5 ข้อดีของ COVID-19 

ในวิกฤตมีโอกาส



เคยได้ยินคำว่า เปลี่ยนวิกฤต ให้เป็นโอกาสกันใช่มั้ย ? 

ตอนนี้น่าจะมีคำศัพท์ใหม่อยู่คำหนึ่ง ที่เข้าหัวเราทุกวันอย่าง social distancing แปลเป็นภาษาไทยแบบทางการได้ว่า “การเว้นระยะห่างทางสังคม”  ซึ่งเป็นประโยคที่ค่อนข้างจะสะเทือนใจเราชาวโลกอยู่พอสมควร เพราะตามพฤติกรรมแล้ว เราอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ เป็นสัตว์สังคมและมีปฎิสัมพันธ์กันอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อเกิดวิกฤตอย่าง โควิด -19 ที่ต้องบังคับให้เราเว้นระยะห่างต่อกันรวมไปถึงการ งด ละ เลิกกิจกรรมหรือพฤติกรรมหลาย ๆ อย่าง  ทั้งหมดนี้เมื่อเกิดการปรับและเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตแบบกะทันหันในยุคโรคระบาดร้ายแรง อาจทำให้เราเกิดความเครียด หรือความกังวลใจมากจนส่งผลร้ายต่อจิตใจ 

อยากให้คุณลองมองหาข้อดีของมันดูบ้าง เราว่าการได้อยู่ห่างกันทางสังคม มันมีข้อดีหลายอย่างเหมือนกันนะ ถ้าหากรู้สึกยังไม่พร้อมที่จะห่างจากใคร ลองคิดดูตามนี้ก่อน แล้วคุณจะสบายใจขึ้น เพราะมันไม่ใช่กันห่างตลอดไป เราแค่ห่างกันสักพัก และแน่นอนว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันมีโอกาสให้เราได้ทำอะไรตั้งหลายอย่าง ตามนี้ 

Advertisement

Advertisement

ได้พักผ่อนมากขึ้น 

photo free for https://www.canva.com/

คุณน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าการออกจากบ้านทุกวันนั้นเป็นการใช้พลังงานที่ค่อนข้างหนัก ไหนจะเผชิญกับมลภาวะ ฝุ่น PM2.5  การทำงานที่มีอุปสรรค ผู้คนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการได้อยู่บ้านจริง ๆ แล้วมันคือสวรรค์ชั้นดีของการพักผ่อนเลยนะคุณ ลองคิดถึงตอนที่งานยุ่ง ๆ จนแทบจะไม่มีช่วงให้พักสิ หรือระหว่างวันที่คุณต้องคุยงานจนไม่มีเวลาเดินเข้าห้องน้ำ เห็นไหมว่าการออกจากบ้านมีแต่เรื่องที่ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าลงไปทุกที เพราะฉะนั้นช่วงที่ได้อยู่บ้านนี้ อยากให้คุณพักผ่อนอย่างเต็มที่เรียกได้ว่าเก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้เผื่อไปถึงตอนที่เราจะต้องเจอกับงานหนักด้วยเลย  

Advertisement

Advertisement

มีเวลาทำงานอดิเรก 

photo free for https://www.canva.com/

เมื่อเรามีเวลาเพิ่มขึ้น เราก็จะได้ทำงานอดิเรกที่อาจจะหลงลืมไปนาน นี่ถือเป็นช่วงเวลาทองในการรื้องานอดิเรกที่เราชอบทำกลับมาอีกครั้งเลยก็ว่าได้นะ เรียกว่าเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส หลาย ๆ คนอาจจะเคยชอบอ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ วาดรูป ในยามปกติเราอาจเผลอลืมสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ที่นาน ๆ ทีเราจะได้มีโอกาสมีเวลาทำสิ่งที่เราชอบอีกครั้ง ไม่แน่ว่าสิ่งนั้นอาจจะกลับมาเป็นประโยชน์อย่างมากให้เราก็ได้นะ หรืออย่างน้อย ก็ทำให้เรามีช่วงเวลาที่มีความสุขก็เกินพอแล้ว 

ได้อยู่ร่วมกับครอบครัว 

photo free for https://www.canva.com/

Advertisement

Advertisement

ข้อนี้น่าจะเป็นประโยชน์มากสำหรับ ครอบครัวที่ยามปกติอาจจะมีเวลาได้เจอหน้า กินข้าวร่วมกันน้อยเนื่องจากภารกิจทางการทำงาน หรือหน้าที่ทางสังคมอื่น ๆ ที่ทำให้เราต้องออกจากบ้าน การได้อยู่บ้าน ถือเป็นเรื่องดีที่เราจะได้มีเวลาให้ครอบครัว รวมไปถึงการได้อยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทำกิจกรรมร่วมกัน ทำอาหารร่วมกัน ที่สำคัญจะได้มีเวลาได้พูดคุยกันเพิ่มมากขึ้นด้วย 

ได้รู้จักดูแลตัวเองมากขึ้น 

photo free for https://www.canva.com/

เรียกได้ว่าสร้างปรากฎการณ์ได้เลย กับพฤติกรรมโดยรวมของคนส่วนใหญ่  เราต่างหันกลับมาดูแลตัวเองดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขอนามัยอย่าง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ มีความเข้มงวดกับตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น การดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันร่างกายไม่ให้ป่วยหรืออ่อนแอ รวมไปถึงการกินวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันต่าง ๆ การงดพาตัวเองออกไปในที่ชุมชน เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการปรับเปลี่ยนพฤิกรรมการใช้ชีวิตของเราอย่างสิ้นเชิง 

ประหยัดค่าใช้จ่าย 

photo free for https://www.canva.com/

เมื่อไม่ได้ออกจากบ้าน เงินในกระเป๋าตังค์ของเราก็มีโอกาสที่จะใช้น้อยลง (ในกรณีที่อดใจไม่ได้สั่งของออนไลน์นะคุณ) เพราะเราก็จะไม่ต้องจ่ายค่าเดินทาง ค่าของระหว่างทางที่จะโดนล่อตาล่อใจ การอยู่บ้าน จะสามารถช่วยให้เราเกิดความต้องการซื้อลดลอง ไปได้หน่อย เพราะไม่ได้ออกไปเห็นข้าวของต่าง ๆ ที่แน่ ๆ ประหยัดค่าเดินทางได้ ไม่ว่าจะเป็นค่ารถสาธารณะ ค่าน้ำมัน อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายบางส่วนไปได้ไม่มากก็น้อย 


ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นการปลอบใจตัวเอง แต่ถ้าคุณลองเปิดใจจะรู้ว่า เราสามารถเปลี่ยนวิกฤต ให้เป็นโอกาสได้จริง ๆ ตอนนี้เครียดมากไป ใจก็จะอ่อนแอเปล่า ๆ หันมามองโลกอีกด้าน ปรับมุมมองใหม่ การปรับพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้อย่างน้อยต้องใช้เวลาเป็นเดือน เชื่อได้ว่าหลังจากเจ้าโควิดวายร้ายจากไป คุณอาจจะกลายเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นก็ได้นะ

ไม่ต้องรอปีใหม่ในการเปลี่ยนตัวเองอีกต่อไปแล้ว