Cover Photo:TellYouMore

     คนที่มีบัตรเครดิตก็จะรู้ว่าทุกการจับจ่ายใช้สอยอันสะดวกสบายนั้นมีดอกเบี้ยเพราะเป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือเรายืมเงินธนาคารมาใช้ก่อนซึ่งคนส่วนใหญ่ก็จะนิยมจ่ายขั้นต่ำโดยไม่ได้มานั่งคิดคำนวณถึงดอกเบี้ยให้ดีก่อนเพราะการจ่ายขั้นต่ำ(10% ของยอดใช้จ่าย) ไม่ใช่แค่การจ่ายดอกธรรมดาๆแต่คุณได้รับการอัพเกรดเป็นการจ่ายดอกเบี้ยคูณ 2 กันไปเลยอ่านมาถึงตรงนี้ก็ถึงกับปวดหัวในการคิดคำนวณและความน่ากลัวในการเป็นหนี้กันแล้วใช่ไหมคะ อย่าเพิ่งกลัวหรือปวดหัวกันไปก่อนค่ะ เพราะวันนี้เรามีทางออกดีๆ ที่เข้าใจง่ายและใช้ได้จริงมานำเสนอ เพื่อให้คุณใช้ประโยชน์เจ้าบัตรเครดิตที่ดูเป็นตัวร้ายในสายตาใครหลายๆ คนได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเลยสักบาท!!! ใช่ค่ะคุณได้ยินไม่ผิดค่ะ ขอย้ำว่าถ้าคุณอ่านบทความนี้จบและทำตามคำแนะนำ คุณจะสามารถนำเงินของธนาคารมาจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเลยจริงๆ

Advertisement

Advertisement

ระยะปลอดหนี้Photo:TellYouMore

     ขั้นแรกต้องขอยอมรับก่อนเลยว่านี่ไม่ใช่กลอุบายการโกงหรืออะไรเลย เพราะจริงๆ แล้วการใช้บัตรเครดิตแบบไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยนั้นคือ Grace Period หรือที่เรียกกันว่า“ระยะปลอดดอกเบี้ย” ก็คือไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยภายในระยะเวลานั้นๆ ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับการคิดคำนวณวันที่ไม่ได้มีความยุ่งยากอะไรเลยและขอทิ้งท้ายไว้ตรงนี้ก่อนว่าเมื่อ“ครบระยะเวลาปลอดหนี้แล้ว” จะต้องจ่าย“ยอดทั้งหมด” ไม่ใช่10% หรือแบ่งจ่ายนะคะแล้วระยะปลอดดอกเบี้ยคิดคำนวณยังไง? อยากรู้แล้วใช่ไหมคะไปดูกันเลยค่ะ

     สิ่งที่คุณต้องทำความเข้าใจขั้นแรกเลยก็คือ“วันสรุปบัญชี” และ“วันครบกำหนดชำระ”   วันสรุปบัญชีคือวันที่ธนาคารจะทำการตัดยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เราใช้ไปสมมติว่าเป็นวันที่15 ของทุกเดือนในกรณีวันสรุปบัญชีของแต่ละคนก็อาจจะไม่ตรงกันขึ้นอยู่กับธนาคารนั้นๆ จะกำหนด

Advertisement

Advertisement

     วันครบกำหนดชำระคือวันสุดท้ายในการชำระค่าใช้จ่ายตามยอดทั้งหมดขอย้ำว่า“ต้องจ่ายทั้งหมด” ไม่อย่างนั้นก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ยไปตามระเบียบโดยปกติจะนับจากวันสรุปยอดประมาณ15-20 วันแล้วแต่ธนาคาร

     เลือกวันดีมีชัยไปกว่าครึ่งคือวันที่คุณจะใช้บัตรเครดิตนั้นมีผลโดยตรงต่อระยะปลอดดอกเบี้ยเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นเรามาดูตัวอย่างกันนะคะดูภาพประกอบจะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นและเห็นภาพมากขึ้นค่ะ

ตัวอย่างที่ 1Photo:TellYouMore

     ตัวอย่าง

     คุณใช้บัตรเครดิตไป 8,000 บาทในวันที่ 5 มกราคมวันสรุปบัญชีคือวันที่ 15 มกราคมและวันครบกำหนดชำระคือวันที่ 30 มกราคมนั้นหมายความว่าตั้งแต่วันที่ใช้บัตรจนถึงวันที่ต้องจ่ายคือระยะเวลา 26 วันซึ่งถ้าคุณจ่ายยอด 8,000 บาทในวันที่ 30 มกราคมก็หมายความว่าคุณเอาเงินของธนาคารมาใช้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย 26 วันเลยทีเดียวแต่ไหนๆ เราก็จะใช้เงินโดยไม่จ่ายดอกเบี้ยก็ขอแนะนำให้ใช้หลัก“เลือกวันดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” หลักการนี้ก็ไม่ได้นำไปใช้ยากอะไรเลยแค่ปรับจากเทคนิคด้านบนนิดหน่อยมาดูตัวอย่างกันดีกว่า

Advertisement

Advertisement

ตัวอย่างที่ 2Photo:TellYouMore

     ตัวอย่าง

     คุณใช้บัตรเครดิตไป 8,000 บาทในวันที่18 มกราคมวันสรุปบัญชีก็จะกลายเป็นวันที่15 กุมภาพันธ์และวันครบกำหนดชำระคือวันที่2 มีนาคม(เพราะเดือนกุมพาพันธ์มี 28 วัน) นั้นหมายความว่าตั้งแต่วันที่ใช้บัตรจนถึงวันที่จ่ายชำระคือระยะเวลา 44 วันซึ่งถ้าคุณจ่ายยอด 8,000 บาทในวันที่ 2 มีนาคมก็หมายความว่าคุณเอาเงินของธนาคารมาใช้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย 44 วันเลยทีเดียว

     นอกจากระยะปลอดดอกเบี้ยแล้วจะขอแถมข้อดีที่หลายๆ คนก็รู้และใช้ประโยชน์กันอย่างเต็มที่ นั้นก็คือการผ่อนชำระสินค้าดอกเบี้ย 0% ที่ช่วยให้คุณไม่ต้องจ่ายเงินก้อนแถมไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยอีกด้วย เห็นหรือไม่ว่าเจ้าบัตรเครดิตตัวร้ายในสายตาหลายๆ คนนั้นจริงๆ แล้วมีประโยชน์และมีจุดเอื้อให้กับผู้ใช้ขนาดไหนถ้าคุณคิดให้ดีก่อนใช้และไม่ใช้เกินกว่ากำลังที่จะจ่ายเต็มจำนวนได้บัตรเครดิตของคุณก็มีแต่จะสร้างผลประโยชน์ให้กับคุณเท่านั้น