7 เหตุผลที่เราไม่ควรขยันแบบผิดๆ

ขงจื๊อ กล่าวว่า หากคนฉลาดและขยัน ให้ส่งเสริมเป็นแม่ทัพ หากเจอคนโง่และขยัน ควรเอาไปตัดหัวทิ้งเสีย เพราะคนเหล่านี้จะทำให้งานเสีย และก่อความเดือดร้อนไม่รู้จบ 

Work Smart or Work Hard เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันไม่รู้จบ เพราะ บางคนเชื่อว่าทำงานให้น้อยลงแต่ทำงานให้ฉลาดขึ้นสิดีกว่า บางคนก็บอกว่าต้องทำงานหนักเน้นปริมาณสิถึงจะดีกว่า แน่นอนว่าไม่ว่าจะ Work Smart หรือ Work hard ไม่มีวิธีไหนดีที่สุด ถูกต้องที่สุด 

แต่สิ่งส่งผลร้ายแน่ๆ คือการ Work Hard ในเรื่องผิดๆ เพราะการขยันแบบผิดๆ จะยิ่งถึงส่งผลร้ายทั้งต่อตัวเราและองค์กร นี่ 7 เหตุผลที่เราไม่ควรขยันแบบผิดๆ ขยันผิดวิธี

สาเหตุที่ 1 : ขยันแบบผิดๆ ไม่มีทางได้งานดีที่มีคุณภาพ

ขยันผิดวิธี

การขยันทำงานที่เน้นแค่ปริมาณโดยไม่ไตร่ตรอง ไม่ดูวิธีการที่ถูกต้อง ไม่มีทางเลยที่จะได้งานที่มีคุณภาพ การเปลี่ยนวิธีทำใหม่ ก่อนลงมือทำให้คิดให้ถี่ถ้วน และจัดอันดับความสำคัญก่อน-หลัง จะทำให้งานเสร็จเร็วกว่าเดิมแถมยังได้งานดีและมีคุณภาพ การทำไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้จักวางแผนงานนอกจากจะใช้เวลาการทำงานที่นานขึ้นแล้ว คุณภาพก็ไม่ดีขึ้นอีกต่างหาก

Advertisement

Advertisement

สาเหตุที่ 2 : ขยันไม่รู้จักพักมีแต่ส่งผลเสีย

ขยันผิดวิธี

การโหมทำงานโต้รุ่ง ไม่แบ่งเวลาพักผ่อน นอกจากจะทำให้นอนตื่นไม่เป็นเวลาแล้ว พฤติกรรมเหล่านี้ยังทำลายความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย  เพราะสมองที่ไม่ได้รับการผักผ่อนที่เพียงพอ ไม่มีทางคิดไอเดียดีๆออก เพราะฉะนั้นการแบ่งเวลาทำงานและเวลาพักที่เหมาะสมจึงส่งผลที่ดีต่อทั้งสมองและร่างกาย

สาเหตุที่ 3 : ขยันผิดเวลาส่งผลเสียต่อจิตใจ 

ขยันผิดวิธี

ใครบ้างที่ชอบเคลียงานเมื่อใกล้เดธไลน์บ้างยกมือขึ้นหน่อย รู้หรือไม่ว่า? การขยันทำงานตอนไฟลนก้นเป็นตัวการให้เราเกิดความเครียดและกดดันตัวเอง เป็นตัวการทำให้อารมณ์เสีย อีกทั้งยังส่งผลต่อความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง เพราะฉะนั้นให้ลองบริหารเวลาทำงานซะใหม่ เตรียมงานไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ปัญหาการขยันผิดเวลาช่วงไฟลนก้นก็จะหมดไป 

Advertisement

Advertisement

สาเหตุที่ 4 : ขยันผิดเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อลูกน้อง

