มีเรื่อง Surprise ได้ตลอดในช่วงที่ฝึกงาน นี่ก็เข้าเดือนที่ 2 แล้ว แต่ก็ประมาทไม่ได้อยู่ดีแหล่ะ หลายคนคงได้ยินเรื่องเชื้อไวรัสโคโรน่ามาหลายสำนักบ้างแล้ว อย่างที่ทุกคนเข้าใจก็คือเป็นไวรัสที่แพร่มาจากอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดการระบาดก่อนที่จะขยายกันเป็นวงกว้าง ไม่ว่าไปที่ไหนจะกลายเป็นที่ระแวง โดยเฉพาะคนจีนที่มาประเทศไทย คนไทย คนต่างชาติที่กลับมาจากจีน แม้กระทั่งผู้ที่ไปจีนในขณะนั้น จึงต้องมีการเฝ้าระวังการติดเชื้อเป็นพิเศษ ในขณะเดียวกัน ความเชื่อเรื่องไวรัสนั้นก็มีทั้งความเชื่อที่ถูกและผิดปะปนกัน

TemCredit pic : https://pixabay.com/images/search/coronavirus/

ความรุนแรงของโรคนี้เทียบเท่ากับโรคซาร์ส(SARS) ที่ทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบซึ่งรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ แม้ที่มาจะเป็นที่เดียวกันก็คือ เกิดขึ้นที่ประเทศจีน และการรับประทานอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น ค้างคาว ก็มีโอกาสได้รับเชื้อมากเช่นกัน แต่จะว่าไปติดจากค้างคาว ติดจากคนจีนก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเสมอไปนัก เพราะปัจจัยที่ทำให้เกิดไวรัสตัวนี้ขึ้น คงหลีกไม่ได้ว่า...สุขอนามัยก็มีส่วนเช่นกัน

Advertisement

Advertisement

 

เราปฏิเสธไม่ได้ว่า การระบาดของโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ยังต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในทุก ๆ ชีวิตประจำวันของแต่ละคน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าจะต้องอยู่ในโซนเสี่ยง ไม่ว่าจะคนทำงานประจำ คนทำงานนอกเวลา พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในจุดเสี่ยง แม้กระทั่งเด็กฝึกงานเช่นกัน ที่ต้องไปมาในบางพื้นที่ บางคนโชคดีไปที่ไม่ได้ฝึกงานแถวนั้น


วิธีฝึกงาน ดูแลตัวเองให้ปลอดโคโรน่าไวรัส

1.  ไปไหนมาไหนควรใส่หน้ากากอนามัย

...Credit pic : https://www.canva.com/n95mask

Advertisement

Advertisement

- คนที่ทำงานก่อสร้าง หรือทำงานในที่เสี่ยง ๆ ควรใส่หน้ากาก N95 หรือหน้ากากสำหรับป้องกันจากการทำงานโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ควรเพิ่มเติมโดยการสวมเสื้อผ้าที่รัดกุม มิดชิด เพื่อระวังสิ่งแปลกปลอมเข้ามา เช่น กรณีทำงานเกี่ยวกับซีเมนต์ ควรใส่ชุดป้องกัน สวมบู๊ท หรือรองเท้าพื้นหนา ๆ เพื่อความปลอดภัย

- คนวัยทำงาน เด็กฝึกงาน แนะนำว่าใส่แบบ N95 เพราะหน้ากากนี้ นอกจากจะเป็นหน้ากากที่ป้องกันฝุ่น PM 2.5 แล้ว ด้านสีป้องกันสารคัดหลั่ง สิ่งสกปรก ฝุ่นละอองที่มากับอากาศที่หายใจเข้าออกได้มากกว่าหน้ากากอนามัยแบบ Surgical Mask (หน้ากากธรรมดาที่หมอ พยาบาลใส่กัน) แต่ตอนนี้ถ้าสั่งไว้ ณ ตอนนี้ ควรมีสำรองไว้บ้างก็ดี

- น้องนักเรียนใส่หน้ากากอนามัยแบบธรรมดาก็ได้ใส่ตอนไปเรียนจะได้ป้องกันทางเดินหายใจได้บ้าง ถึงไม่กันเท่า N95 ก็เถอะ เพราะหน้ากากเริ่มขาดตลาดแล้ว ถ้ามีก็ใส่เห๊อะ...ขอร้องงงงงง

