ทุก ๆ คนล้วนฝันกันทั้งนั้น บางคนฝันว่าตัวเองเป็นนักรบสมัยโบราณ บางคนฝันว่าว่ายน้ำอยู่บนฝากฟ้า บางคนฝันถึงชีวิตประจำวัน (ตื่นนอน แปรงฟัน ทานข้าว) ไม่ว่าจะฝันถึงอะไรก็ตาม เราต่างใช้เวลาส่วนหนึ่งของชีวิตไปกับการนอน บางคืนฝันบ้างไม่ฝันบ้างก็มี แต่บ่อยครั้งที่เราจะไม่สามารถจำรายละเอียดของความฝันนั้นได้

มีใครเป็นเหมือนเราบ้างไหม ตอนที่สะดุ้งตื่นจากฝันมา เนื้อเรื่องของความฝันมันก็ยังอยู่ในหัวนะ แต่พอผ่านไปไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ มันก็หายไป ลอยกลับสู่โลกแห่งความฝันอย่างเคย จะกลับไปนอนต่อเพื่อเข้าฝันใหม่ ก็ไม่ได้ผล...

Wake Up from Pxfuel


หลายปีที่เราปล่อยให้เจ้าความทรงจำมันหายไปเรื่อย ๆ เราก็เลยตัดสินใจค้นหา "How To" จากเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น "วิธีการจำความฝัน" "วิธีฝันให้นาน" และจากนั้นก็ไปค้นหาเรื่อง "Lucid dream" อ่านว่า ลูซิดดรีม ซึ่งก็คือ สภาวะที่เรารู้ว่าเรากำลังฝันอยู่ เมื่อพูดถึงเรื่องความฝัน ทฤษฎีนี้ต้องมาคู่กันเสมอ

Advertisement

Advertisement

จากข้อมูลที่เราได้อ่าน ๆ มา ขั้นตอนแรกที่จะช่วยให้เราจดจำความฝันได้ดีก็คือ Dream Journal (สมุดจดฝัน หรือ ไดอารี่แห่งความฝันนั้นเอง) ในเนื้อหาของไดอารี่อาจจะรวมถึง ฝันกลางคืน หรือ ฝันกลางวันก็ได้

ซึ่งทำให้เรานึกถึงภาพยนตร์อเมริกันเรื่องหนึ่งที่ชื่อว่า "Sharkboy and Lavagirl" (2005) เอาไว้ว่าง ๆ จะมาเขียนรีวิวให้อ่านทีหลังนะคะ

Dream from Pxfuelจากการอ่านเว็บไซต์ "Lucid Dream Society"[1]
การจดบันทึกฝันมีประโยชน์หลายอย่างมาก เช่น:

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการจำ
  • ลดการฝันร้าย
  • ช่วยให้เราเป็นคนช่างสังเกต

- การจดบันทึกอยู่เป็นทุกวัน อาจจะสร้างนิสัยลอบคอบให้กับเราก็เป็นไปได้

  • ช่วยสำรวจจิตใต้สำนึกของเรา

- การที่เราฝันมันอาจจะบ่งบอกถึงความปรารถนาที่เรามีอยู่ลึก ๆ อย่างเช่น ถ้าเราฝันถึง งานแต่ง อาจจะหมายถึงว่า เรามีปัญหาเรื่องการผูกผันหรือกังวลถึงความเป็นอิสระ แต่บางทีก็อาจจะหมายถึงว่าเราตื่นเต้นกับการแต่งงาน♡

Advertisement

Advertisement

  • อีกทั้งยัง เสริมความคิดสร้างสรรค์

- การบันทึกความฝันอาจเพิ่มทักษะการจินตนาการก็เป็นไปได้ อย่างภาพยนตร์เรื่อง อินเซ็ปชั่น (Inception 2010) ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ที่ได้แรงบันดาลใจจากสภาวะ lucid dream

Journal from Pxfuelเราเริ่มจดบันทึกฝันครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 เดือนพฤศจิกายน ปีค.ศ. 2017 ฝันที่ฝันไปมันคือเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าที่สามารถแปลงร่างโดยที่เสื้อผ้าไม่ฉีกขาด ยังคงสภาพเดิมไว้ได้ (คล้าย ๆ the Hulk เว้นแต่ว่าสวมทั้งเสื้อ กางเกง และรองเท้า) เป็นฝันที่ไร้สาระมาก ๆ แต่ก็จดไว้ จนถึงวันนี้ก็ยังจำได้คล้ายกับว่าพึ่งฝันไปเมื่อคืนนี้เอง จากนั้นเดือนถัดไปเราก็เริ่มเขียนทุก ๆ ความฝัน ผ่านไปสักพักก็เริ่มขี้เกียจ เลยตัดสินใจเขียนแต่ความฝันที่สนุกและน่าจดจำเท่านั้น

Advertisement

Advertisement

การเริ่มเขียน Dream Journal มีหลากหลายวิธี เราสามารถเริ่มโดย เขียนใส่กระดาษฉีกทั่ว ๆ ไป สมุดบันทึก สมาร์ทโฟน หรือแล็ปท็อปก็ได้ จะบันทึกเสียงก็ได้ด้วยซ้ำ แต่วิธีที่ดีที่สุดก็คงต้องเป็น การเขียนลงในสมุดบันทึกด้วยปากกาหรือดินสอหลังจากการตื่นนอนมา

ตอนเช้า ๆ เราอาจจะยังรู้สึกงัวเงียอยู่ แสงจากโทรศัพท์หรือแล็ปท็อปจะทำให้เราเสียสมาธิในการเขียนได้ หากเรานอนอยู่ในห้องที่มืด

แต่คนส่วนใหญ่ต้องไปทำงานกันในตอนเช้า ดังนั้นมันอาจจะเร็วกว่า ถ้าเปิดแอพฯ จดบันทึกบนโทรศัพท์ ตัวผู้เขียนเองก็ยังใช้โทรศัพท์บันทึกเลย เราสามารถเลือกวิธีการที่ดีและสะดวกที่สุดสำหรับเราได้

เคล็ดลับที่สำคัญก็คือ เราต้องไม่เขียนเป็นรูปประโยคยาว ๆ เขียนให้สั้น ๆ เขียนด้วยตัวอักษรย่อ เขียนแต่คำสำคัญ ๆ ถ้าเป็นไปได้เราสามารถวาดรูปเป็นตัวช่วยแทนตัวอักษรก็ได้ แล้วแต่ความถนัดของเรา


ตัวผู้เขียนเองมักจะเริ่มต้นด้วยตัวละครหรือผู้คนในฝัน จากนั้นก็จะเป็นจุดพีคของเรื่อง (climax) เหตุการณ์อะไรในความฝันที่โดดเด่นสุด ๆ ต่อด้วยสถานที่ และถ้าเป็นไปได้ บทสนทนาหรือคำพูดต่าง ๆ จากความฝัน

My dream journalเราล้วนเขียนข้อมูลทุก ๆ อย่างเป็นหัวข้อย่อย ๆ ก่อน พอมีเวลาหรือหลังที่ตาสว่าง ก็จะตรวจสอบเนื้อเรื่อง เขียนให้เป็นประโยคสวย ๆ น่าอ่าน ราวกับว่ากำลังเล่าให้เพื่อนฟัง (ปกติจะเขียนวันที่กำกับไว้เพราะว่าเรามักจะมาเขียนใหม่อีกทีตอนที่ว่างจริง ๆ ซึ่งก็ผ่านจากวันที่ฝันไปแล้วหลายวัน 555)

หลังจากใช้เวลานานกว่า 2 ปีในการจดบันทึกฝัน เราสังเกตได้ว่า ฝันที่ฝันไปมันควบคุมง่ายกว่าเดิม วิ่งได้เร็วเหมือน Usain Bolt ต่อสู้ราวกับ Jackie Chan เข้าสิง แถมยังปลุกตัวเองขึ้นมาโดยอัตโนมัติตอนที่ฝันร้ายอีกด้วย!

นอกจากนี้แล้วเราได้ไปเจอโพสต์หนึ่งบน Reddit ที่ถามกันว่า "ทำไมเราถึงไม่ค่อยเห็นโทรศัพท์มือถือในฝันทั้ง ๆ ที่เราใช้มันอยู่ทุกวัน" ตัวนักเขียนเลยเกิดความสงสัยมาก เพราะทางนี้ก็ไม่เคยฝันถึง จึงลองถามเพื่อน ๆ ว่าเคยฝันเห็นโทรศัพท์ตัวเองกันบ้างไหม ประมาณ 90% ตอบกันว่าไม่เคย

คืนนั้นเราเลยลองสะกดจิตตัวเองให้ฝันถึงมือถือเรา และแล้วเราก็ฝันถึงโทรศัพท์เราได้สักที! ไม่ใช่แค่เห็นแวบ ๆ เหมือนเพื่อนๆอีก 10% แต่สามารถจับหยิบได้สบาย ๆ เลย


แล้วคุณผู้อ่านเคยฝันเห็นถึงมือถือตัวเองกันบ้างไหม แล้วฝันกันเป็นสีหรือขาว-ดำกัน คอมเมนต์คำตอบกันได้เลยนะคะ

หลังจากที่ได้อ่านบนความนี้ หวังว่าผู้อ่านจะมีแรงบันดาลใจ เขียนบันทึกฝันกับเรา

ฝากติดตามบทความต่อไปด้วยนะคะ!♡


1. Lucid Dream Society


Credit: ขอขอบคุณรูปภาพสวย ๆ จากเว็บไซต์ Pxfuel นะคะ

รูปปกจัดทำโดยนักเขียนเอง จากแอพฯ PicsArt

รูปประกอบ 1

รูปประกอบ 2

รูปประกอบ 3

รูปประกอบที่ 4 นำมาจากแอพฯ จดบันทึกของผู้เขียนเอง