ต่อจากตอนที่แล้ว ลาวในความทรงจำ#3

ข้าพเจ้ามาถึงหนองคายในเวลาที่ช้า หลังเดินทางผ่านด่านข้ามแดนสู่เวียงจันทน์จึงพลาดรถ VIP ไปหลวงพระบาง จึงทำให้ยังคงอยู่ในเวียงจันทน์จนกว่าจะเดินทางในวันรุ่งขึ้น

เมื่อลงมาจากประตูชัย ข้าพเจ้าเอ่ยกับโชเฟอร์ที่นั่งรออยู่บริเวณที่จอดรถด้วยท่าทางอิดโรย และสีหน้าชวนสงสารว่า "ร้อนและหิวมาก" เนื่องด้วยตั้งแต่เมื่อคืนที่ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ จนเวลาขณะนี้เที่ยงกว่า ยังไม่มีอะไรลงท้องเลยนอกจากน้ำเปล่าขวดละ 3,000 กีบ (ซื้อที่ปั๊มน้ำมันขณะที่แท็กซี่แวะเติมน้ำมัน) โชเฟอร์ยิ้มแหะๆ พร้อมกับบอกว่า เขาก็หิวเหมือนกัน เขาจึงพาข้าพเจ้าไปตลาดเช้าที่อยู่ไม่ใกล้จากประตูชัยนัก ซึ่งตลาดแห่งนี้สามารถเดินทะลุไปยังสถานีขนส่งเวียงจันทน์เก่า ซึ่งให้บริการรถประจำทางสายตะวันออกและสายใต้ของลาว รวมทั้งรถโดยสารปรับอากาศระหว่างประเทศไทย-ลาว โดยรถจะออกทุก 1 ชั่วโมง ปลายทางที่สถานีขนส่งจังหวัดหนองคาย หลังจากได้เฝอคนละ 1 ชามกับเบียร์ลาวอีกคนละ 1 กระป๋อง ก็ออกเดินทางไปวัดทาดหลวง

Advertisement

Advertisement

เฝอชามโต อาหารพื้นถิ่น ภาพถ่ายโดย : ดวงจำปา (ผู้เขียน)

วัดธาตุหลวง พระธาตุขนาดใหญ่ สีทองอร่ามสูง 45 เมตร ล้อมด้วยพระธาตุองค์เล็กสีทองอีก 30 องค์ สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อ พ.ศ. 2109 โดยสร้างครอบองค์พระธาตุศรีธรรมโศก ซึ่งเป็นพระธาตุเก่าสมัยอาณาจักรศรีโคตรบอง ตั้งชื่อใหม่ว่า “พระธาตุโลกจุฬามณี” แต่ชาวลาวเรียก “พระธาตุหลวง” (พระธาตุใหญ่) และทุกวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปีจะมีงานบุญฉลองพระธาตุ โดยเริ่มจัดตั้งแต่วัน ขึ้น 13 ค่ำ - 15 ค่ำ เดือน 12

พระธาตุหลวง เวียงจันทน์ ภาพจาก https://th.wikipedia.org/wiki/พระธาตุหลวง#/media/ไฟล์:Pha_That_Luang_02.jpg

ด้านหน้าองค์พระธาตุหลวงจะมีอนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ซึ่งครองราชในช่วงเวลาเดียวกับสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ แห่งกรุงศรีอยุธยา และพระเจ้าบุเรงนองกษัตริย์ของพม่า มีพระราชมารดา คือ พระนางยอดคำทิพย์ ราชธิดาของพระเจ้าเชียงใหม่ โดยพระองค์ทรงครองราชอาณาจักรล้านนาและล้านช้าง มีความสัมพันธ์อย่างดีกับกรุงศรีอยุธยาเคยมีการร่วมรบสู้กับพม่าและได้มีการสร้างพระธาตุศรีสองรัก ระหว่างเขตแดนของทั้งสองอาณาจักร ปัจจุบันพระธาตุศรีสองรัก อยู่ในเขต อ.ด่านซ้าย จ.เลย เชื่อกันว่า หนุ่มสาวคู่ใดไปขอพรเกี่ยวกับความรักมักจะประสบผลสำเร็จทั้งสิ้น  

Advertisement

Advertisement

ชาวลาวทั้งที่เกิดในลาวหรือต่างประเทศต่างมีความเชื่อว่า ถ้าได้ชื่อว่าเป็นคนลาวมี 3 สิ่งที่ต้องทำ คือ 1. นมัสการ สรงน้ำพระบาง ที่หลวงพระบาง 2. นมัสการพระธาตุหลวง ที่เวียงจันทน์ และ 3. เดินทางขึ้นปราสาทวัดพู ณ ภูเกล้า ที่จำปาสัก และทั้ง 3 สถานที่ดังกล่าวล้วนเป็นเมืองหลวงของประเทศลาวในปัจจุบันและอดีต บางทีอาจจะเป็นการปลูกฝังไม่ให้ชาวลาวลืมอดีตของรากกำเนิดของตน ซึ่งข้าพเจ้าได้วางแผนเดินทางไปตามแม่น้ำโขงซึ่งไหลผ่านสถานที่ทั้งสาม ...หรือข้าพเจ้ามีเชื้อสายลาวมาแต่เดิม? ข้าพเจ้าย้อนมาถนนเชษฐาธิราช เพื่อไปวัดสีสะเกดเวลา 15.00 น. เพราะทางวัดเปิดให้ชมในเวลา 8.00-16.00 น.