Advertisement

Advertisement

2. ล้างมือด้วยสบู่เหลว

Liquid soapCredit pic : https://www.canva.com/handwash

อันนี้ทุกช่วงวัยเลย ไม่ว่าจะพนักงานออฟฟิศ นักเรียน เด็กฝึกงาน หรือไปที่ไหนก็ตาม เรื่องมือไม่ควรละเลย ล้างด้วยสบู่เหลวดีกว่าสบู่ก้อน เนื่องด้วยสบู่ก้อนสะสมเชื้อโรคมากกว่าสบู่เหลว จึงควรใช้สบู่เหลวจะดีกว่า คนใช้ต่อจะได้ไม่ลำบาก เวลาล้างมือควรล้างก่อน-หลังทานอาหาร และเวลาก่อน-เข้าห้องสุขาทุกครั้ง เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกของมือและเพื่อป้องกันโรคทางเดินอาหารได้อีกด้วย กรณีคนทำงานเสี่ยง ๆ เช่น ทำงานก่อสร้าง เมื่อกลับถึงที่พักควรอาบน้ำทันที เสื้อผ้าควรซักให้สะอาด เพื่อลดการหมักหมม

3. พกเจลไว้บ้างก็ดี

GelCredit pic : https://pixabay.com/images/search/alcohol%20gel/

- ผู้ปกครองหามาให้ลูกหลานก่อนไปเรียนได้ แม้แต่เด็กฝึกงาน พนักงานออฟฟิศควรมีติดตัวไว้ มือเป็นสิ่งที่จับตลอดเวลา อาจจะติดสิ่งแปลกปลอมเข้ามา เจลอนามัยหรือ Alcohol Gel อาจจะมีแบบหลอดพกพาง่ายสะดวก หรือแบบขวดปั๊มไว้ในหอพัก จะใช้ในกรณีต้องการล้างมือยามฉุกเฉิน เช่น ล้างมือช่วงที่แถวนั้นไม่มีน้ำล้าง หรือล้างมือระหว่างไปภาคสนาม จะได้ไม่อมเชื้อมาก

- คนที่ทำงานเสี่ยง ๆ ตามที่กล่าวถึง ควรใส่ถุงมือนิรภัยเพื่อป้องกันอันตราย และป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่มาจากการทำงาน

4. ทุกเช้าควรทานวิตามินซี

....Credit pic : https://pixabay.com/images/search/supplement/

อันนี้ทุกคนทานได้ และถ้าทานทุกวันจะดีมาก เนื่องด้วยวิตามินซีเป็นวิตามินละลายในน้ำ จะต้องเสริมตลอดเวลา วิตามินซีหาซื้อได้ตามร้านขายยา หรือทานผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น ส้ม เสาวรส ในช่วงเร่งรีบ หรือกินไม่พอ ควรทานวิตามินซีหลังอาหารเช้าวันละ 1-2 เม็ดเพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน ป้องกันโรคหวัด ทานในปริมาณ 1,000 mg จะดีที่สุด

5. ทานอาหารปรุงสุก

777Credit pic : https://pixabay.com/images/search/cooking/

บางทีเชื้อโรคมักจะมากับอาหาร ไม่ว่าจะปนเปื้อน หรือจะสกปรกด้วยภูมิอากาศ ณ ตอนนั้น การทานอาหารปรุงสุกจะช่วยลดการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี และปลอดภัยต่อระบบทางเดินอาหารด้วย เวลาจะกินอะไรระวังอย่าตามใจมากเกิน เพราะเราไม่รู้ว่า ถ้าเรากินอะไรผิดสำแดง จะมีผลเสียต่อสุขภาพ ฉะนั้นเวลาทำอาหารในหอพักควรรักษาความสะอาดให้มาก ๆ หรือซื้อกินก็ควรดูกรรมวิธีคนที่ทำอาหารว่าเขาทำอาหารสะอาด ปรุงสุกไหม เราจะได้มั่นใจว่ามันสะอาดจริง ๆ หรือเวลาทานอาหารควรใช้ช้อนกลางเวลาตักอาหาร

6. คนวัยทำงานอย่าลืมตรวจสุขภาพ

++++Credit pic : https://www.thaihealth.or.th

อันนี้สำหรับวัยทำงาน ไม่ว่าจะออฟฟิศหรือในโรงงาน หรือแม้กระทั่งทำงานก่อสร้าง ควรจะทำข้อนี้อย่างมาก ถ้าเด็กฝึกงานอยากจะตรวจก็ไม่ว่ากัน