ขยันผิดวิธี

คนเป็นหัวหน้า เป็นผู้นำครอบครัว เป็นเจ้าของบริษัท ควรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกน้อง ถึงแม้ว่าการขยันจะซื้อใจลูกน้องได้ แต่ถ้าหากเจ้านายขยันโหมทำงานอย่างหนักแต่ผลประกอบการของบริษัทไม่ดีขึ้น แถมยังขยันจนล้มป่วย ลูกน้องก็จะมองว่าหัวหน้าเราเป็นคนทำงานไม่เป็น หัวหน้าที่ดีต้องเป็นตัวอย่างทั้งในการขยัน และการบริหารจัดการเวลา เพราะคนที่ทำงานเป็น ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทำงานอยู่จนดึกดื่น เพื่อให้ได้ผลงานที่น้อยนิด

สาเหตุที่ 5 : ขยันจนล้มป่วยดีแล้วจริงหรือ 

Advertisement

Advertisement

ขยันผิดวิธี

การโหมทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ เป็นการบั่นทอนสุขภาพอย่างมาก การทำงานแบบพลีกายถวายตัวจนไม่สนสุขภาพทำให้ร่างกายนั้นทรุดโทรม ตัวอย่างของคนบ้างานที่ทำงานจนล้มป่วยที่เรารู้จักกันดีที่สุดคือ สตีฟ จ็อบส์ นี่คือคำพูดสุดท้ายของจ็อบส์ที่จะเตือนสติเรา

นอกจากการทำงานแล้ว ผมไม่ได้มีความสุขนัก เพราะในที่สุด ความร่ำรวยก็กลายเป็นสิ่งเดียวที่ผมมี

ขณะนั้นผมกำลังนอนป่วยอยู่บนเตียง พยายามรำลึกถึงชีวิตที่ผ่านมา พบว่าความร่ำรวยที่เคยภูมิใจ กลับไม่มีค่าอะไรเลยในช่วงสุดท้ายที่ผมกำลังจะตาย

สาเหตุที่ 6 : ถามตัวเองซักนิดเราขยันเพื่อใคร ?

ขยันผิดวิธี

เคยลองหยุดถามตัวเองกันซักนิดหรือไม่ว่า.....ตอนนี้เรากำลังขยันเพื่อใคร?  เวลาที่หมดไปกับการทำงานส่วนใหญ่ตอนนี้ ให้อะไรกับเราบ้างนอกจากเงินเดือน สิ่งที่เสียไปเช่น สุขภาพ เวลาที่อยู่กับที่เรารักมันคุ้มหรือเปล่ากับสิ่งที่แลกไป เราขยันก้มหน้าก้มตาทำงานซ้ำๆ วันละหลายชั่วโมง โดยไม่เคยถามตัวเองเลยว่า สิ่งที่เราทำอยู่มีประโยชน์กับชีวิตของเรา คนรักเรามากน้อยแค่ไหน สิ่งที่ทุ่มเทลงไปทำให้เราพัฒนาขึ้นหรือเปล่า ขยันแล้วเราอยู่กับที่ หรือขยันแล้วเราได้ก้าวไปข้างหน้า

สาเหตุที่ 7 : ขยันจนทิ้งใครไว้ข้างหลังหรือเปล่า?

ขยันผิดวิธี

การก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่หันมามองคนที่อยู่รอข้างหลังเป็นสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ใช่หรือไม่ ? อย่าปล่อยให้การขยันทำงานทำให้ชีวิตของเราพัง ถึงแม้ว่าความก้าวหน้าทางการงานเป็นเรื่องสำคัญ แต่ครอบครัวที่คอยสนับสนุนเราอยู่ข้างหลังก็สำคัญไม่แพ้กัน การก้าวไปข้างหน้าโดยไม่หันมาดูคนข้างหลัง สุดท้ายปลายทางของเราสิ่งที่ได้รับอาจเป็นความโดดเดี่ยว 

ขอบคุณภาพจาก Canva

รูปประกอบที่1/รูปประกอบที่2/รูปประกอบที่3/รูปประกอบที่4/รูปประกอบที่5/รูปประกอบที่6/รูปประกอบที่7/