จะว่าไปแล้ว ทุกคนคงเคยมาโรงพยาบาลกันทุกคน บางคนไปเยี่ยมเพื่อน บางคนไปเยี่ยมญาติ บางคนไปเป็นคนไข้ซะเอง แต่มีอยู่ 5 จุดบอดในโรงพยาบาลที่เป็นจุดที่หลอน....ทุกครั้งที่มีโอกาสไปโรงพยาบาลถ้าไม่จำเป็นผมจะไม่ผ่านจุดนั้นคนเดียวอีกแน่

         ล่าสุด ต้นเดือนธันวาคม 2562 นี่เอง พ่อผมป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลแห่งนึงแถว ๆ แยกมไหสวรรย์ ช่วงนั้นเป็นวันอาทิตย์ตอนบ่าย พ่อมีอาการหายใจไม่ออก จึงเรียกรถ 1169 มาส่งที่ รพ.เมื่อตรวจแล้วพบว่าปอดติดเชื้อจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว ได้ห้องพิเศษ 4 เตียงแบบนอนเฝ้าได้ และผมไม่คิดเลยว่าผมจะโชคดี...ที่มีคนไข้คนอื่นนอนเต็มทุกเตียง ในใจคิดคือปลอดภัยแล้ว!!!

คืนนี้เป็นคืนแรกของที่มาของจุดบอดในโรงพยาบาลที่ผมเจอ

จุดที่ 1 เวลา 21.00 น. "ในลิฟท์"

ลิฟท์          ผมลงลิฟท์มาซื้อผ้าอ้อมที่พ่อต้องใช้ใน 7-11 พอซื้อของที่จำเป็นต้องใช้เสร็จ ผมเดินกลับมาที่ลิฟท์ มองเห็นทะลุกระจกของตัวตึกว่าเห็นขาคนเข้าลิฟท์ และลิฟท์กำลังจะขึ้นสองมือผมถือของเต็มไปหมดกดปุ่มไม่ได้ ผมจึงรีบวิ่งแล้วตะโกนออกไป "รอด้วยครับ ขึ้นลิฟท์ไปด้วยคนครับ" จากนั้นประตูลิฟท์เปิดออกอีกครั้ง แต่...มันไม่มีคนในลิฟท์...แล้วใครเปิดลิฟท์

Advertisement

Advertisement

จุดที่ 2 เวลา 22.00 น. "ในห้องน้ำ"

ห้องน้ำ          คืนนั้นผมหลอนไปพักใหญ่ พยายามหาเหตุผลมาประกอบว่าทำไมลิฟท์ถึงเปิดออกอีกครั้งได้ แล้วขาคนที่ผมมองเห็นคืออะไร ผมกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้น  ผมเริ่มสังเกตรอบ ๆ ห้อง ทุกเตียงถูกดึงผ้าปิดเป็นส่วนตัว ญาติแต่ละคนก็อยู่ในส่วนของตนเอง ผมจึงตัดสินใจ ไปอาบน้ำหน่อยดีกว่า ห้องน้ำคนไข้ของห้องพิเศษรวมส่วนใหญ่จะใช้ห้องน้ำรวมกัน ผมอาบน้ำเสร็จ รู้สึกได้ว่ามีคนกำลังเข้ามาในห้องน้ำด้วย เพราะได้ยินเสียงลากเสาน้ำเกลือเข้ามา "แกร๊ก ๆ" เสียงลูกล้อหมุนผ่านหน้าห้องผมไป "ปัง แกร๊ก" เสียงปิดประตูพร้อมลงกลอนดังขึ้น ผมที่แต่งตัวเสร็จแล้วจึงเดินเปิดประตูออกไป พอออกมาข้างนอก เห็นพยาบาลกำลังมาวัดความดันคนไข้ ทุกเตียงถูกเปิดผ้ากั้นเพื่อวัดความดัน "คนไข้อยู่ครบทุกคน" แล้วใครกันที่ลากสายน้ำเกลือไปเข้าห้องน้ำ? ย้อนไปดูในห้องน้ำประตูห้องน้ำเปิดทุกบาน

Advertisement

Advertisement

จุดที่ 3 เวลา 23.00 น. "บันได"

บันได          หลังจากวันความดันเสร็จ พยาบาลขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคนไข้ และเอกสารที่ใช้สำหรับการเบิกจ่ายจากกรมบัญชีกลางของพ่อผม(เนื่องจากผมเป็นข้าราชการ) ผมเตรียมมาไม่พร้อมเอกสารบางอย่างอยู่ในรถ ผมไม่ได้หยิบลงมาด้วย ระหว่านั้นนอนนึกอะไรไปเรื่อย ขณะนั้นเกือบห้าทุ่มแล้ว ผมจึงตัดสินใจไปหยิบเอกสารที่รถเลย เพราะพรุ่งนี้ไปทำงานแต่เช้า ขี้เกียจย้อนลงไปแล้วกลับขึ้นมาตอนเช้า แต่ผมเลือกที่จะไม่ลงลิฟท์เพราะยังหวาด ๆ อยู่ จึงตัดสินใจลงบันไดไปเรื่อย ๆ คิดว่าออกกำลังกายไปด้วย เสียงรองเท้าแตะตอนลงบันได้มันดัง "แต๊บ ๆ ๆ" ทุกครั้งที่ก้าว อย่างน้อยมันก็ไม่เงียบ...ผมเดินลง 7 ชั้น ดังนั้นบันได ต้องใช้ 2 ช่วงต่อการลง 1 ชั้น จะต้องใช้ 12 ช่วงถึงจะถึงชั้น 1 เพราะผมอยู่ชั้น 7 ผมเริ่มนับ 1 2 3 มีคนไข้เดินสวนทางขึ้นมา 1 คนแต่ผมไม่ได้สนใจ ผมลงต่อ 4 5 6 ผมว่าผมสวนกับคนไข้อีกคนละ 7 8 9 คนไข้สวนทางขึ้นมา ผมเริ่มสังเกตหน้าคนไข้ ผมลงต่ออีก 3 ช่วงสุดท้าย 10 11 12 เฮ้ย!!! คนไข้สวนทางผม...คนเดิมเมื่อกี้นี่หว่า ผมวิ่งเลยครับทีนี้

