กรุงเทพฯ – กระทรวงสาธารณสุข แถลง วันนี้มีผู้ป่วยยืนยันรักษาหายกลับบ้านได้ 1 คน และพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่ม 33 คน เป็นกลุ่มสนามมวย 7 คน รวมยอดสะสมเพิ่มเป็น 147 คน

วันที่ 16 มีนาคม 2563 นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ ผู้ทรงคุณวุฒิและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า  วันนี้ มีผู้ป่วยยืนยันรักษาหายกลับบ้านได้ 1 คน เป็นหญิงชาวจีน อายุ 32 ปี  ส่วนผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่ม 33 คน นับเป็นรายที่ 115-147 จากการขยายการตรวจคัดกรองกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง  โดยแยกเป็น 2 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ จำนวน 16 คน จากกลุ่มสนามมวย 7 คน, กลุ่มสถานบันเทิง 3 คน, สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 6 คน

กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 17 คน จากกลุ่มผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ 6 คน, กลุ่มทำงานใกล้ชิดสัมผัสต่างชาติ 6 คน, การระบาดเป็นกลุ่มก้อน 3 คน และกลุ่มผู้ร่วมพิธีทางศาสนา ในมาเลเซีย 2 คน

Advertisement

Advertisement

สรุปมีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายกลับบ้านแล้ว 38 คน ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 108 คน เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยสะสม 147 คน  สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก 1 คน ที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด  ทั้งนี้ มีผู้อยู่ระหว่างสอบสวนโรค และ/หรือ รอผลทางห้องปฏิบัติการ 27 คน

สำหรับกลุ่มที่เดินทางมาจากประเทศอิตาลี ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน  83 คน ในจำนวนนี้ มี 6 คน รับตัวไว้สังเกตอาการที่โรงพยาบาล ทั้งหมดไม่มีไข้ แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง  ส่วนที่เหลือ 77 คน (ผู้ชาย 24 คน ผู้หญิง 53 คน) ทุกคนไม่มีไข้ ยังต้องอยู่ในการเฝ้าระวังสังเกตอาการ จนครบ 14 วัน

Advertisement

Advertisement

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ ยังขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่มีการระบาดของโรค ขอให้กักกันตัวเองที่บ้านให้ครบ 14 วัน แยกของใช้ส่วนตัว สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อไม่แพร่เชื้อให้คนในครอบครัว งดกิจกรรมทางสังคม  ส่วนประชาชนทั่วไปขอให้หมั่นล้างมือบ่อย ๆ สวมหน้ากากอนามัย ไม่ไปในที่ที่มีคนแออัด หากมีไข้ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง/ประวัติความเสี่ยง เพื่อเข้าสู่ระบบการตรวจวินิจฉัย การรักษา และเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจายในวงกว้าง