วันนี้จะมาพาทุกคนไปตามหาภูเขาน้ำแข็งที่อินเดียกับเราค่ะ ขอข้ามขั้นตอนการนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ - ไปลงที่นิวเดลี ประเทศอินเดียนะคะ เอาเป็นว่าเริ่มต้นกันที่เมืองนิวเดลีเลยค่ะ

สถานี delhi

หลังจากเราลงเครื่องมาตอนสาย ๆ เราก็พุ่งตรงไปยังสถานีรถไฟ Delhi Cantt ทันทีเลย ต้องขอบอกก่อนว่าเรามีเพื่อนเป็นชาวอินเดียรู้จักกันมานานนับสิบปี เพื่อนเราบ้านอยู่ที่เมือง Chandigarh เป็นเมืองทางเหนือของประเทศอินเดียค่ะ และนั่นก็คือเป้าหมายของเราเพราะครั้งนี้เพื่อนชวนเราไปเที่ยวภูเขาน้ำแข็ง ดังนั้นการจองตั๋วรถไฟในครั้งนี้เพื่อนเราเป็นคนจัดการให้ค่ะ 

บรรไดรถไฟ

ชีวิตหญิงมันน่าเศร้าหลังจากรีบออกมาจากสนามบินโดยการเรียกแท็กซี่ตรงเคาท์เตอร์หน้าสนามบิน ถามย้ำแล้วย้ำอีกว่าคิดตามมิเตอร์ใช่มั้ย แต่สุดท้ายโดนไป 600 รูปี ทั้งที่ไม่ไกลมากและเพื่อนเราบอกว่า ไม่ควรเกิน 200 รูปี  แต่ด้วยเราลงเครื่องมาก็เกือบ 11 โมงแล้ว ต้องไปขึ้นรถไฟให้ทันเที่ยงครึ่ง เพื่อนเราเลือกจองรถไฟจากสถานี Delhi Cantt เพราะใกล้สนามบินมากที่สุดเพื่อที่เราจะได้ต่อรถไฟไป Chandigarh ได้สะดวก หลังจากโดนฟันค่าแท็กซี่ไปเน้น ๆ ก็วิ่งลากกระเป๋าใบโตเพื่อจะไปที่ชานชาลาที่ 2 มองป้ายซ้ายขวา เดินไปข้างหน้า แม่เจ้าเท้าเราหยุดในทันใด เงยหน้ามองไล่ขึ้นไป โอ้วโหว บรรไดสูงลิบ ถี่หลายขั้นและชะนีพะรุงพะรังอย่างเราที่มีกระเป๋าล้อลากใบโต กระเป๋าเป้สะพายหลังและกระเป๋าสะพายข้างอีกใบ ก็หัวเราะเยาะให้กับโชคชะตาในวันนี้ เพราะต้องขึ้นบรรไดสูงชันนั้นเพื่อข้ามไปที่ชานชาลาที่ 2  บอกตัวเองว่า ลากเว้ย ยกกระเป๋าขึ้นสิ ไปยังไงก็ต้องขึ้นไป ใกล้เวลารถไฟมาแล้วเดี๋ยวจะไม่ทันคราวนี้จะยิ่งยุ่งยากไปกันใหญ่  

Advertisement

Advertisement

ชาวอินเดีย

จากขั้นบรรไดอันสูงชันเรามาทันเวลารถไฟคือเที่ยงครึ่งแต่....ใช่ค่ะ รถไฟดีเลย์ ฮ่า ๆ ถามตัวเองว่ารีบทำไม เพื่ออะไร แต่ก็ยังมีสิ่งที่ทำให้ยิ้มได้ ด้วยรอยยิ้มและหน้าตาคมเข้มของครอบครัวนี้ น่ารักมาก ๆ ถามไปถามมาได้ใจความว่า ไปขบวนเดียวกัน รอนิดนึงนะรถไฟมาช้า เราก็คุยและเล่นกับเด็กไปพลาง ๆ 

บนรถไฟ

พอรถไฟมาครอบครัวผู้น่ารักก็เรียกเรา ขึ้นรถไฟได้ก็นั่งตามที่นั่งค่ะ เราชอบมากมีปลั๊กไฟที่ใช้ได้จริง นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บนรถไฟ เสพบรรยากาศชนบทไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาร่วม 5 ชั่วโมงก็ถึงสถานีรถไฟ Chandigarh ที่มีเพื่อนเราเอารถมารอรับอยู่ค่ะ และบอกว่าเธอมาสักทีจะได้เห็นภูเขาน้ำแข็ง เธอต้องชอบแน่ ขายเก่งค่ะ เพื่อนเรา

