Cover Photo จาก Pixabay.com

 

5 วิธีเด็ดจัดการเบบี้ เมื่อต้องขึ้นเครื่องบิน

สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันขอแชร์ประสพการณ์พาลูกน้อยวัย 1 ขวบ 3 เดือน ขึ้นเครื่องบินให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่มีหัวใจรักการท่องเที่ยวได้ศึกษาไว้นะคะดิฉันมีประสพการณ์พาลูกน้อยขึ้นเครื่องบินจากประเทศไทย ไปสหรัฐอเมริกา เมืองซีแอทเทิล มีระยะเวลาเดินทางรวมกันบนเครื่องบินมากกว่า 20 ชั่วโมงค่ะ เนื่องจากว่าน้องสาวของดิฉันอาศัยอยู่ที่นั่นและยังไม่เคยเจอหน้าหลาน อีกทั้งด้วยภาระกิจต่าง ๆ ทำให้น้องสาวไม่สามารถกลับมาเมืองไทยเพื่อจะพบหน้าหลานชายคนแรกของครอบครัวเราได้ พวกเราทุกคนในครอบครัวจึงตัดสินใจพาเจ้าลูกชายเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปสหรัฐอเมริกากันค่ะ ขอบอกเลยค่ะว่าเป็นการเดินทางที่ทรหดของตัวดิฉันและสามีมาก จึงมีข้อแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องพาเบบี้ขึ้นเครื่องบินดังนี้ค่ะ

Advertisement

Advertisement

1. สุขภาพกายและจิตใจของคุณพ่อคุณแม่สำคัญที่สุด

ก่อนอื่นใดดิฉันอยากให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมตัวและเตรียมใจให้พร้อมที่สุด เช่น ควรเตรียมพร้อมที่จะอดนอนในขณะที่อยู่บนเครื่อง เพราะลูกน้อยอาจจะร้องไห้ตอนไหนก็ได้ซึ่งเราต้องคอยจัดการลูกน้อยของเราเมื่อเค้าเบื่อ หรือไม่ชินกับการที่ต้องนั่งอยู่บนเครื่องบินนาน ๆ รวมไปทั้งสภาพความกดอากาศที่แตกต่างไป ซึ่งแน่นอนค่ะเหตุการณ์นี้จะทำให้เราแทบไม่ได้นอนเลยค่ะ ดังนั้น ดิฉันขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเดินทางนะคะ

พักผ่อนให้เพียงพอ                                                                                    รูปภาพจาก Pixabay.com

 

2. เตรียมของเล่นที่ดึงดูดตาและความสนใจของลูกน้อยให้เหมาะสมกับช่วงวัย

เมื่อลูกน้อยอารมณ์หงุดหงิด เริ่มจะมีอาการร้องไห้งอแงขึ้นมา ถ้าเราควักของเล่นอันใหม่ที่ดึงดูดตาและความสนใจเค้ามาเล่น เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่แนะนำเลยค่ะ ของเล่นนั้นควรจะเป็นของเล่นที่เรายังไม่เคยให้ลูกเห็นนะคะ เป็นของเล่นใหม่จะดีมากเลยค่ะ ลูกน้อยจะพุ่งความสนใจมาที่ของเล่น และหยุดร้องไห้ค่ะ เตรียมไปหลาย ๆ ชิ้นนะคะ ชิ้นนี้เบื่อ เล่นชิ้นใหม่ เล่นเพลิน ๆ ลืมร้องไปเลยค่ะ

Advertisement

Advertisement

ของเล่น                                                                                   รูปภาพจาก Pixabay.com

 

3. รถเข็นเด็ก ที่นั่งสบาย ๆ ไม่สร้างภาระ

จากประสบการณ์ดิฉัน เราชอบเดินทาง เวลาซื้อรถเข็นเราก็เน้นรถเข็นที่พับได้มากจนสามารถนำขึ้นเครื่องไปเองได้เลย แต่ขอไม่แนะนำให้เลือกรถเข็นแบบนี้นะคะ เพราะเราต้องแบกเจ้ารถเข็นนี่ขึ้นเครื่องไปเองพร้อมกับของใช้ส่วนตัว ของเล่นลูก จิปาถะ ซึ่งน้ำหนักรวมๆกันมันหนักมาก ลูกก็ต้องอุ้มและจะต้องมาหิ้วรถเข็นอีก ไม่ควรค่ะ แนะนำให้ซื้อรถเข็นที่ลูกนั่งได้สบาย มีที่ห้อยของใช้ต่าง ๆ ได้ด้วยยิ่งดีค่ะ ถ้าพับได้ไม่เยอะก็ฝากพนักงานเก็บก่อนจะขึ้นเครื่องและไม่ต้องกังวลในการรอรถเข็นเลยค่ะ พอเราลงมาจากเครื่องก็จะมีพนักงานเอารถเข็นมารอเลย ไม่ต้องถือขึ้นไปให้เมื่อยค่ะ

