สลัดดิกชันนารี หนีเข้าครัวทำลูกชุบ

  • ก่อนที่จะเปิดเทอม มหาวิทยาลัยจะให้นักเรียนลงทะเบียนเรียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวิชาบังคับ และจะมีวิชาเลือกเพีง 2 ตัวเท่านั้น หนึ่งในวิชาเลือกที่เรา และเพื่อนในแก๊งครูอังกฤษอีกประมาณ 6 คนเลือกที่จะลงกันคือวิชา อาหารไทย เราตื่นเต้นมากที่จะได้เรียนวิชาที่ใช้ทักษะ และความรู้ในการลงมือทำจริง ๆ พอเปิดเทอมมาเราก็เรียนวิชานี้อย่างตั้งใจมาตลอด เพราะเนื้อหาที่อาหารสอนนั้น สามารถนำไปใช้ได้จริง ได้เปิดโลก ได้ความรู้ใหม่ ๆ และที่สำคัญคือทำให้เรา ภูมิใจในความเป็นไทย และรักในอาหารไทยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม 

การทำลูกชุบ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโปรเจคปิดคอร์สวิชาอาหารไทยของเรา ดังนั้นเราต้องทำให้การสอบทำอาหารในครั้งนี้ออกมาดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ แต่ติดตรงที่ว่า เราทำอาหารไม่เก่ง แต่เราก็สามารถผ่านโปรเจคมาได้ด้วยคะแนนเต็ม สิ่งที่เราอยากจะมาแบ่งปันเพื่อน ๆ ในครั้งนี้คือ วิธีการทำลูกชุบ แบบฉบับของนักเรียนครูอังกฤษ ที่ไม่ค่อยจะได้เข้าครัว แต่สามารถทำลูกชุบได้ออกมาดีเลยทีเดียว 

Advertisement

Advertisement

     รูปผลงานการทำลูกชุบครั้งแรกของเราและเพื่อน ๆ 

รูป

  • ก่อนที่เราจะเริ่มทำลูกชุบ เรามารู้จักกับมันก่อนว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร ซึ่งในตอนแรกเราก็สงสัยว่าทำไมอาจารย์ถึงเลือกขนมชนิดนี้มา อาจารย์ให้เหตุผลว่า ขนมชนิดนี้ถือว่าเป็นขนมที่ทำไม่ยากจนเกินไป มีสีสันสวยงามน่ากิน ถ้าทำเป็นสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้ สำหรับประวัติของ ลูกชุบ มีมายาวนาน แต่เดิมเป็นขนมประจำถิ่นของชนชาติโปรตุเกส

ถ้าใครเคยดูเรื่อง บุพเพสันนิวาส ซึ่งเราเป็นคนนึงที่ติดงอมแงม และได้ความรู้ด้านประวัติจากเรื่องนี้มา ซึ่งในเรื่องนี้จะมีตัวละครที่ชื่อว่า มาดามดอนญา มาเรีย กิอูมาร์ เดอ ปินา หรือที่รู้จักกันในนาม ท้าวทองกีบม้า เป็นหญิงสาวชาวโปรตุเกสที่เป็นเหมือนคนรึเริ่มของขนมไทย หนึ่งในขนมที่ท้าวทองกีบม้า ได้ทำคือ ลูกชุบ ซึ่งได้ดัดแปลงมาจากขนมประจำถิ่นของชนชาติโปรตุเกส แต่เดิมนิยมรับประทานกันในรั้วในวัง แต่ตอนนี้สามารถหาทานได้ทั่วไป 

Advertisement

Advertisement

สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเตรียมวัตถุดิบ

  • ⭐ ถั่วเขียวเลาะเปลือกที่นึ่งแล้ว 500 กรัม (เราซื้อสำเร็จรูปมาจากตลาดนัดแล้วนำมาล้างสะอาดและนึ่งให้สุก)
  • ⭐ น้ำตาลทรายขาว 300 กรัม (การใช้น้ำตาลทรายขาวนอกจากจะให้ความหวานยังทำให้สีออกมาสวยกว่าน้ำตาลแบบอื่น)
  • ⭐ สีผสมอาหารตามชอบ ซึ่งเราซื้อมาแค่แม่สี เพราะสามารถนำมาผสมในสีที่ต้องการได้ 
  • ⭐ กะทิ 1 ถ้วยตวง (บางคนอาจจะใช้กะทิสด แต่เราเลือกใช้กะทิกล่องเพราะหากะทิสดไม่ทันจริง ๆ)
  • ⭐ ผงวุ้น ใช้ในการเคลือบลูกชุบให้ดูแวววาวน่าทานในขึ้นตอนสุดท้าย

Advertisement

Advertisement

รูป

  •  ส่วนอุปกรณ์ในการทำก็เป็นสิ่งที่เราหาได้ง่ายรอบ ๆ ตัว แต่สำหรับเราจะลำบากหน่อยเพราะอยู่หอพัก ต้องไปช่วย ๆ กันหาอุปกรณ์มารวม ๆ กัน แต่ถ้าทำที่บ้านบอกเลยว่าพร้อมมาก !! พร้อมกินนะ เพราะแม่อาจจะไม่ไว้ใจให้ทำ... แต่กลับบ้านครั้งนี้รับรองว่าแม่จะได้ชิมฝีมือการทำลูกชุบระดับมือโปรของเราแน่นอน 
  • อุปกรณ์ที่สำคัญในการทำลูกชุบ 
  • 📍 ที่นึ่ง (เอาไว้สำหรับนึ่งถั่วเขียว แต่ถ้าใครไม่มีก็สามารถประยุกต์ใช้วิธีอื่น ๆ ได้) 
  • 📍 เครื่องปั่น (อันนี้สำคัญมาก ๆ นะไม่มีไม่ได้ เพราะเป็นเหมือนหัวใจของการทำลูกชุบให้เนื้อเนียน อร่อย)
  • 📍 เตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า (เราใช้เตาไฟฟ้าเพราะต้องยกมาทำที่มหาวิทยาลัย) 
  • 📍 กระทะและตะหลิว (ควรใช้เป็นกระทะเทฟล่อนเพื่อไม่ให้ขนมติดกระทะ) 