ขึ้นเขา

เรามาถึงที่นี่ก็เกือบ 6 โมงเย็นแล้วค่ะ หลังจากไปเช็คอินที่โรงแรมเก็บกระเป๋าเรียบร้อย เพื่อนเราก็พาออกไปปีนเขาค่ะ พาไปแบบไม่บอกไม่ถามเลยว่าอยากไปมั้ย ที่นั่งเครื่องบินมาทั้งคืน ขึ้นรถไฟมาทั้งวัน อยากพักมั้ย แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ มาแล้วอะเนอะ เพื่อนเราขับรถออกมาก็พาเดินขึ้นทางชัน ๆ แบบในรูป เราถามก็ไม่บอกว่าจะไปไหน บอกแค่ว่า เธอจะชอบที่ที่จะพาไป เอาไปก็ไปมาจากเมืองไทยอันไกลโพ้นขนาดนี้แล้ว เดินอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง แต่ด้วยอากาศเย็นสบาย 12 องศา ก็เลยไม่เป็นปัญหาเรื่องของความร้อนแต่ความเหนื่อยก็เอาเรื่องเหมือนกันค่ะ เพราะทางชันมาก

Advertisement

Advertisement

เขาน้อย

พอเดินถึงยอดเขา เพื่อนเราบอกว่าหันไปดูรอบ ๆ สิ ยอมรับว่าตอนเดินขึ้นไปไม่ดูสิ่งใดทั้งสิ้น อารมณ์แบบเหนื่อย หิว พามาทำอะไรเนี่ย ก้มหน้าก้มตาเดินอะค่ะ พอถึงยอดเขาเราก็ไม่อยากเรียกว่ายอดเขา ที่นี่อารมณ์แบบเนินเขาแต่ค่อนข้างชันค่ะ มองไปรอบ ๆ คือเห็นวิวเมือง Chandigarh สวยมาก ๆ รูปอาจไม่สวยเท่าไหร่ตอนเดินขึ้นไปเราเอาไปแต่โทรศัพท์มือถือขึ้นไป ข้างบนนี้อากาศดีมาก ที่นี่เรียกว่า Panchkula อยู่ Sector 1 ของ Chandigarh ค่ะ เราถามว่านี่เหรอภูเขาน้ำแข็ง น้ำแข็งอะไรแว๊  เพื่อนเฉลยว่ายังค่ะ ดอยนี้แค่น้ำจิ้ม ไม่ใช่ภูเขาน้ำแข็งที่จะพาไปดู ชีวิตหญิงเลยถึงบางอ้อ นี่แค่พามาดูวิวจ๊ะ ในใจก็คิดว่าดูวิวต้องเหนื่อยขนาดนี้เลยใช่มั้ย แต่ก็คุ้มนะคะถือเป็นประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำไว้ในส่วนหนึ่งของเรา  

ตลาด

หลังจากชื่นชมบรรยากาศรอบเมืองขาลงเราไม่เหนื่อยเลยค่ะเหมือนได้เติมพลัง เราก็ไปเดินเล่นที่ตลาด มีของพอสมควรแต่เราไปค่อนข้างดึกแล้ว ร้านค้าก็ทยอยเก็บกันไปเยอะ ตลาดนี้อยู่ที่ Sector 22 ค่ะ ที่เมือง Chandigarh จะแยกเป็น Sector เวลาจะไปที่ไหนก็ถามว่า Sector ที่เท่าไหร่ รถสามล้อก็จะเข้าใจง่ายค่ะ พอเดินเล่นหาอะไรกินนิดหน่อยเพราะดึกมากแล้วและค่อนข้างเพลียจากการเดินทาง ก็กลับไปพักที่โรงแรมค่ะ สุดท้ายวันนี้เราเลยได้ไปชมวิวรอบเมืองเท่านั้น ยังไม่เจอภูเขาน้ำแข็ง เดี๋ยวไปตามกันต่อตอนที่ 2 นะคะ ว่าจะเจอมั้ยภูเขาน้ำแข็งในอินเดีย

แอบบอกว่าเราพักที่โรงแรม OYO 1933 HOTEL CITY PARADISE อยู่ใกล้ตลาด Sector 22 เลยค่ะ ราคาตอนเราจอง 540 บาท เท่านั้น 

 

ภาพประกอบโดย : ผู้เขียน