Advertisement

Advertisement

วัดสีสะเกดสร้างขึ้นในสมัยเจ้าอนุวงศ์ เมื่อ พ.ศ. 2361 เป็นศิลปะผสมระหว่างล้านช้างกับรัตนโกสินทร์ และเป็นเพียงวัดเดียวที่ไม่ถูกเผาในปี พ.ศ. 2371 จากศึกนครเวียงจันทน์ ลักษณะเด่นของวัดนี้ คือ ตามผนังระเบียงที่ล้อมรอบสิมของวัดจะเจาะรูเป็นสามเหลี่ยมประดิษฐานพระดินเผาขนาดเล็กประมาณ 2,000 องศ์ ส่วนทิศตะวันตกของระเบียง เป็นที่รวบรวมพุทธวัตถุโบราณและ พระพุทธรูปที่ถูกทำลายใน พ.ศ. 2371 ด้านหลังสิมจะมีรางรดน้ำ รูปพญานาค งานไม้ควักแกะที่ฝีมือประณีตตามแบบศิลปะล้านช้าง โดยจะนำออกมาประกอบพิธีสรงน้ำในงานบุญสงกรานต์ ส่วนด้านที่วัดติดถนนล้านช้างจะมีหอไตร ใช้เก็บพระไตรปิฎก สร้างแบบศิลปะพม่าแสดงถึงการได้รับอิทธิพลหรือความสัมพันธ์กับพม่า ดังนั้น วัดสีสะเกดนี้จึงเป็นวัดที่มีศิลปะแบบ ผสมของลาว ไทยและพม่า นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้วัดนี้ไม่ถูกเผาทำลายในยามเกิดศึกสงครามที่เวียงจันทน์ 

วัดสีสะเกด เวียงจันทน์ ภาพถ่ายโดย : ดวงจำปา (ผู้เขียน)ภายในวัดสีสะเกด เวียงจันทน์ ภาพถ่ายโดย : ดวงจำปา (ผู้เขียน)ประตูโบสถ์ วัดสีสะเกด ภาพถ่ายโดย : ดวงจำปา (ผู้เขียน)หอไตร วัดสีสะเกด ภาพถ่ายโดย : ดวงจำปา (ผู้เขียน)

                เมื่อเดินออกทางประตูหน้าของวัดถนนเชษฐาธิราช ฝั่งตรงข้ามจะเป็นหอพระแก้ว สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2322 ในสมัยพระไชยเชษฐาธิราชเพื่อใช้เป็นวัดหลวงและประดิษฐานพระแก้วมรกต ต่อมาใน พ.ศ. 2371เกิดศึกสงครามใหญ่ระหว่างสยามกับเวียงจันทน์ มีการเผาทำลายวัดเป็นจำนวนมากรวมทั้งวัดพระแก้วจนเหลือแต่หอพระแก้วและมีการบูรณะซ่อมแซมใน พ.ศ. 2380-88

     สักพักใหญ่ข้าพเจ้าเดินทางไปเยี่ยมเยือนสหายเก่าท่านหนึ่งทางฝั่งตะวันออกของนครเวียงจันทน์ ประมาณหลักที่ 25 ระหว่างทางจึงแวะชมสุสานนักรบปฏิวัติ ที่เมืองไชทานี ก่อนเดินทางหาที่พักในตัวเมืองนครเวียงจันทน์

สุสานนักรบปฏิวัติ ภาพถ่ายโดย : ดวงจำปา (ผู้เขียน)ภายในสุสาน ภาพถ่ายโดย : ดวงจำปา (ผู้เขียน)

                เสร็จสิ้นการเดินทางของวันนี้ด้วยอาหารแบบชาวเวียงจันทน์ที่ร้านค้าใกล้ๆ ที่พัก ซึ่งโชเฟอร์แนะนำว่ามีอาหารแบบเวียงจันทน์ให้ลิ้มลอง ข้าพเจ้าเลือกแกงอ่อมลาว ไก่ปิ้ง หมกปลาฟอก (ห่อหมกปลาบด) ข้าวเหนียวจากกระติ๊บ ปั้นเป็นก้อนพอดีคำ จิ้มหมกปลาฟอกพอติดเศษเนื้อปลาเข้าปาก รสชาติเผ็ดเล็กน้อย หอมกลิ่นมะพร้าวอ่อน รู้สึกหวานๆ อร่อยแปลกๆ นั่งแท็กซี่เดินทางกับพี่โชเฟอร์มาทั้งวันมาทราบชื่อตอนเบียร์ลาวขวดที่ 2 หมดไป... 

                เรานั่งสนทนากันนานจนเบียร์หมดไปหลายจึงเลิกรากัน ข้าพเจ้าเรียกเจ้าของร้านมาไล่เงิน (คิดเงิน) ในขณะที่อ้ายคำคำนวณราคาและหารเงินกับข้าพเจ้า ครั้นบอกว่าข้าพเจ้าออกให้เขาก็ไม่ยอม เพราะบอกว่ากินด้วยกัน เมื่อเจ้าของร้านมาคำนวณก็ได้ราคาตรงกับที่คิดไว้ หลังจากนั้นอ้ายคำก็ขับแท็กซี่ไปส่งข้าพเจ้าถึงที่พักใกล้สถานีรถประจำทางเต้ 2

กรุณาติดตาม ลาวในความทรงจำ#5