หลายคนนิยมเลือกการวิ่งในตอนเช้าเป็นจุดเริ่มต้นของเช้าวันใหม่ เพราะพวกเค้าได้รับประโยชน์มากมายจากการที่ตื่นมาวิ่งในตอนเช้า เช่น เลือดหัวใจสูบฉีดได้ดี สมองมีความตื่นตัวทำให้การทำงาน การเรียนมีประสิทธิภาพที่ดี หรือการได้มีสมาธิในขณะที่อยู่กับช่วงเวลาที่เงียบสงัด และการได้รับแสงแดดแรกยามเช้าก็ช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้นไม่น้อย แต่อุปสรรคสำคัญและส่วนที่ยากที่สุดคงจะเป็นการลุกขึ้นจากเตียงนอน วันนี้ผมมีเทคนิคส่วนตัวเพื่อช่วยให้ทุกคนตื่นมาวิ่งยามเช้าครับ    

1. เตรียมตัวเข้านอนเร็ว เพื่อให้มีเวลานอนหลับได้เพียงพอ 

ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการจัดการบริหารเวลาว่าจะเข้านอน และตื่นตอนกี่โมงเพื่อที่จะสามารถวิ่งได้โดยไม่กระทบกับเวลาของภารกิจประจำวัน แต่ถ้าเป็นคนที่ติดการนอนดึก เนื่องจากมีภารกิจส่วนตัวต่างๆ การฝึกการเข้านอน และตื่นเร็วขึ้นวันละ10-15นาที ก็เป็นวิธีที่ได้ผลดีไม่น้อย ซึ่งการปรับเวลาการนอนทีละนิดทุกวันจนกว่าจะได้เวลาการตื่นที่ต้องการ นอกจากจะทำให้ร่างกายได้ปรับตัวแล้ว ยังทำให้เราได้มีเวลาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อที่จะสะสางภารกิจของเราให้เสร็จเร็วขึ้นด้วย

Advertisement

Advertisement

เรื่องวิ่งในจินตนาการขอบคุณภาพจาก: www.maxpixels.net

2. เตรียมอุปกรณ์การวิ่ง ชุดวิ่ง กางเกง และรองเท้าให้พร้อม

ทางที่ดีเราควรจะเตรียมอุปกรณ์ทั้งหมดให้พร้อมเสียตั้งแต่ก่อนเข้านอนครับ เพราะมันจะช่วยลดข้ออ้างหรือเหตุผลต่างๆ ที่ตัวเองสรรหามาเมื่อต้องการจะนอนต่อ ถ้าเป็นไปได้ผมเลือกที่จะใส่ชุดวิ่งนอน แต่คงไม่ถึงขั้นใส่รองเท้านอนครับ 

3. ลุกขึ้นจากเตียงทันทีที่นาฬิกาปลุก

การกดปุ่มเลื่อนเวลาปลุก หรือการขอเวลานอนต่ออีก5นาที จากประสบการณ์ของผม โอกาสที่จะได้วิ่งจะมีไม่เกิน30% เท่านั้น ถึงมันจะง่วงงัวเงียอย่างไร ก็ขอให้ลุกจากที่นอนให้ได้ก่อน แล้วค่อยไปล้างหน้า แปรงฟัน และสวมรองเท้า ถ้าไม่ไหวจริงๆร่างกายจะบอกเราเองครับ

Advertisement

Advertisement

4. หาเพื่อนวิ่งด้วย

ถ้าใครมองว่าการตื่น การวิ่งคนเดียวเป็นเรื่องยาก ลองหาคู่หูในการวิ่งดูไหมครับ ในทางจิตวิทยาเหมือนจะต้องบังคับตัวเองให้ต้องตื่นขึ้นมา เพราะว่าการที่ได้นัดหมายกับเพื่อนไว้แล้ว คงไม่ดีแน่ถ้าเราจะผิดการนัดหมายครั้งนี้ อีกทั้งยังเป็นแรงกระตุ้นให้กันและกัน และได้มิตรภาพที่สนิทสนมมากขึ้นอีกด้วย

เรื่องวิ่งในจินตนาการ ขอบคุณภาพจาก: www.peakpx.com

5. เลือกสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้และเดินทางได้ง่ายที่สุด หรืออาจจะวิ่งในหมู่บ้านถ้าเป็นไปได้

คงไม่ดีแน่ถ้าการที่จะได้วิ่งแต่ละครั้ง จะต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย ทั้งในเรื่องของสถานที่ที่จะวิ่ง หรือเรื่องของการเดินทาง ดังนั้นการทำทุกอย่างให้ง่ายเข้าไว้ จะช่วยลดเหตุผลลงได้มาก ยกตัวอย่างเช่น พี่หนุ่ม Runner's journey บางครั้งสถานที่วิ่งก็คือบริเวณรอบคอนโด หรือแม้กระทั้งพี่เชฟนิด คนไทยที่เคยติดทีมวิ่งทีมชาติเบลเยี่ยม ก็เลือกที่จะวิ่งในเส้นทางจากที่บ้านไปยังที่ทำงาน      

Advertisement

Advertisement

6. หากิจกรรมทำระหว่างวิ่ง

การฟังพอดแคสต์ หรือการฟังหนังสือเสียงเป็นอีกตัวเลือกที่ดี สำหรับการทำกิจกรรมระหว่างวิ่ง เพราะนอกจากจะได้เพลิดเพลินกับรายการ และประเภทที่เราชอบแล้ว ยังทำให้มีความรู้สึกที่จะไม่เบื่อกับการวิ่งอีกด้วย

เรื่องวิ่งในจินตนาการ ขอบคุณภาพจาก: www.pxfuel.com

7. ให้รางวัลกับตัวเอง 

อนุญาตให้ตัวเองกินของที่ชอบบ้าง หรือแชร์ผลการวิ่งลงในโซเชียลมีเดีย เป็นตัวอย่างของการให้รางวัลกับตัวเอง การสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเองเมื่อเราทำสำเร็จ เป็นวิธีที่ได้ผลดีและควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง จิตใจของเรานั้นไม่ใช่สิ่งที่หยาบกระด้าง ดังนั้นหมั่นดูแล และคอยเติมสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกดีอย่างสม่ำเสมอ  

8. หาอุปกรณ์การวิ่งที่ตัวเองชอบ

วิธีการนี้คงเหมาะสำหรับคนชอบช้อปปิ้ง และหลายคนคงเสียเงินไปไม่น้อยกับวลีที่ว่า "ของมันต้องมี" แต่ผมยืนยันอีกเสียงว่าอุปกรณ์การวิ่งที่ดี และเหมาะสมกับตัวเรา สามารถทำให้การวิ่งสนุกขึ้นมาก ตราบใดที่ไม่เดือดร้อนด้านการเงินจนต้องไปหยิบยืมใคร และมีการวางแผนการใช้จ่ายอย่างดีแล้ว ก็ควรที่จะหาซื้อมาใช้ แต่การซื้อมาเก็บแล้วไม่ได้ใช้ก็คงเป็นเรื่องของส่วนบุคคลครับ

ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายในตอนเช้าได้เพียงอย่างเดียว เพราะการออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นเวลาใด สิ่งสำคัญที่สุดที่ได้ คือการได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนั้นเอง


อ้างอิง 

หนังสือ Miracal wake up  5.PM By Jeff Sanders

https://austinstartups.com/the-benefits-of-early-morning-runs-8e9699f9d0bb 

Runner's Journey Podcast Ep.19 ตามพี่เชฟนิด วิ่งไปทำงานที่เบลเยี่ยม