LIT Fest เทศกาลหนังสือที่จัดขึ้นเมื่อ 18-20 ม.ค. ที่ผ่านมา ณ มิวเซียมสยาม (ท่าเตียน แถวๆสนามหลวง สามารถเดินทางไปได้โดยนั่งรถเมล์สาย 12 ลงสุดสาย หรือสาย 44, 47 ลงป้ายโรงเรียนตั้งตรงจิตรพณิชยการ ทั้ง 3 สายเดินอีกนิดเดียวถึงมิวเซียมสยาม)

งานนี้ถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจของทางร้านหนังสืออนไลน์อย่าง Readery และกลุ่มคนในแวดวงต่างๆที่มีความเชื่อในพลังของหนังสือ รวมตัวกันพลักดันให้เกิดงานนี้ขึ้นมาได้

นับได้ว่า LIT Fest เป็นงานหนังสือที่มีทั้งความแปลกและแตกต่างไปจากงานหนังสือทั่วๆไป เพราะนอกจากจะได้พบกับบรรดาสำนักพิมพ์ที่มาตั้งขายหนังสือแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษอีกมากมายภายในงาน อาทิ


1. Board Game

เล่นบอร์ดเกมกับนักเขียนในงาน LIT Fest

เล่นบอร์ดเกมกับนักเขียนในงาน LIT Fest

เป็นกิจกรรมที่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า จริงๆเราลงทะเบียนไปด้วยนะ แต่ด้วยจำนวนคนที่เยอะเกินไปจึงจำเป็นต้องสละตัวเองออกมา ซึ่งน่าเสียดายมากเพราะแอบเห็นว่าบรรยากาศในห้องสนุกสนานเฮฮามาก

2. LIT poetry

งานเขียนของเหล่านักเขียน นักแปล บรรณาธิการกว่า 100 คนที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าของผู้ร่วมงาน โดยนักเขียนจะฟังเรื่องเล่าของผู้ร่วมงานแต่ละคนและถ่ายทอดมันลงบนกระดาษหนึ่งแผ่น

งานเขียนของเหล่านักเขียน นักแปล บรรณาธิการกว่า 100 คนที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าของผู้ร่วมงาน โดยนักเขียนจะฟังเรื่องเล่าของผู้ร่วมงานแต่ละคนและถ่ายทอดมันลงบนกระดาษหนึ่งแผ่น

เป็นกิจกรรมที่หยุดความสนใจของผู้คนที่เดินผ่านด้วยเสียงของเครื่องพิมพ์ดีดของเหล่านักเขียนที่ลงมือถ่ายทอดเรื่องราวที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมงานแต่ลงบนกระดาษ แน่นอนว่าของเราเองก็มี ว่าแต่อ่านแล้วพอจะเดากันได้ไหมนะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร?

เป็นกิจกรรมที่หยุดความสนใจของผู้คนที่เดินผ่านด้วยเสียงของเครื่องพิมพ์ดีดของเหล่านักเขียนที่ลงมือถ่ายทอดเรื่องราวที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมงานแต่ลงบนกระดาษ แน่นอนว่าของเราเองก็มี ว่าแต่อ่านแล้วพอจะเดาได้ไหมนะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร?

3. Book Factory

สวมวิญญาณบรรณาธิการ เลือกเรื่องรวมเล่มแล้วส่งเข้า Book Factory เพื่อตีพิมพ์หนังสือที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

Book Factory

เป็นกิจกรรมยอดฮิตจริงๆสำหรับ Book Factory ขนาดไปต่อคิว LIT poetry จนเสร็จก็ยังไม่ได้สักที แต่ก็ถือว่าคุ้มกับผลงานที่ได้ในราคา 100 บาท

เป็นกิจกรรมยอดฮิตจริงๆสำหรับ Book Factory ขนาดไปต่อคิว LIT poetry จนเสร็จก็ยังไม่ได้สักที แต่ก็ถือว่าคุ้มกับผลงานที่ได้ในราคา 100 บาท

4. Book Blind Date

แลกเปลี่ยนหนังสือกันผ่านห่อของขวัญ กติกาก็มีเพียงแค่เอาห่อหนังสือของคุณมาวางแล้วหยิบห่ออื่นที่ถูกใจกลับไป

Book Blind Date

ตอนเห็นกิจกรรมนี้ในงานแล้วไม่เข้าใจว่าเป็นกิจกรรมอะไร แต่พอมารู้ทีหลังว่าเป็นกิจกรรมแลกหนังสือผ่านหอของขวัญก็รู้สึกเสียดายมากที่ไม่ได้ไปแลกหนังสือกับเขา

5. Book Club

มุมสำหรับฟังเสวนาและพูดคุยเกี่ยวกับแง่มุมของหนังสือต่างๆ

Book Club

ส่วนตัวประทับใจในส่วนของ Book Club มาก เพราะเรื่องที่เราได้เข้าไปนั่งฟังคือเรื่อง The Boy in the Striped Pajamas หรือเด็กชายในชุดนอนลายทาง เราเองเคยดูแค่ฉบับภาพยนตร์ ยังไม่เคยอ่านหนังสือ แต่พอได้เข้าไปฟังก็ได้ฟังแง่มุมของตัวละครอื่นๆที่มีมิติมากกว่าที่ได้รับมาจากภาพยนตร์ เลยมีความตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสจะหาเวลามาอ่านเพิ่มเติมแน่นอน


และนอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วก็ยังมีมุมอื่นๆอีกมากมายที่น่าสนใจ แต่เราเองกลับไม่เห็นตอนอยู่ในงาน เช่น ภาพยนตร์ และ อาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ

และนอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วก็ยังมีมุมอื่นๆอีกมากมายที่น่าสนใจ แต่ตัวผู้เขียนเองก็ไม่มีโอกาสได้เข้าไปดู เช่น ภาพยนตร์ และ อาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ

โดยรวมแล้ว LIT Fest เป็นงานที่น่าประทับใจมากๆ เพราะอย่างตัวเราเองตอนไปงานก็ไปตัวคนเดียวโดยหวังแค่ว่าจะไปเดินดูหนังสือเหมือนงานหนังสือทั่วๆไปแล้วก็กลับ แต่กลับกลายเป็นว่าเราใช้เวลาอยู่ในงานนั้นตั้งแต่พระอาทิตย์อยู่เหนือหัวจนตกดินไปโดยไม่มีท่าทีว่าจะกลับแต่อย่างใด

แม้ว่างานนี้จะเพิ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในแง่ของจำนวนผู้เข้าร่วมที่เยอะตั้งแต่หัววัน ดังนั้นหากใครที่พลาดงานนี้ไปก็ต้องรอติดตามต่อไปว่างานหน้าจะจัดขึ้นอีกเมื่อไหร่ (แนะนำว่าให้ติดตามจากหน้ากิจกรรมใน facebook อย่างเราเองรู้จักงานนี้จากหน้ากิจกรรมใน facebook เหมือนกัน) ถึงตอนนี้จะยังไม่รู้ว่าจะจัดอีกทีเมื่อไหร่ แต่เชื่อเหลือเกินว่างานดีๆแบบนี้จะต้องมีอีกอย่างแน่นอน

แม้ว่างานนี้จะเพิ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในแง่ของจำนวนผู้เข้าร่วมที่เยอะตั้งแต่หัววัน