็น Vacations , Wang Wen หรือ Lucie, Too เพราะเวลามันชนกัน

แต่นี่แหละคือเสน่ห์ของ Music Festival จริงไหมฮะ ?

สำหรับผม งานในครั้งนี้เป็นเหมือนงานที่ “สร้างฝันให้กับทีมผู้จัด” ให้มีขึ้นในปีต่อไปเรื่อย ๆ และ “สานฝันให้เป็นจริงสำหรับคนดูแบบเรา”

ขอบคุณที่สร้าง Music International Festival สำหรับดนตรีนอกกระแสขึ้นมา

ขอบคุณที่ได้เป็นส่วนร่วมในคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์สำหรับครั้งแรกนี้

https://ticketmelon-s3.dexecure.net/tm-img-banner/banner-MAHORASOP%202019_2.jpg?format=basic&resize=w1440,h550
(ขอบคุณรูปภาพจาก Maho Rasop Official Page)
 

และเจอกันใหม่ในปีนี้กับ Maho Rasop Festival ครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นด้วยกันถึง 2 วันเต็ม!

สำหรับ Line-Up และรายละเอียดงานต่าง ๆ สามารถติดตามได้ที่ Maho Rasop Festival Official Page ได้เลยจ้า

(ถ้าพลาดครั้งนี้ต้องรออีกทีปีหน้าเลยนะ)

#mahorasop #mahorasopfestival
#fungjai #haveyouheard #seenscenespace