Advertisement

Advertisement

จุดที่ 4 เวลา 23.15 น. "ที่จอดรถ"

ที่จอดรถ         ผมลงจากตึกคนไข้ ออกมาตั้งหลักที่ตึกจอดรถเสียวสันหลังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ข้อสำคัญ รถผมจอดชั้น 3½ คราวนี้ผมจะขึ้นไปยังงัย บันไดหรือลิฟท์ ผมหลอนได้ที่ "กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง" อารมณ์นี้จริง ๆ ผมตั้งสติ...เดินไป 7-11 ข้างตึก ซื้อน้ำเย็น ๆ ราดหน้าตา ช่วยสงบสติอารมณ์ก่อนเดินกลับมาทางขึ้นตึกจอดรถ ในใจคิด 3½ ขึ้นลิฟท์แป๊บเดียว ขึ้นบันไดนานไป โอกาสยิ่งนานยิ่งเจอ ผมกดลิฟท์ พอลิฟท์เปิดผมเข้าไปกดชั้น 4 (ลิฟท์มีเฉพาะชั้นตรงไม่มีชั้นครึ่ง) แล้วกดปิดลิฟท์ มีเสียงตะโกน!! "ไปด้วยครับ" ผมนี่หลอนแต่คลายไปนิดเพราะว่าคนที่เข้ามาเป็นหมอแน่ ๆ เพราะใช่ชุดหมอ หมอไปชั้น 5 เลยชวนคุย พอลิฟท์เปิดชั้น 4 ผมวื่งลงบันไดไปครึ่งชั้น เสียงสตาร์ทรถจากชั้นบนดัง ผมจึงเข้าใจได้ว่าคงเป็นหมอคนเมื่อกี้ ผมมาถึงที่รถแล้วหยิบเอกสารที่พยาบาลถามหาจนครบ ผมเห็นรถจากข้างบนขับลงมาตามแสงไฟหน้ารถ ผมเลยยืนรอกะจะโบกมือให้หมอทักทายตอนหมอลงมา รถเลี้ยวโค้งทางลงสุดท้ายก่อนลงมาถึงชั้นผม แต่...ไม่มีรถ รถหายไปเฉย ๆ หายไปเลย ผมตกใจวิ่งย้อนไปตามแสงไฟที่รถโค้งลงมา แต่ไม่เจอรถที่กำลังลงหรือจอดแม้แต่คันเดียว 

จุดที่ 5 เวลา 00.00 น. "ใต้ต้นไม้ใหญ่"

ต้นไม้ใหญ่          ผมลงมาจากที่จอดรถ แล้วแวะเข้า 7-11 อีกครั้ง ตอนนี้ผมกดดันสุด ๆ จะบอกว่ากลัวก็ไม่ใช่ ไม่กลัวก็ไม่เชิง เพราะมันไม่ชัดเจนซักอย่าง ท้ายสุดผมได้เกลือแร่ 1 ขวด ไปนั่งกินที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ หลัง 7-11 หยิบโทรศัพท์โทรหาน้องชายคุยเรื่องเวลาสลับกันมาเฝ้าพ่อ คุยอยู่นานจนได้ข้อสรุปว่าช่วงกลางวันผมจะดูให้อาทิตย์นึง ช่วงกลางคืนให้น้องมาช่วยดูแทน เพราะผมเริ่มรู้สึกได้ว่ากลางคืนไม่ปลอดภัยสำหรับผม...ผมวางโทรศัพท์ได้ซักพัก ผมเถอนหายใจพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปด้านบนเหมือนปล่อยจิตใจให้โปร่งใส แต่...สิ่งที่ผมเห็นบนต้นไม้คือ...มีคนนั่งอยู่บนต้นไม้ สวมชุดหมอนั่งแกว่งขาอย่างสบายใจ จ้องมองลงมาที่ผมด้วยสายตาที่ขาวโพลน ผมวิ่งอย่างสุดชีวิตไม่กล้าขึ้นลิฟท์ วิ่งขึ้นบันไดกลับขึ้นมาที่ห้องแบบเร็วที่สุดเท่าที่เคยทำ พอถึงที่หน้าวอร์ดพยาบาล ผมทำตัวปกติเดินเข้าห้อง นอนคลุมโปงจนรุ่งเช้า...พร้อมกับหยุดงาน 1 วันเพราะนอนไม่หลับ

         ท้ายสุดข้อสงสัยทั้งหมดของผมถูกเคลียร์จากแม่บ้านที่ทำความสะอาด "ที่คุณเจอคือคุณพ่อของคุณหมอที่นี่ ที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ตัวคุณพ่อชอบเดินออกจากห้องพิเศษที่พ่อคุณอยู่ลงไปทางบันได เพราะแกเป็นโรคความจำไม่ดี ส่วนลูกชายที่เป็นหมอก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ขับรถตกตึกจอดรถที่นี่เสียชีวิตที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หลัง 7-11 ที่คุณไปนั่งมาเมื่อคืนนี้แหละ"

ทุกคนล้วนมีกรรมเป็นของตนเอง คนที่สัมผัสสิ่งที่เหนือธรรมชาติได้แสดงว่าคุณสื่อสารกับเขาได้ "คุณอยากเป็นคนพิเศษแบบผมไหม ผมยกให้"