Cr.ภาพถ่ายปกจากศมส.

สำหรับคนที่ชอบปลูกต้นไม้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าและมีความสำคัญกับพืชที่เราจะปลูกและเราอยากจะรู้จักให้มาก นั่นก็คือดิน ความรู้เหล่านี้มีอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ดิน ในอาคารชั้นล่างของกรมพัฒนาที่ดิน ใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับการทำงานของกรมพัฒนาที่ดิน

กรมนี้มีสำนักงานและนักสำรวจดินอยู่ทุกจังหวัดของประเทศไทย งานสำรวจดินเริ่มทำในปีพ.ศ. 2478 มีการประสานงานกับชุมชน ปัจจุบันมีหมอดินอาสาเป็นแกนนำชุมชนซึ่งอาจจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เกษตรกรตัวอย่าง คนเหล่านี้จะทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้ในการปรับปรุงดิน

ลักษณะของดินชนิดต่างๆ

ลักษณะของดินในแต่ละชั้นดิน  Cr.ภาพถ่ายจากศมส.


ในการสำรวจภาคสนาม นักสำรวจดินได้ทำการขุดดินลงไปเป็นหลุมใหญ่ เมื่อมองลงไปตามแนวดิ่งจะเห็นการทับถมกันของดิน ตรงนี้จะเรียกว่าหน้าตัดดิน ให้สังเกตว่ามีสีแตกต่างกัน และจะมีชนิดหรือวัสดุที่ปะปนอยู่ในดินด้วย ส่วนถ้ามองตามแนวขนานเป็นชั้น ๆ จะเรียกว่าชั้นดิน เมื่อได้ตัวอย่างมาแล้วจะมีการจำแนกระดับชุดดิน เขียนไว้เป็นจังหวัด อำเภอ หมู่บ้าน ยกตัวอย่างเช่น ชุดดินแม่สาย ชุดดินลำปาง ชุดดินทุ่งกุลาร้องไห้ ชุดดินสูงเนิน เป็นต้น ปัจจุบันมีการเก็บตัวอย่างอยู่ประมาณ 400 ชุดดิน แต่ถ้าแยกคุณสมบัติและศักยภาพของดินที่มีผลต่อการปลูกพืชจะเรียกว่า กลุ่มดินทราย กลุ่มดินเหนียว กลุ่มดินตื้น คลุมดินลูกรัง 

Advertisement

Advertisement

ชุดดินในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยชุดดินในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย  Cr.ภาพถ่ายจากศมส.


การที่เกษตรกรรู้ว่าพื้นดินของตัวเองมีลักษณะอย่างไร จะเป็นประโยชน์มาก อย่างเช่นบางพื้นที่ขุดไปเจอหินก็ต้องคิดว่าควรปลูกพืชอะไร ดินลักษณะนี้สามารถปลูกพืชไร่หรือทำนาได้ แต่ไม่เหมาะกับการปลูกพืชที่มีรากชอนไช

Advertisement

Advertisement

ในอีกส่วนหนึ่งของคำอธิบายภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ยังได้บอกถึงเรื่องการแก้ปัญหาดิน ปัญหาได้แก่ ปัญหาดินเค็ม ดินเปรี้ยวจัด ดินปนกรวด ดินตื้น ที่เป็นปัญหามากและแก้ไขยากคือดินเค็ม ซึ่งจะพบมากในบริเวณภาคอีสาน ซึ่งมีคำแนะนำว่าควรป้องกันไม่ให้เกิดดินเค็มดีกว่า การเกิดดินเค็มเป็นการระเหยขึ้นมาของหินเกลือที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาสู่ผิวดิน จะเป็นคราบเกลือ วิธีการป้องกันแต่แรกคือควรให้ผิวดินมีต้นไม้ปกคลุม อย่าให้เกลือขึ้นมาข้างบน แต่ก็จะมีพืชบางชนิดที่ขึ้นได้ดีในดินเค็มคือ ต้นมะขามเทศ ต้นตาล ต้นหอม 

อีกกรณีคือถ้าเป็นดินเปรี้ยวแบบภาคกลาง จะเกิดมาจากในอดีตมีน้ำทะเลขึ้นลง ทำให้มีกำมะถันอยู่ที่หน้าดินเยอะ ช่วงดินแห้งกำมะถันจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนปล่อยกรดออกมา ทำให้ดินเปรี้ยว ปลูกข้าวไม่ได้ วิธีแก้ไขคือทำให้พื้นที่ตรงนั้นมีน้ำขังก็จะช่วยลดปัญหานี้ 

Advertisement

Advertisement

ดินที่มีสิ่งมีชีวิตในดินดินที่มีสิ่งมีชีวิตในดิน Cr.ภาพถ่ายจากศมส.


การอธิบายของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีความน่าสนใจตรงโมเดล อย่างเช่น รังของสิ่งมีชีวิตในดิน สิ่งที่มีชีวิตที่ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์อย่างพวกไส้เดือนดิน จะมีมูลเรียกว่าขุยไส้เดือน ช่วยเพิ่มแร่ธาตุแคลเซียมแมกนีเซียมให้กับดิน อย่างดินปลวกก็ถือว่าเป็นดินอุดมสมบูรณ์ ปูจะขุดรูในดิน ส่วนตัวด้วงจะทำให้ดินเป็นก้อนกลม ๆ

โครงการหญ้าแฝก ในพระราชดำริของในหลวงร.9โครงการหญ้าแฝก ในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9  Cr.ภาพถ่ายจากศมส.


ด้านในนี้เรายังเห็นต้นหญ้าแฝกที่มีรากยาวมาก ซึ่งเป็นโครงการหญ้าแฝก โครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้เป็นจอมปราชญ์แห่งการพัฒนาที่ดิน ที่ได้ส่งเสริมให้ปลูกหญ้าแฝกเพื่อลดการพังทลายของหน้าดิน

ทุกปีวันที่ 23 - 25 พฤษภาคม ได้มีการจัดงานสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ในงานจะมีการฝึกอบรมการผลิตและการใช้น้ำหมักชีวภาพ มีหมอดินอาสามาถ่ายทอดความรู้ เรื่องการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และยังมีการจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ


สถานที่ตั้ง : พิพิธภัณฑ์ดิน กรมพัฒนาที่ดิน 2003/61 ถนนพหลโยธินแขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

โทรศัพท์ : 02 579 8515

เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้เข้าชมในวันเวลาราชการ วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 - 16.00 น. เข้าชมเป็นหมู่คณะและต้องการวิทยากรบรรยาย ให้ติดต่อที่ฝ่ายเผยแพร่และประชาสัมพันธ์สำนักงานเลขานุการกรมฯ (ไม่เก็บค่าเข้าชม)

การเดินทาง : ที่ตั้งของกรมพัฒนาที่ดินและพิพิธภัณฑ์ดินอยู่ติดกับถนนพหลโยธิน ฝั่งเดียวกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตรงข้ามเยื้องกันเป็นซอยเสนานิคม


ขอขอบคุณฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) สาวิตรี ตลับแป้น(รัตนา) https://db.sac.or.th/museum/museum-detail/197