- คนที่ทำงานทุกคนจะต้องตรวจสุขภาพประจำปี ไม่ใช่แค่ดูค่าเลือด หรือดูค่าอื่น ๆ อย่างเดียว เพื่อดูว่ามีพาหะของไวรัสนี้อยู่ไหม จะได้ประเมินความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ

- ในโรงงานควรจะประเมินด้านสุขภาพคนงาน ไม่เพียงแค่ทดสอบสมรรถภาพในพนักงานเท่านั้น ควรประเมินสุขภาพของพนักงาน (ถ้าบริษัทเปิดให้ตรวจสุขภาพ ก็ลุยโลดไปเลย นี่คือสิทธิ์ที่ควรได้) และควรประเมินการตรวจบริษัทด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อสุขภาพพนักงานทุกคนว่าทำงานแล้วจะต้องได้รับความปลอดภัยไม่ว่าอะไรก็ตาม เราต้องมีการใช้เครื่องมือร่วมกันในแผนกอย่างจริงจัง และการป้องกันสารเคมี หรือสารคัดหลั่งจากการไอ จามระหว่างกัน

- นำหลัก 5 ส. เช่น สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนิสัย มาใช้ในองค์กร โรงเรียน มหาวิทยาลัย รวมทั้งที่ทำงาน

7. สำหรับเด็กฝึกงาน...หลีกเลี่ยงที่แออัด ไม่จำเป็นอย่าใช้ของร่วมกัน

PilCredit pic : https://www.pexels.com/search/medicine/

- ข้อนี้เป็นข้อสำหรับเด็กฝึกงาน เพราะเรามาใหม่ยังไม่รู้อะไรมากเท่าคนที่อยู่ประจำ หลายคนต้องปรับตัวเข้ามาอยู่ในสถานที่แออัด ชุมชนที่มีเขตก่อสร้าง หรือชุมชนที่มีสุขลักษณะที่ไม่ดี เช่น ขยะตามเขตชุมชน มลพิษทางอากาศ ใกล้เขตที่เป็นโซนสีแดง (โซนที่ยังเฝ้าระวังการระบาด) เขตที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะ หรือใกล้เขตที่มีการจราจรติดขัด เลี่ยงได้คือเลี่ยง ไม่จำเป็นอย่าไปเขตนั้นเลย หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้ใส่หน้ากากอนามัยป้องกันมลภาวะที่จะมากับทางเดินหายใจ

- ถ้ากรณีป่วย หรือเป็นคนที่มีภูมิแพ้ง่าย ไม่ควรใช้ของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ จานชาม ของใช้ส่วนตัว แม้กระทั่งยาสามัญประจำห้องของตนเอง หรือบางรายอาจใช้รักษาโรคบางชนิดเกี่ยวกับโรคที่เป็น ควรมีเป็นของตัวเอง อย่าไปใช้ร่วมกับใครเด็ดขาด

 ...Credit pic : https://www.pexels.com/search/insurance/

- กรณีฝึกงานอยู่ต่างจังหวัด สิทธิ์ที่ควรเตรียมคือสิทธิ์บัตรทอง 30 บาท ในกรณีที่รับการรักษา หรือรับเวชภัณฑ์ในโรงพยาบาลรัฐ หรือถ้ากรณีมีประกันสุขภาพกลุ่ม ซึ่งทางคณะหรือทางเอกที่เรียน ทำประกันสุขภาพกลุ่มสำหรับนิสิต/นักศึกษา จะใช้ประกันเป็นแบบรายปี สามารถเช็คสิทธิ์ของบริษัทประกันภัยนั้น ๆ ว่าอยู่ใกล้โรงพยาบาลที่อยู่ในเครือของประกันชีวิตหรือไม่ (ส่วนมากโรงพยาบาลในเครือของประกันชีวิตจะเป็นเอกชนส่วนใหญ่) ควรเตรียมไว้ก่อนฝึกงานเพราะยามฉุกเฉินจะสามารถนำมาใช้ได้ทันท่วงที จะได้ไม่หนักทางค่ารักษาพยาบาลมาก


นี่คือเคล็ดลับในการรับมือระหว่างฝึกงาน สามารถแนะนำหรือนำไปใช้ในชีวิตประจำได้เลย ทั้งนี้ก็เป็นประสบการณ์ในการรับมือ ระวังตัวจากไวรัสโคโรน่าที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ฝึกงานอย่างมีความสุข ไร้อุปสรรคนะคะ