นอกจากที่กล่าวไปข้างต้นยังมีอุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องใช้ในการทำลูกชุบ คือ ไม้แหลม และโฟม ซึ่งจะอยู่ในขั้นตอนการปั้น หลังจากที่เราเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการทำเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเป็นขั้นที่อยากที่สุดคือ

ขั้นตอนการทำ 

รูป

อย่างที่เราบอกไปตอนแรกว่าถั่วเขียวต้องเลาะเปลือกที่นึ่ง หรือเราซื้อสำเร็จรูปมาจากตลาดนัดแล้วนำมาล้างสะอาดและนึ่งให้สุก เราและเพื่อนไม่มีสูตรที่ตายตัว แต่จะนึ่งถั่วประมาณ 15-20 นาที และลองชิมดู ถ้าไม่มีไตแข็ง ๆ ก็ถือว่าเป็นอันใช้ได้ แต่ถ้ายังไม่สุกก็นึ่งเรื่อย ๆ และชิมไปเรื่อย ๆ แต่สั่งที่เราอยากจะแนะนำมือใหม่คือ ต้องใจเย็น และค่อย ๆ ทำ 

  • ขั้นตอนที่ 1 คือการนำส่วนผสมทุกอย่างที่เราได้พูดถึงเมื่อตอนต้น มาปั่นรวมกัน ถ้ารู้สึกว่าเหนียวจนเกินไปก็สามารถใส่กะทิเพิ่มได้ ปั่นทุกอย่างรวมกันจนกว่าเนื้อของขนมจะเนียน ไม่มีเมล็ดของถั่วที่ปะปนอยู่
  • ขั้นตอนที่ 2 เทส่วนผสมทุกอย่างลงในกระทะเทฟล่อน แล้วใช้ไฟเบา กวนไปเรื่อย จนกว่าเนื้อขนมจะเหนี่ยวจนสามารถนำมาปั้นได้ หรือสังเกตุที่สีว่าสีจะมีความเข้มขึ้น และเราขอเตือนให้เพื่อน ๆ ทานข้าวมาก่อนทำ เพราะขั้นตอนนี้กลิ่นหอมมาก ทั้งกลิ้นถั่วและกลิ่นกะทิ ที่ชวนให้หิวได้ 

รูป

  • ขั้นตอนที่ 3  เอาขนมพักไว้ให้เย็น ระหวางนั้นเตรียมสีผสมอาหารที่ต้องการไว้ 
  • ขั้นตอนที่ 4 หลังจากที่ตัวของขนมเย็นแล้วก็นำมาปั้นในรูปที่เราต้องการ อาจารย์ให้เราเเละเพื่อน ๆ ช่วยกันทำเป็นทีม เราจึงคุยกันว่างั้นทำเป็นอาหารนะ เราเลือกปั้นปลาทู เพราะอยากรู้ว่าถ้าปั้นและระบายสีออกมาจะเหมือนกับที่เขาสอนในอินเตอร์เน็ตไหม สรุปคือ ออกมาคล้าย ๆ ถือว่าสวย(ในสายตาเรา)ในระดับนึงเลย 

รูป

  • ขั้นตอนที่ 4 เอาลูกชุบที่เราปั้นเสียบไม้แหลมที่เราเตรียมไว้ แล้วระบายสีโดยการจุ่ม หรือการใช้พู่กันแล้วแต่ความถนัด เมื่อระบายสีเสร็จแล้ว ก็เอาลูกชุบเสียบไว้ที่โฟม เพื่อเป็นการพักลูกชุบให้สีซึมเข้าไปในถั่ว
  • ขั้นตอนที่ 5 และแล้วก็เดินทางกันมาถึงในขึ้นตอนสุดท้าย คือการนำลูกชุบลงไปชุ่มในผงวุ้น วิธีการเตรียมผงวุ้นคือใส่น้ำ น้ำตาล และผงวุ้นไม่ต้องมาก เคี่ยวไปเรื่อย ๆ และพักไว้ไม่ให้ร้อนจนเกินไป เพราะถ้าหากร้อนจนเกินไปสีในลูกชุบจะละลายลงวุ้น จุ่มและพักประมาณสองรอบ 

พร้อมจัดจานเสิร์ฟ

รูป

  • เสิร์ฟใส่จานพร้อมตกแต่งด้วยใบไม้ แต่ใบไม้ต้องเป็นใบไม้ที่สามารถทานได้หรือใบไม้ปลอมนะ เพราะถ้าเราใบไม้อย่างอื่นมา เวลาเราทาน ยางในใบไม้จะติดกับตัวลูกชุบเเละทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ 

หวังว่าวิธีการทำลูกชุบที่เราแบ่งปันไปในวันนี้จะทำให้เพื่อน ๆ มีแรงบรรดาลใจในการลุกขึ้นมาลองทำอาหาร ขนาดเราเป็นคนทำอาหารไม่เก่งยังทำได้ เพื่อน ๆ ก็ทำได้ :) และสำหรับเราอาหารไทย ขนมไทยเป็นที่หนึ่งในใจเราเสมอเพราะนอกจากจะอร่อย มีคุณค่า มีเรื่องราวความเป็นมาแล้ว ยังมีอัตลักษณ์ความเป็นไทย และความใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย