ภาพวิวทิวทัศน์ของรถไฟวิ่งผ่านหุบเขาสีแดงจากใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือ อุโมงค์สีชมพูจากดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ มักถูกนำมาใช้โปรโมทการท่องเที่ยวของเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เพราะรถไฟสายโรแมนติกเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ของนักท่องเที่ยว ทั้งคนญี่ปุ่นเองและนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ต่างใฝ่ฝันอยากจะไปเยี่ยมชม พิสูจน์ซักครั้งให้คลายข้อสงสัยว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงได้ถูกขนามนามว่า “โรแมนติก”

รถไฟสายโรแมนติกรถไฟสายโรแมนติก

ไม่แปลกที่รถไฟสายโรแมนติก หรือ ซากาโนะ โทรอกโกะจะโด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะสถานีรถไฟแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ย่าน อาราชิยาม่า (Arashiyama) ซึ่งเป็นย่านที่มีเสน่ห์มาก ๆ อีกย่านหนึ่ง นอกจากจะมานั่งรถไฟแล้ว ยังมีแลนด์มาร์คอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น เดินเล่นในบรรยากาศเมืองหลวงเก่า สัมผัสอดีต เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองเกียวโต ช้อป&ชิมขนมท้องถิ่น เยี่ยมชมมรดกโลกที่วัดเทนริวจิ เดินเล่นริมแม่น้ำที่สะพานโทเง็ทสึเคียว หรือ สะพานข้ามจันทร์ (Togetsukyo Bridge) หรือจะอยากไปถ่ายรูปกับป่าไผ่สุดร่มรื่นก็มี

Advertisement

Advertisement

อาราชิยาม่าบรรยากาศเมืองอาราชิยาม่า

อาราชิยาม่าอาราชิยาม่าอาราชิยาม่า

เมืองอาราชิยาม่า

ก่อนไปขึ้นรถไฟเราแวะเดินเล่นชมย่าน อาราชิยาม่ากันก่อน น่าแปลกที่เมืองนี้ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย แม้ความจริงจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ในเมืองเกียวโต คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวนิยมใส่ชุดกิโมโนกัน ยิ่งทำให้บรรยากาศเป็นญี่ปุ๊นญี่ปุ่น Shopping Street คึกคักเป็นอย่างมาก มีร้านอาหารและของฝากขายมากมายให้ได้เลือกชิม&ช้อปกัน

ห้องจำหน่ายตั๋ว

การจะขึ้นรถไฟสายโรแมนติก Sagano Torokko Train นั้น เราต้องเริ่มต้นที่สถานี Torokko Saga โดยสามารถซื้อตั๋วโดยสารรถไฟได้ที่สถานีนี้ สถานีที่เราเกี่ยวข้องกับรถไฟสายโรแมนติกจะวิ่งผ่านทั้งหมด 4 สถานี (เพื่อความไม่สับสน ชื่อสถานีจะมีคำว่า Torokko ทั้งหมด) ตั๋วยืนและตั๋วนั่งราคาเดียวกัน (630 เยน/เที่ยว/ท่าน) สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ผ่านเว็บไซต์ http://www.sagano-kanko.co.jp/ แต่สำหรับตู้โดยสารไฮไลท์อย่าง No.5 "The Rich" ที่เป็น Open Air ไม่มีหน้าต่างมาบดบัง จะต้องไปซื้อที่สถานีอย่างเดียว และแน่นอนว่าเต็มเร็วมาก ๆ นอกจากรถไฟ สำหรับใครที่อยากสัมผัสธรรมชาติใกล้ชิดมากขึ้น ก็ยังมีเรือให้บริการด้วย (ราคา 4,100 เยน/ท่าน) ล่องในแม่น้ำชมวิวทิวทัศน์ของภูเขาสองข้างทาง เอ็นจอยบรรยากาศได้เต็มที่ เพราะเรือใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง/แพ็กเกจ

Advertisement

Advertisement

Car no.5Station

บรรยากาศการรอรถไฟนั่น หลาย ๆ คนตื่นเต้น เพราะรถไฟหัวจักรไอน้ำรุ่นเก่าคลาสสิคตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 ให้บริการจนถึงปัจจุบัน ทำให้หลาย ๆ คนต้องเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก วันนี้เราได้ตู้โดยสารเบอร์ 4 ได้ตั๋วนั่ง รอบของเรา มีตั๋วยืนบ้างประปราย

Advertisement

Advertisement

ชานชาลาบนรถไฟรถไฟสายโรแมนติกรถไฟสายโรแมนติก

บนรถไฟวันนี้ นอกจากมีนั่งท่องเที่ยวแล้ว เรายังเจอคุณปู่คุณย่ามาเที่ยวเป็นหมู่คณะ แต่งกายด้วยผ้าพันคอสีเดียวกัน เป็นภาพที่น่ารักมาก รถไฟเคลื่อนตัวออกจากสถานีอย่างช้า ๆ ขนานไปกับแม่น้ำโฮซุกาวะ เริ่มต้นผ่านอุโมงค์ ในความมืดนั้นไม่มีใครรู้ว่าอีกไม่กี่วินาทีถัดมา ภาพที่เห็นนั้นสวยมาก เรียกเสียงฮือฮาได้จากทั้งคันรถ ระหว่างทางก็ได้คอยโบกมือทักทายคนที่ล่องเรือเรียกรอยยิ้มที่สดใส ความประทับใจของรถไฟสายโรแมนติกที่แสนจะโรแมนติกจริง ๆ เพราะวิวสวยมาก ภาพที่เห็นตรงหน้าคือแสงสะท้อนน้ำสีฟ้าใส แบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ ใบไม้บนภูเขาอาจจะยังไม่เปลี่ยนสีเท่าไร แต่ให้ความรู้สึกเขียวสดชื่นไปอีกแบบ บรรยากาศดี คุณป้าชาวญี่ปุ่นตรงข้ามเราชมว่า “สุโค่ย” ตลอดทาง

บรรยากาศบนรถไฟสายโรแมนติก

รถไฟสายโรแมนติก

รถไฟสายโรแมนติก

รถไฟสายโรแมนติก

ป่าไผ่

ใครอยากมาเที่ยวชมรถไฟสายโรแมนติกนั้น แนะนำให้วางแผนเผื่อเวลา 1 ชั่วโมงสำหรับกิจกรรมนี้ เพราะรถไฟใช้เวลาประมาณ 25 นาที/เที่ยวในเส้นทางระยะยาวกว่า 7 กิโลเมตร และแนะนำให้ขากลับลงรถไฟที่สถานี Arashiyama Torokko Station เพื่อแวะถ่ายรูปที่ป่าไผ่ รวมถึงเผื่อเวลาสำหรับเที่ยวจุดอื่น ๆ ในย่านอาราชิยาม่าด้วยเช่นกัน เพราะย่านนี้ชิลมาก ความสงบของสายน้ำและภูเขา จะทำให้คุณตกหลุมรักไม่อยากกลับเลยทีเดียว

 

(Credit ภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน)