พิธีกรรมกับสังคมมนุษย์เป็นสิ่งที่ยึดโยงกันอย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่สมัยบรรพกาล ตั้งแต่ที่บรรพบุรุษของมนุษย์อยู่รวมกันเป็นหมู่บ้าน ความเชื่อที่มีต่อธรรมชาติจึงเริ่มเกิดขึ้น เพราะในสมัยนั้นมนุษย์เชื่อว่าทุกสรรพสิ่งบนโลกเกิดจากการบันดาลของธรรมชาติ และด้วยการก่อตัวของสังคมเกษตรกรรม ทำให้มนุษย์ต้องคิดค้นพิธีกรรมเพื่อบูชาธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรมการบูชาต่อพระอาทิตย์ การบูชาฝนฟ้าอากาศ และที่สำคัญที่สุดคือ การบูชาแม่น้ำ

Ganges riverรูปภาพโดย Balouriarajesh : Pixabay

แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาหลายสหัสวรรษ แต่ยังมีอีกพื้นที่หนึ่ง ยังคงมีพิธีกรรมของชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำ นั่นคือ เมืองพาราณสี รัฐอุตรประเทศ อินเดีย แน่นอนว่าสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวเมืองพาราณสีคือ แม่น้ำคงคา (Ganges River) หลายคนยกให้เมืองพาราณสีเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความเชื่อของศาสนาฮินดูที่เข้มข้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ทำเลที่ตั้งของเมืองที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา ทำให้สายน้ำแห่งนี้เป็นแหล่งอุปโภคบริโภค เป็นสายน้ำแห่งชีวิตและจิตวิญญาณ ผูกผันกับชาวฮินดูอย่างแนบแน่นจนแยกไม่ออก

Advertisement

Advertisement

ต้องเล่าก่อนว่า พระพุทธศาสนามีความเชื่อเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย เรียกว่าเป็นวงจรชีวิตที่เราทุกคนต้องประสบพบเจอ ส่วนชาวฮินดูก็มีคติความเชื่อในทำนองเดียวกัน หลักสูตรการเรียนการสอนบ้านเรา ก็บรรจุเรื่องราวเหล่านี้ไว้ในวิชาประวัติศาสตร์สากล หากใครพอจะจำกันได้ คติความเชื่อของชาวฮินดูนี้เรียกว่า อาศรม 4 เริ่มจาก พรหมจรรย์ วัยศึกษาหาความรู้ จากนั้นจึงเข้าสู่ คฤหัสน์ คือการเข้าสู่พิธีแต่งงาน มีลูก ต่อมาจึงลองออกจากบ้าน ไปปลีกวิเวก วัยนี้เปรียบเสมือนการยืนอยู่บนทางแยก เพื่อเลือกว่าจะเลือกใช้ชีวิตในเส้นทางโลกหรือเส้นทางธรรม หรือเรียกว่า วานปรัสถ์ หากเลือกทางธรรม ชีวิตจะเข้าสู่ สันยาสี คือการท่องโลกไปเรื่อย ๆ เพื่อหาทางบรรลุโมกษะ หากเปรียบกับชาวพุทธก็ไม่ต่างจากการบรรลุนิพพาน

Advertisement

Advertisement

Cremationรูปภาพโดย Balouriarajesh : Pixabay

แล้วอาศรม 4 เกี่ยวข้องกับแม่น้ำคงคาได้อย่างไร อย่างที่กล่าวไปว่า แม่น้ำคงคากับชาวฮินดูเป็นอันหนึ่งกันเดียวกันไปแล้ว การผ่านทุกช่วงวัยตามความเชื่อนี้ จึงต้องมากระทำยังแม่น้ำคงคา หรือต้องนำน้ำจากแม่น้ำคงคาไปใช้ในการประกอบพิธีกรรม นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกวันนี้ วิถีชีวิตของชาวฮินดูริมฝั่งแม่น้ำคงคา จะเป็นลายเซ็นประจำเมืองพาราณสี ที่พร้อมให้คนทั่วมุมโลกมาศึกษาเรียนรู้ ริมฝั่งแม่น้ำคงคาเป็นแหล่งเรียนรู้ 24 ชั่วโมง ที่ไม่ว่าเราจะไปถึงช่วงเวลาไหน ตาทั้งสองของเราจะได้เห็นพิธีกรรมแห่งชีวิตที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพิธีสุริยนมัสการ พิธีอาบน้ำล้างบาป พิธีบูชาไฟ ไม่เพียงเท่านั้น จมูกของเรายังจะได้กลิ่นขี้เถ้าผสมน้ำเหลืองจากกองไฟในพิธีเผาศพตลอดทั้งวัน

Advertisement

Advertisement

พิธีบูชาไฟรูปภาพโดย Jeevan : Pixabay

และด้วยแม่น้ำคงคาเป็นสายน้ำแห่งชีวิต ชาวฮินดูที่เกิดที่นี่ ไม่ว่าระหว่างช่วงชีวิตจะออกเดินทางไปแห่งหนตำบลไหน ระหกระเหินมากมายเพียงใด แต่วาระสุดท้ายทุกคนก็อยากกลับมาตายยังบ้านที่ตนเองเกิด นั่นทำให้เมืองพาราณสีกลายเป็นสถานที่ที่เรียกว่า โรงแรมรอความตาย ซึ่งตั้งอยู่เรียงรายทุกตรอกซอกซอยของเมือง คนที่ต้องการจะสละชีวิตที่นี่จะมานอนรอวันตาย โดยมีการประกอบพิธีกรรมจากพราหมณ์ เพื่อให้ผู้ตายไปสู่โมกษะ ไม่ว่าจะเป็นพิธีอาบน้ำล้างบาป การบูชาเทพเจ้า ส่วนลมหายใจสุดท้าย ทุกคนต้องเข้าสู่พิธีลั่นระฆัง เพื่อส่งสัญญาณไปถึงเทพเจ้า ให้พร้อมรับดวงวิญญาณบริสุทธิ์ไปอยู่ด้วย

Hinduismรูปภาพโดย Jeevan : Pixabay

พาราณสีกลายเป็นเมืองสำหรับคนตาย ไม่ใช่เมืองสำหรับคนเป็นไปโดยปริยาย แต่เป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สอนให้เรารู้จักเข้าใจธรรมชาติของชีวิต คนฮินดูเชื่อว่า ให้วัดความยิ่งใหญ่ของคนจากสิ่งที่สละไว้เมื่อคนนั้นได้ตายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เกียรติยศ ทรัพย์สินเงินทอง การเห็นความตายวนเวียนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ จึงเป็นเรื่องปกติของคนเมืองนี้ การเอาวาระสุดท้ายของชีวิตมาทิ้งยังเมืองพาราณสี สะท้อนให้เห็นการสละทิ้งทุกอย่าง เพราะสุดท้ายแล้วชีวิตก็เหมือนสายน้ำที่ไหลไปแล้วไม่มีวันย้อนกลับมาได้อีก


รูปภาพหน้าปกโดย Kraigseder : Pixabay