นานแค่ไหน...ที่คุณไม่ได้ขี่จักรยาน...ห่างหายจากการสัมผัสสายลมปะทะใบหน้า...สัมผัสเสรีภาพและอิสรภาพที่โลดแล่นไปกับยานพาหนะสองล้อ...

ในชีวิตการทำงานที่หนักหน่วง ต้องทำนั่นทำนี่มากมาย ลองปลดปล่อยตัวเองออกจากปัญหาด้วยการหาโอกาสไปย้อนทบทวนกันดีกว่า

ผมขอแนะนำสถานที่สำหรับปั่นจักรยานในกรุงเทพ อยู่ไม่ไกลจากสวนจตุจักร เข้าได้หลายทาง ถ้ามาจากสวนโมกข์กรุงเทพฯ จะใกล้สุดแค่เดินออกจากสวนโมกข์แล้วเลี้ยวซ้ายเดินตรงมาเจอทางแยกแรกให้เลี้ยวซ้ายเดินตรงไปเรื่อยๆ ไม่เกินแปดร้อยเมตร ก็จะพบกับโบกี้รถไฟอันเป็นสัญลักษณ์และเป็นที่มาของชื่อสถานที่นี้ “สวนรถไฟ” ครับ

โบกี้รถไฟ

เดินผ่านโบกี้รถไฟสีดำซึ่งตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือมาจะเจอทางเข้าสู่สวนรถไฟ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะของคนกรุงเทพฯ หรือมีชื่อทางการว่า สวนวชิรเบญจทัศ สถานที่แห่งนี้เป็นสวนที่มีต้นไม้สองข้างทาง มีทางเดินและทางจักรยานให้ผู้คนได้ออกกำลังกายทั้งเดิน วิ่ง หรือจะปั่นจักรยานสัญจรไปมา รวมถึงทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อื่นๆ เช่น นั่งพักผ่อนอ่านหนังสือ นั่งฟังเพลง ถ่ายรูป กระโดดเชือก เป็นต้น และยังมีสวนพฤกษศาสตร์ อุทยานผีเสื้อและแมลง กรุงเทพฯ ด้วย

Advertisement

Advertisement

ขั้นตอนต่อไปคือ ยืมจักรยานที่ให้เช่ากันก่อน ซึ่งจะอยู่ทางขวามือ เดินตรงไปผ่านที่จอดรถและมีร้านค้าคล้ายตลาดเล็กๆ ขายของกินเรียงรายก่อนจะไปสิ้นสุดที่ร้านเช่าจักรยาน แวะเติมพลังก่อนปั่นก็ได้ หรือปั่นเรียกเหงื่อเผาผลาญพลังงานในตัวให้ออกก่อนค่อยมาเติมอาหารการกินก็ดีไปอีกแบบ

จักรยานที่ให้เช่า ก็มีหลายขนาด มีทั้งขนาดเด็ก ขนาดผู้ใหญ่เลือกเอาตามสบาย คิดค่าเช่าต่อวัน คันละ 20 – 30 บาท มีข้อแม้อย่าปั่นนานเกิน 19.30 น. ล่ะ เพราะเขาจะปิดร้านแล้วที่สำคัญต้องแลกบัตรประชาชนคืน เพราะตอนยืมเขาจะยึดไว้เป็นหลักประกัน 

Advertisement

Advertisement

จักรยานเช่า

ผมห่างหายจากการปั่นจักรยานหลายปี เมื่อได้มารื้อฟื้นที่สวนรถไฟนี้ ก็เหมือนได้ฉีกกรอบตนออกมา...เพราะหนึ่ง คุณต้องปรับตัวให้เข้ากับจักรยานที่เช่ามา ฉะนั้นควรเลือกจักรยานที่อยู่ในสภาพที่ดี ลองก่อนตอนจะยืม เพื่อจะปั่นกันมันๆ ยาวๆ ได้

สอง สิ่งที่ต้องปรับตัวคือ หนทางที่คดเคี้ยวผ่านต้นไม้ใหญ่บ้าง บางช่วงเลี้ยวหักศอก ก็ค่อยๆ ปั่นไปสนุกและท้าทายดี พอผ่านรอบแรก รอบที่สอง ก็ค่อยๆ คุ้นชินเร่งความเร็วได้มากขึ้น แต่ต้องระมัดระวังด้วย เพราะมีคนออกกำลังกายที่ใช้ทางร่วมกับเรา และมีเด็กร่วมปั่นด้วย จึงเป็นความสนุกและท้าทาย...บางช่วงผมก็ปั่นไปผ่านทิวทัศน์แสงสีธรรมชาติกำลังสวย เหลือบมองข้างหลังไม่มีใครปั่นตามมา ก็ชะลอรถจอดลงไปถ่ายรูป บ้างก็ขี่วนเวียนตรงเส้นทางที่รู้สึกว่าสนุกและท้าทายซ้ำๆ หลายรอบ

Advertisement

Advertisement

ต้นไม้สองข้างทาง

วันนั้น ผมปั่นไปประมาณสี่รอบได้ เรียกเหงื่อได้ชุ่มแผ่นเสื้อทีเดียว แต่ละรอบมีระยะทาง 2.7 กิโลเมตร ทุกรอบที่ปั่น รู้สึกตัวเองกำลังเป็นอิสระจากทุกสิ่ง กำลังเล่นกับความเร็ว กำลังสนุกกับสายลมที่ปะทะใบหน้าลำตัว คล้ายกับนกที่กำลังโบยบินอยู่กลางอากาศ แต่ตัวผมโลดแล่นกลางสายลมด้วยสองล้อที่แล่นฉิวบนพื้นดิน...

แวะเวียนไปใช้บริการที่สวนรถไฟได้ เปิดตั้งแต่ 05.00 – 21.00 น.  คนที่ตื่นเช้าก็มักจะมาเดินมาวิ่งกัน มาสูดอากาศดีๆ เป็นปอดของคนกรุงเทพ มาออกเรี่ยวออกแรงเพื่อให้ร่างกายแข็งแกร่ง ได้เติมพลังทั้งกายและใจ ได้ปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระ...ได้ทำอะไรสนุกด้วยหัวใจที่เป็น “นกเริงร่า” อีกครั้ง สนุกไม่มีวันลืม!