“ถนนข้าวสาร” กลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ ที่ชาวต่างชาติผู้ชอบชอบการท่องเที่ยว ต้องแวะเวียนมาสัมผัส เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และได้รับความนิยมสูง

ถนนข้าวสารตั้งอยู่ที่ แขวงตลาดยอด เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยมีระยะทางเริ่มตั้งแต่ถนนจักรพงษ์ซึ่งอยู่บริเวณหน้าวัดชนะสงครามยาวไปจนถึงทิศตะวันออกเฉียงใต้ จรดกับถนนตะนาวใกล้กับบริเวณสี่แยกคอกวัว

การเดินทาง สามารถเดินทางได้ทั้งรถประจำทางสาธารณะ และรถตุ๊กตุ๊ก หรือเดินเท้าเข้าจากทางสี่แยกคอกวัวก็ได้

จากตรอกที่เคยขายข้าวสารเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เปลี่ยนแปลงไปในช่วงปี พ.ศ. 2525 ในปีแห่งการเฉลิมฉลอง “กรุงเทพมหานครครบรอบ 200 ปี” ซึ่งมีชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศมากขึ้น ทั้งยังมีการถ่ายภาพยนตร์โดยใช้ถนนข้าวสารเป็นฉาก ชาวต่างชาติจึงต้องอาศัยแบ่งเช่าห้องพักอาศัย กลายเป็นที่มาของเกสต์เฮ้าส์ หลังจากช่วงปี 2528 – 2529 เป็นต้นมา เริ่มมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามามากขึ้น ถนนข้าวสารจึงกลายสภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงเทพฯ ไป

Advertisement

Advertisement

นอกจากร้านค้า เสื้อผ้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง ข้าวสารยังซ่อนอะไรหลายๆ อย่างเอาไว้ รอให้นักท่องเที่ยวได้ค้นหา

วัดชนะสงคราม

สักการะพระประธาน วัดชนะสงคราม

เมื่อลงจากรถบนถนนจักรพงศ์ บริเวณปากทางถนนข้าวสาร ก็พบกับกำแพงวัดสีขาวยาวไปตลอดทาง หลังจากห่างหายไปนาน คงถึงเวลาที่จะสร้างบุญกุศลเสียหน่อย การเดินเท้าเข้าไปในบริเวณวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เพื่อสักการะองค์พระประธานปางมารวิชัยในอุโบสถเป็นเรื่องที่ไม่ลำบากมากนัก รวมไปถึงถวายสังฆทานเพื่อรับน้ำมนต์จากหลวงพ่อ สภาพวัดทั้งภายนอกและภายใน ยังมีความสมบูรณ์ เนื่องจากได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

Advertisement

วัดชนะสงคราม2

แต่เดิมวัดชนะสงคราม มีชื่อว่าวัดกลางนา เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จขึ้นครองราชย์จึงได้พระราชทานนามใหม่ว่า วัดตองปุ หลังจากนั้น สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงมีชัยชนะต่อพม่าในการรบทั้ง 3 ครั้ง จึงทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดตองปุแล้วถวายเป็นพระอารามหลวงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดชนะสงคราม”

ร้านค้า

ต่อปากต่อคำ กับร้านรวงหลากหลาย

ข้ามถนนมายังฝั่งข้าวสาร มองจากทางต้นซอย ยาวไปจนถึงท้ายซอย แหงนมองสูงขึ้นไปก็จะพบกับป้ายโรงแรม และเกสต์เฮ้าส์มากมายลายตา หลากหลายราคาตามแต่กำลังทรัพย์ของนักท่องเที่ยวให้เลือกพักอาศัย พื้นที่ริมสองข้างทางต่างถูกจับจองด้วยร้านค้าหลายประเภท เยอะที่สุดเห็นจะเป็นร้านขายเสื้อผ้า ที่มีตั้งแต่เสื้อผ้าราคาแพง ไปจนถึงเสื้อโหลทั่วไปราคาสุดแสนจะถูก ทั้งจะบิกินี่ กางเกงเล มากมายหลายสี ตั้งแซมด้วยร้านขายของพื้นเมือง เครื่องไม้ต่างๆ รวมไปถึงบริการ เช่น นวดเผื่อการผ่อนคลาย บริการขายตั๋วเดินทางต่างๆ เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

ผัดไท

ผัดไท+ปอเปี๊ยะ เสน่ห์ของเมืองไทยประจำตรอก

          เดินเที่ยวมาได้สักครู่ ท้องก็ร้องโครกครากเป็นสัญญาณเตือน เสียงตะหลิวเสียดสีกับกระทะดัง ‘เคร้ง คร้าง’ ประกอบกับกลิ่นที่หอมโชยมา ทำให้ผมยั้งใจไม่อยู่ เดินตามกลิ่นและเสียงไปทันที เมื่อเดินไปถึง ผมก็ต้องแปลกใจ ภาพชาวต่างชาติ ยืนรอคิวเพื่อซื้ออาหารพื้นๆ อย่าง “ผัดไท” คงจะมีให้เห็นได้ไม่มากนัก แต่กับที่นี่แล้ว ดูเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปมาก

ผัดไท2

“คนต่างชาติเขาชอบของแปลก อะไรที่ประเทศเขาไม่มี เขาจะสนใจเป็นพิเศษ อย่างเช่น ‘ปอเปี๊ยะ’ หรือ ‘ผัดไท’ ยิ่งช่วงเทศกาล ขายได้เกือบวันล่ะ 3,000 บาท ต่อวันเลยทีเดียว” ป้าปราณีต ปราบจะบถ เจ้าของร้านผัดไทแผงลอย เล่าให้ฟังขณะทำผัดไทให้ลูกค้าต่างชาติไปด้วย

ป้าประณีตเล่าให้ฟังอีกว่า ร้านของเธอเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ไม่มีปิด โดยจะมีคนขายมาสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ซึ่งทำให้เธอได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างมากมาย

ร้านอาหาร

ความบันเทิงยามค่ำคืน สีสันที่ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ

เมื่อสิ้นแสงอาทิตย์ แสงนีออนก็เข้ามาแทนที่ นาฬิกาชีวิตของผู้คนบนถนนข้าวสารยังไม่หยุดเดิน หลากหลายเชื้อชาติต่างทยอยกันมาที่ถนนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นชาวยุโรป ชาวเอเชีย หรือแม้แต่คนไทยเจ้าของประเทศเอง ต่างหลั่งไหลเข้ามาหาความสุข ผับ บาร์เบียร์ ร้านเหล้า เป็นอีกหนึ่งความสำคัญ ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวยามวิกาลแวะเวียนเข้ามา

ชาวยุโรป ตาสีฟ้า ผิวขาว ผมสีทองนั่งจิบเบียร์อยู่ในร้านแห่งหนึ่ง บนถนนข้าวสาร หน้าตาอิ่มเอิม มีความสุขด้วยเสียงเพลงยืนยันได้จากรอยยิ้มที่แสดงออกมาอย่างจริงใจ เสียงหัวเราะและการเต้นรำมีอยู่แทบตลอดทั้งคืน

ถนนข้าวสาร

บนถนนข้าวสารแห่งนี้ ยังมีเรื่องราวต่างๆ ที่น่าค้นหาอีกมากมาย เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสีสันน่าสนใจ รอให้คุณเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วจะรู้ว่า “เที่ยวเมืองไทย สนุกไม่แพ้ที่ใดในโลก” 

ที่มาข้อมูล https://th.m.wikipedia.org/wiki/ถนนข้าวสาร