Advertisement

Advertisement

รถเข็นเด็ก                                                                               รูปภาพจาก Pixabay.com

 

4. เตรียมอาหารและขนมขบเคี้ยวที่คุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยโปรดปราน

การพาเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบขึ้นเครื่องบิน และเราไม่ได้ซื้อที่นั่งให้ลูกน้อยเป็นพิเศษ ลูกน้อยต้องนั่งกับคุณพ่อคุณแม่ นั่นหมายความว่าสายการบินจะไม่เสริฟอาหารให้เด็กเป็นพิเศษนะคะ ลูกน้อยจะทานอาหารร่วมกับเราค่ะ อาหารอาจจะไม่เพียงพอหรือไม่ถูกใจลูกน้อย ถ้ายังไงเตรียมอาหารและขนมคบเขี้ยวต่าง ๆ ที่เราและลูกของเราชอบ เอาไว้ทานแก้เซ็งหรือเอาไว้เบี่ยงเบนความสนใจเวลาลูกร้องไห้ก็เป็นวิธีที่แนะนำค่ะ ส่วนคุณพ่อคุณแม่อดนอนแล้ว ยังไงก็อย่าให้หิวนะคะ เดี๋ยวจะอารมณ์เสียกันไปใหญ่ค่ะ

ขนม                                                                                        รูปภาพจาก Pixabay.com

 

5. เตรียมคลิปวีดีโอในดวงใจของลูกน้อย เอาไว้ดูแก้เซ็ง

บ้านไหนที่เคร่งครัดเรื่องการให้ลูกน้อยเพ่งจอก็อย่าเพิ่งเมินการแนะนำข้อนี้ไปนะคะ เอาไว้ใช้ในกรณีหมดมุกค่ะดาวน์โหลดคลิปสำหรับเด็ก สารคดีสัตว์ หรือเพลงสำหรับเด็กไว้อุปกรณิอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ พร้อมที่จะเปิดให้ดูทุกเมื่อ ได้ผลดีทีเดียวค่ะ

VDO                                                                                              รูปภาพจาก Pixabay.com

 

นอกจากการรับมือลูกน้อยบนเครื่องบินแล้ว ในกรณีที่เราเดินทางไปเที่ยวในประเทศที่มีความแตกต่างของเวลามาก ๆ แนะนำให้เผื่อวันเดินทางเพิ่ม 1-2 วันด้วยนะคะ เพื่อที่ลูกน้อยจะได้ปรับตัวให้คุ้นเคยกับเวลาที่ต่างกัน ให้เค้าได้พักผ่อนหัดนอนและตื่นตามเวลาในประเทศนั้น ๆ สัก 1-2 วัน จะได้เที่ยวสนุกไม่นอนหลับและงอแงเวลาเที่ยวนะคะ 

สิ่งที่แนะนำทั้งหมดนั้นเพื่อคุณพ่อคุณแม่รับมือกับฤทธิ์เดชของเจ้าตัวน้อยที่จะแสดงบนเครื่องบินค่ะ ความเกรงใจผู้โดยสารรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่สำคัญเท่าความรู้สึกของลูกเรานะคะ อย่างไรซะคุณพ่อคุณแม่ควรจะใจเย็น รับมือจัดการกับความงอแงของเจ้าตัวน้อยให้ดีที่สุด ดิฉันมั่นใจว่าผู้โดยสารข้างเคียงเข้าใจและเห็นใจค่ะ สุดท้ายนี้หวังว่าประสพการณ์ของดิฉันจะทำให้คุณพ่อคุณแม่และเบบี้เดินทางท่องเที่ยวด้วยความสนุกและราบรื่นนะคะ

 

เครดิตที่มาของภาพ

Cover Photo

ภาพที่ 1 

ภาพที่ 2

ภาพที่ 3

ภาพที่ 4

ภาพที่ 5