คนไทยเรามีความเชื่อเกี่ยวกับกุมารทอง บางครั้งเราก็คิดว่าอยากจะลองนำมาบูชาบ้าง แต่ด้วยหลายๆอย่างทำให้เราไม่คิดที่จะนำมาบูชา แต่ใช่ว่าเราจะไม่เคยเจอประสบการณ์จะกลับกุมารทอง

                สมัยที่ยังเป็นเด็กแม่เราจะวางหิ้งไว้สำหรับบูชากุมารทอง  ไว้ในห้องนอนของบ้าน แม่มักจะซื้อของเล่นเครื่องประดับมาสับเปลี่ยนให้เสมอ และจะมีการซื้อของถวายเปลี่ยนให้ทุกวัน เช่น น้ำแดงและขนม

                 ตอนที่แม่เรานำกุมารทอง มาบูชาวันแรกแม่เราบอกว่าจะพาเพื่อนมาอยู่ด้วยนะ ถ้าเห็นอะไรไม่ต้องตกใจแต่ตอนที่แม่เรายังมีชีวิตอยู่เราก็ไม่เคยพบเจอหรือได้ยินเสียงของกุมารทองเลย เราไม่สามารถเลือกหรือมองเห็นสิ่งลี้ลับได้มันจะเห็นเองโดยที่เราบังคับไม่ได้

เณร

                 หลังจากแม่เราเสียชีวิต ก็ไม่มีใครดูแลหิ้งตรงนั้นต่อ เพราะว่าพวกเรากำลังอยู่ในความเศร้าของการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต 

Advertisement

Advertisement

                  หลังจากนั้นไม่นานเราก็มักจะได้ยินเสียงฝีเท้าเด็ก เสียงกระพรวนข้อเท้าของเด็กในห้องนอน เป็นประจำบางครั้งเสียงนั้นก็ล้อมรอบตัวเรา เดินตามเราบ้าง มาวิ่งเล่นใกล้ๆเราบ้าง พอเรามองไปรอบกายก็ไม่เห็นมีใครอยู่ในห้องนอนนอกจากเราคนเดียว .        

               ครั้งหนึ่งตอนเรานอนอยู่เราได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กดังอยู่ใกล้ๆ มันชัดเจนจนเราต้องตื่นขึ้นมาดู แต่พอเราลืมตาขึ้นและเวลามองรอบตัวก็ไม่มีใครมีแต่เราอยู่คนเดียว

เตียง

               ผ่านไปอีกไม่นานเสียงฝีเท้าหรือเสียงหัวเราะเด็กก็ไม่มีอีกเลย เรายังแปลกใจว่าทำไมเราถึงไม่ได้ยินเสียงเหล่านั้นอีก  เราสงสัยจึงปีนขึ้นไปดูตรงหิ้งพระปรากฏว่าเหลือแต่หิ้งพระที่ว่างเปล่า เราจึงไปถามพ่อว่าของที่อยู่บนยิ่งพระหายไปไหน พ่อตอบเราว่าท่านเอาไปไว้ที่วัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  เราเลยเข้า ใจเหตุผลที่เสียงแล้วนั้นเงียบไป

Advertisement

Advertisement

               เรามักจะพบเห็นสิ่งลี้ลับที่มารูปแบบแตกต่างกัน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าทำไมเราถึงเห็นไม่เหมือนกันในแต่ละครั้งเลย สำหรับเราแล้วเราเชื่อว่ากุมารทองมีจริงนะเพราะเราเคยพบมากับตัวเอง แล้วเพื่อนเพื่อนเชื่อหรือไม่ว่ากุมารทองมีจริง